มานพ คีรีภูวดล หารือการกำกับดูแลกิจการพลังงานที่ไม่เชื่อมโยงกับผู้ปฏิบัติจริง ตั้งคำถามเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โครงสร้างคณะกรรมการที่ขาดความเกี่ยวข้องกับภาคพลังงาน การทำข้อตกลงผลิตไฟฟ้ากับลาวทั้งที่ไทยยังมีพลังงานเหลือใช้ พร้อมเสนอให้ส่งเสริมพลังงานทางเลือกโดยใช้ศักยภาพครัวเรือนและท้องถิ่น รวมถึงเร่งคลี่คลายข้อจำกัดในการผลิตพลังงานของประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ การอภิปรายรายงานประจำปี ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นครั้งที่สองของผม ครั้งแรกนั้นผมก็ได้ อภิปรายแล้วก็ได้นำเสนอไปแล้ว วันนี้ก็ขออนุญาตอภิปรายอีกรอบหนึ่งท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นแล้วก็เหตุผลสำคัญที่ผมอยากอภิปรายต่อท่านประธานไปยัง กรรมการบริหารกิจการพลังงานอีกครั้งหนึ่งนะครับ คำถามของผมเป็นคำถามแรกก็คือว่า ท่านกำกับกิจการพลังงานอย่างไรทำให้ไฟฟ้าราคาเพิ่มขึ้น อันนี้ผมคิดว่าเป็นคำถาม ที่ไม่น่าจะเป็นเฉพาะของผม ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแล้วก็รวมถึงพี่น้องประชาชน บริหารกำกับกิจการพลังงานอย่างไรไฟฟ้าราคาแพงขึ้น ๆ อันที่ ๒ ผมดูในโครงสร้าง คณะกรรมการกำกับนี่ครับ ผมดูแล้วเป็นโครงสร้างกรรมการที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับคนที่ทำงาน เรื่องกิจการพลังงานเลย กรรมการส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอกทั้งหมดไม่มีฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการสร้าง การผลิต การดูแลพลังงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อยู่ในกลไกตรงนี้ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าความเป็นจริงของพลังงานที่มันขาดมันเกินเป็นอย่างไร ในกลไกของคณะกรรมการบริหาร คณะผู้บริหารก็เหมือนกัน คือหมายความว่ากรรมการ ชุดนี้ตั้งขึ้นมาโดด ๆ ไม่ได้เชื่อมโยงกับเรื่องของคนที่ทำงานเกี่ยวกับพลังงานโดยตรงเลย ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการที่ทำให้พลังงานไฟฟ้ามีราคาแพง ก็ได้ครับ ทีนี้ผมดูในวิสัยทัศน์ผมคิดว่ามันโอเคเขียนในเอกสารว่ากำกับกิจการพลังงาน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนส่งเสริมการแข่งขันที่เหมาะสมและเป็นธรรม ผมอยู่ในกรรมาธิการ ศาล อัยการ องค์กรอิสระ นี่นะครับ มีเรื่องเกี่ยวกับที่ผมได้ดูแลองค์กรนี้ด้วยครับ สหภาพแรงงานการไฟฟ้าได้มาร้องที่ผมว่าวันนี้การไฟฟ้าไม่มีบทบาทที่จะกำกับหรือว่า จะควบคุมเลยขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายทั้งหมด ประเด็นหนึ่งพี่น้องประชาชนร้องมา ที่กรรมาธิการครับ ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้มีบริษัทเอกชนได้ไปทำข้อตกลงกับ ประเทศลาวเพื่อที่จะสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าจำนวนหลายเขื่อนมาก ทั้ง ๆ ที่ปริมาณการใช้ไฟ ในประเทศไทยยังเหลือเฟือ อันนี้ท่านกำกับอย่างไรให้เกิดกระบวนการทำสัญญาเอ็มโอยู (MOU) เกิดขึ้นล่วงหน้า ทั้ง ๆ ที่ว่าการบริโภคไฟในประเทศยังเหลือเฟือ อันนี้คำถามที่ผม คิดว่าท่านจะต้องตอบนะครับว่าทำไมไม่เชื่อมโยงแล้วก็สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยก็มาถามเรื่องนี้ด้วยนะครับ ส่วนที่ ๒ ครับท่านประธาน วันนี้เนื่องจากว่ามีคนอภิปรายน้อยมาก ผมขออนุญาตใช้เวลา เลยไปสักนิดหนึ่งนะครับ เรื่องพลังงานทางเลือก ผมเคยอภิปรายว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ที่จะผลิตเรื่องของพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะเรื่องแสงอาทิตย์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะเห็นนโยบายที่ผมเคยอภิปรายกับท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ว่าประเทศไทย มีทั้งหมด ๒๒ ล้านครัวเรือน แต่ละครัวเรือนก็สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานของประเทศ ทำไมท่านไม่มีแผนยุทธศาสตร์เรื่องนี้ เรื่องนี้ผมเคย อภิปรายไปแล้ว เรากำลังจะตอบโจทย์เกี่ยวกับระดับโลกว่าไม่ว่าเรื่องเอสดีจี (SDG) เรื่องของ พลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นเรื่องหนึ่งที่จะมาเกี่ยวข้องเรื่องของการกีดกันทางการค้า ท่านจะ ตอบอย่างไรว่าถ้าประเทศไทยยังสร้างพลังงานที่ไม่สะอาด อย่าลืมนะครับการสร้างเขื่อน ที่ประเทศลาวก็ไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะอธิบายเป็นน้ำ ผมคิดว่าระดับสากล เขาก็ไม่เชื่อเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นคือเราจะเป็นห่วงโซ่หนึ่งที่จะซื้อพลังงานที่ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลับมาที่ประเทศไทยครับ ๒๒ ครัวเรือน จะเป็นฐาน ในการผลิตเพื่อที่จะสร้างพลังงานไฟฟ้าเองของประชาชนได้ไหม ทิศทางการกำหนดกำกับ พลังงานของท่าน ผมคิดว่าอันนี้มันค่อนข้างที่จะมีปัญหาในแง่ทางยุทธศาสตร์ ในส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าผมได้เดินทางไปลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนหลากหลายพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่ผมเจอคือว่า ความซับซ้อนในแง่ของอำนาจในการตัดสินใจในการผลิตและสร้างพลังงานให้กับพี่น้อง ประชาชน ไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปที่กระทรวงพลังงาน ไปที่กองทุนพลังงานต่าง ๆ ทั้งหมดเลยครับ ผมคิดว่ามันเป็นการตีปิงปองให้พี่น้องประชาชนจะต้องดูตีปิงปองโต้กันไป โต้กันมา สุดท้ายคือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ผมเสนอว่า การผลิต การสร้างพลังงาน สร้างพลังงานไฟฟ้าทุกหน่วยงานสามารถทำได้ ผมก็เชื่อว่าหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้ก็มีความพยายามที่จะผลิตไฟฟ้าของตัวเอง ผลิตพลังงานของตัวเอง แล้วที่สำคัญผมเชื่อ ว่าท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต. และเทศบาล และ อบจ. เขาก็มีขีดความสามารถที่จะผลิต พลังงานไฟฟ้าของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการกำกับพลังงานของท่าน ผมคิดว่า การออกนโยบายที่จะปลดล็อกเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดในการที่จะทำให้ศักยภาพของพื้นที่ ทำได้ ท่านจะต้องปลดล็อกให้เขาทำได้ครับ ผมไปที่ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัด แม่ฮ่องสอน จากตัวอำเภอไปที่ตำบล ใช้เวลาอยู่ ๕ ชั่วโมง ระยะทาง ๙๘ กิโลเมตร ไฟฟ้า แทบไม่มี เทศบาล อบต. ทำอะไรไม่ได้ และลักษณะพื้นที่ที่เป็นเกาะอีกครับ เพราะฉะนั้น ก็คือว่าผมอยากเห็นนโยบายการกำกับที่การมีทางเลือกที่จะผลิตพลังงานของตัวเอง ตามศักยภาพท้องถิ่นไม่ใช่ว่าเป็นอำนาจของส่วนกลาง โดยสรุปครับท่านประธาน อันที่ ๑ ก็คือเราจะทำอย่างไรให้ครัวเรือน ๒๒ ล้านครัวเรือนเป็นผู้ผลิตไฟ อันที่ ๒ ก็คือว่าพลังงาน ทางเลือกที่มันมีโอกาสที่มันมีอยู่แล้วในพื้นที่ต่าง ๆ ทำอย่างไรปลดล็อกให้เขา มีอำนาจ เพราะว่าท่านเป็นคนกำกับว่าท่านจะต้องทำให้พลังงานตรงนี้ตามอย่างนโยบายและวิสัยทัศน์ ของท่านที่กำหนดไว้ว่าเป็นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมและ เหมาะสม ขอบคุณมากครับท่านประธาน