ณัฐวุฒิ บัวประทุม ขออนุญาตใช้สไลด์ประกอบการตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรณีการใช้ความรุนแรงในการลงโทษเด็ก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงเส้นแบ่งระหว่างการสั่งสอนกับการทำร้าย และเรียกร้องให้ทบทวนมาตรา ๑๕๖๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่อนุญาตให้ผู้ปกครองลงโทษบุตรได้ "ตามสมควร" โดยย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงหรือยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว หลังเคยให้คำมั่นต่อสหประชาชาติในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็ก พร้อมขอให้รัฐบาลชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ประกอบการสอบถามท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับผมตั้งใจที่จะเขียนกระทู้ถามฉบับนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ หลังจากเห็นข่าวของพ่อเลี้ยงและอาจจะรวมถึงมารดาของเด็กรายหนึ่ง ทำร้ายเด็กอายุ ๒ ขวบจนเสียชีวิต ในขณะที่เด็กอายุ ๖ เดือนเศษ มีบาดแผลฟกช้ำ ซึ่งต่อมา พบว่ามีทั้งตับอักเสบ แขนหัก ขาร้าว หน้าตาบวม เหตุทั้งหมดเกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นปรากฏว่าผมจำเป็นต้องถอนกระทู้เนื่องจากใกล้หมดสมัยประชุม และได้ถามอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ เป็นกระทู้ที่ ๕๕๗ ตั้งใจ จะถามนายกรัฐมนตรีครับ แต่ท่านไม่มา เรื่องเด็กท่านก็ไม่มา เรื่องผู้สูงอายุท่านก็ไม่มา เรื่องคนพิการท่านก็ไม่มา เรื่องของวัยรุ่นที่ผมเคยถามท่านก็ไม่มา ความจริงท่านน่าจะตอบ มาด้วยว่าท่านอยากจะตอบเรื่องใดผมก็จะได้ตั้งคำถามต่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ถูกครับ แต่ก็เอาเถอะครับต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่ได้ให้ความกรุณาผมเป็นครั้งที่ ๒ ในการตอบกระทู้ ท่านประธานครับ ไม่มีใครบอกนะครับว่าผู้ปกครองจะอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตนเอง ไม่ได้ เราไม่ได้บอกแบบนั้น แต่ท่านประธานต้องดูข่าวครับ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ จับมารดาทุบตีบุตรชายอายุ ๗ ขวบน่วมไปทั้งตัว อ้างว่าบุตรขโมยเงิน เหตุเกิดที่จังหวัด นครพนม วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ พ่อแม่ทำร้ายร่างกายบุตรอายุ ๓ ขวบ ใช้บุหรี่จี้ที่หน้า และตามเนื้อตัวมีรอยหยิกมีการเฆี่ยน วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พ่อเลี้ยงและมารดา ทำร้ายร่างกายเด็ก ๖ ขวบนานติดต่อกันหลายเดือน เหตุเกิดที่กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เด็กหญิงอายุ ๕ ขวบ หนีออกจากบ้านร่างกายเขียวช้ำเพราะถูกแม่ตี เหตุเกิดที่จังหวัดระยอง วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ แจ้งจับพ่อเลี้ยงกับมารดาทำร้ายลูกวัย ๔ ขวบ เหตุเกิดที่กรุงเทพมหานคร และล่าสุดครับ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ พ่อเลี้ยง ทำร้ายร่างกายเด็ก ๒ ขวบ ๕ เดือน เสียชีวิต เหตุเกิดที่จังหวัดสมุทรปราการ แน่นอนครับ ทั้งหมดอาจจะตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของการลงโทษด้วยความรุนแรงแต่เพียงอย่างเดียว เพราะนั่นเป็นการเข้าข่ายเรื่องของการทำร้ายแล้วครับ แต่อย่างไรก็ตามเส้นแบ่งของการ ลงโทษกับการทำร้ายอยู่ตรงไหน ทั่วโลกมีการให้คำนิยาม คำนิยามที่ผมแสดงบนสไลด์ (Slide) นั้นหน้าที่ ๒ ขออนุญาตย้อนกลับไป เป็นคำนิยามที่อยู่ในข้อแนะนำที่ ๘ เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ที่ ๘ ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เขาบอกชัดเจนครับ การลงโทษใด ๆ ที่ใช้กำลังบังคับทางกายและมีความตั้งใจจะสร้างความเจ็บปวดแม้แต่เพียง เบาบางก็เข้าข่ายเป็นการลงโทษทางร่างกายและถือเป็นการด้อยค่าต่อตัวเด็กอย่างไม่ เปลี่ยนแปลง รุนแรงนะครับและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กทั้งหมดทั้งมวลครับ ด้วยเหตุ ดังกล่าวผลที่ตามมาของการลงโทษในสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปจึงชี้ให้เห็นอยู่สัก ๔ เรื่อง ด้วยกัน คือ ๑. เด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงจะรู้สึกกลัว วิตกกังวลมีผลต่อร่างกาย รวมถึงเกิดภาวะซึมเศร้า ๒. มีการยอมรับนับถือตนเองต่ำที่เรียกว่าโลว์ เซลฟ์ เอสตีม (Low self esteem) มีความหวาดระแวงรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ ๓. มีอารมณ์แปรปรวน ไม่เข้าใจเหตุและผลปกติ คิดแตกต่างจากบรรทัดฐานทางสังคม ๔. เกิดอาการบล็อก (Block) บล็อก (Block) ก็คือเกิดการขัดขวางของการสื่อสารของสารเคมีในสมองซึ่งนำไปสู่ การเกิดความขาดความยับยั้งชั่งใจ ผมไม่ได้ใส่ข้อที่ ๕ คงไปเพราะสะเทือนใจ หลายรายของ เด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงนั้นนำไปสู่เรื่องของการทุพพลภาพ นำไปสู่การเสียชีวิตและ หลายรายนั้นเป็นผู้กระทำความรุนแรงเสียเองเมื่อเติบโตขึ้นมา ที่เรียกว่าอะบิวเซอร์ (Abuser) ผมขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๔ กำลังจะบอกว่าปัญหาของ ประเทศไทยคืออะไร ปัญหาของประเทศไทยนั้นถูกกำหนดอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ ครับ เขียนไว้ว่าผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ข้อที่ ๒ ที่เป็น ปัญหาของมันเองก็คือว่าทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ๑. แค่ไหนเรียกว่าการ ลงโทษ ๒. แค่ไหนเรียกว่าตามสมควร ๓. นั่นต้องการเป็นการว่ากล่าวสั่งสอน
- ๓๘ หรือปรับเรื่องของพฤติกรรมของเด็กจริงหรือไม่ว่า ทั้งหมดทั้งมวลนั้นประเทศไทยจึงถูก ตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามจากคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกตั้งคำถามจากกลไกของคณะมนตรีสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เรียกว่ายูพีอาร์ (UPR) เมื่อปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๓ นั่นคือรอบที่ ประเทศไทยต้องรายงานครับ แล้วประเทศไทยโดยรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีภายใต้ การมอบหมายท่านใดก็แล้วแต่ขณะนั้นบอกว่า เรายอมรับข้อท้วงติงของนานาอารยประเทศ และให้คำมั่นโดยสมัครใจ ท่านสัญญาเองนะครับ ภาษากฎหมายแพ่งเขาเรียกแพกตา ซุนต์ เซอร์แวนดา (Pacta sunt servanda) สัญญาก็คือสัญญา ท่านไปให้คำมั่นโดยสมัครใจเองครับ ว่าจะแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ผมก็ต้องถามท่านเป็นข้อที่ ๑ ว่าขณะนี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีมีแนวทางในการแก้ไขปรับปรุง หรือยกเลิกบทบัญญัติของ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิที่เปิดช่องให้มีการทำโทษบุตร แล้วนำไปสู่การทำโทษด้วย ความรุนแรงที่ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๗ (๒) อย่างไร จะเอาไม่เอา จะทำไม่ทำ จะแก้ไม่แก้ มีความคืบหน้าแบบใด ประการใด แล้วจะแล้วเสร็จ เมื่อไร ขอทราบรายละเอียด นั่นคือคำถามในข้อที่ ๑ ครับ