ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ชี้แจงรายละเอียดการปรับปรุงร่างกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาและกัญชง โดยย้ำว่าการแยกนิยามและการกำหนดหน่วยงานกลางเช่น อย. ให้รับจดแจ้งแทนท้องถิ่น มีเป้าหมายเพื่อความเป็นเอกภาพและสอดคล้องกับพันธะสัญญาระหว่างประเทศ พร้อมเสนอให้เพิ่มความชัดเจนในนิยาม "ข้อความ" และ "ใบอนุญาต" เพื่อรองรับการสื่อสารและการตลาดอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันเน้นความจำเป็นในการควบคุมการใช้กัญชา โดยเฉพาะการสูบ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน โดยยังคงยึดกรอบนิยามตามกฎหมายสากลเพื่อความต่อเนื่องในการกำกับดูแล
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการ ขออนุญาตนำเสนอเพื่อทำ ความเข้าใจเพราะว่าหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วก็เห็นว่าถ้าไม่อธิบายเสียตั้งแต่ตอนต้น เกรงว่าการอภิปรายจะไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ หลายท่านอภิปรายเรื่องนิยามคำว่า กัญชา กัญชง ผมเรียนว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้อะไรเลยในวาระรับหลักการ แค่เพิ่มคำว่า คณะกรรมการกัญชา กัญชง เท่านั้นครับ นี่คือข้อที่ ๑ เราไม่ได้แก้อะไรเพิ่มเติมนอกจากเพิ่มคำว่า กัญชา กัญชง ที่เหลือเหมือนกับวาระรับหลักการทุกประการ
ประการที่ ๒ คำว่า สารสกัด ผมเรียนให้ทราบว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่า เรื่องของช่อดอกนั้นเป็นส่วนที่มีการควบคุมโดยอนุสัญญาเดี่ยวอยู่แล้ว โดยคำนิยาม ดังนั้น การควบคุมในเชิงสารสกัดต้องควบคุมช่อดอก ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ แต่ที่เราเขียนไว้ในวรรคท้ายว่า แต่ไม่รวมถึงยาเสพติดตามประมวล กฎหมายยาเสพติด เพราะเมื่อไรก็ตามที่เข้าเกณฑ์ในฐานะยาเสพติด นั่นต้องไปใช้ตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด มีบทลงโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติดทุกประการ
ประการถัดไปที่มีผู้ขึ้นมาอภิปรายด้วยความห่วงใยเยอะว่าทำไมการผลิต คณะกรรมาธิการไม่บัญญัติเรื่องเพาะปลูก ผมกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่า เพาะปลูกนั้นเป็นนิยามที่มีศัพท์พจนานุกรมของตัวเองครับ และมีบทบัญญัติอย่างชัดเจน เรื่องการเพาะปลูกไว้แยกหมวดต่างหากโดยเฉพาะ จึงแยกออกจากการผลิต และที่สำคัญ ก็คือเราเพิ่มคำว่า สกัด เข้าไปในคำว่า การผลิต เพราะเราเห็นว่าต้องมีการควบคุม ในกระบวนการสกัดในการผลิตด้วยก็จะทำให้ครบในกระบวนการในการพิจารณานิยาม คำว่า การผลิต นอกจากนั้นแล้วเราก็เห็นว่าการใช้ในครัวเรือนไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ซึ่งคนส่วนใหญ่ ใช้แบบนั้น คนไทย ก็ไม่ควรที่จะไปอยู่ในกระบวนการผลิตทั่วไปเพื่อไปให้กับคนอื่น ในขณะเดียวกันเราก็นิยามคำอื่น ๆ เช่น การขายให้ครอบคลุมกับกฎหมายฉบับอื่น ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร แล้วก็ส่วนอื่น ๆ ให้สอดคล้องกัน ประเด็นสำคัญหนึ่งก็คือ เรื่องของผู้รับจดแจ้ง ผมเรียนอย่างนี้ว่าการที่คณะกรรมาธิการตัดสินใจเปลี่ยนจากหลักการ เรื่องให้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายก อบจ. คณะกรรมาธิการได้รับฟังเหตุผล ที่สำคัญอย่างยิ่งว่าประเทศไทยมีพันธะผูกพันในการรายงานต่ออนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ รายงานต่อคณะกรรมการยาเสพติดระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีข้อมูลเดี่ยว เป็นเอกภาพและบูรณาการทุกข้อมูลเข้ามาในข้อมูลเดี่ยว ในขณะนี้องค์การอาหารและยา ทำหน้าที่นี้อยู่ แต่มิใช่หมายความว่ากระจายอำนาจไม่ได้ครับ ในกฎหมายฉบับนี้บัญญัติ อย่างชัดเจนว่าในการที่จะให้อำนาจในเรื่องของการจดแจ้งนั้นเป็นเรื่องที่เลขาธิการองค์การ อาหารและยาสามารถกระจายอำนาจได้ และสามารถกระจายได้แม้กระทั่ง สสจ. ผู้ว่าราชการ จังหวัดและส่วนอื่น ๆ แต่ที่สำคัญก็คือว่าการที่การรวมอำนาจการจดแจ้งเพื่อให้ง่าย ต่อการปลูกในครัวเรือนนั้น มันมีความหมายว่าปัจจุบันมันมีเทคโนโลยีที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียนที่เร็วสามารถใช้ทางโทรศัพท์มือถือตรวจสอบคุณสมบัติของผู้จดแจ้งได้ ไม่จำเป็นต้องไปสร้างเงื่อนไขภาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีบุคลากร โดยเฉพาะ ไม่มีคณะกรรมการในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องที่ต้องมีการรายงาน ต่อคณะกรรมการยาเสพติดระหว่างประเทศ เราจึงเห็นว่าอำนาจเหล่านี้ในท้ายที่สุดควรเป็น อำนาจของเลขาธิการ อย. เพื่อเป็นไปตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษครับ
ประการถัดมาที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบถึงคำว่า การสื่อสารการตลาด ก็อย่างที่ท่านกรรมาธิการเท่าพิภพได้กรุณานำเสนอไปแล้วว่าเราล้อไปตามการควบคุม แอลกอฮอล์ และการสื่อสารทางการตลาดนั้นจำเป็นต้องมีการควบคุม เราจึงไม่พิจารณาว่า จะต้องมีข้อความนี้ขึ้นมาเพื่อจะทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการ ประชาสัมพันธ์ การสร้างข่าว การส่งเสริมการขาย การแสดง ณ จุดขาย การตลาดแบบโดยตรง การขาย เป็นต้น แต่ที่สำคัญก็คือคณะกรรมาธิการเพิ่มคำว่า ข้อความ ใส่เข้ามาในบทบัญญัติ ฉบับนี้ เพราะที่ท่านแปรญัตติมาไม่มีข้อความนี้ เพราะปัจจุบันคำว่า ข้อความ ได้มีการสื่อสาร ที่ไม่ใช่แค่ตัวอักษร มีภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมาย และการกระทำอื่น ๆ ใด ที่ทำให้คนสามารถเข้าใจความหมายได้ ที่มีการแปรญัตติทั้งหมดไม่มีใครใส่ข้อความนี้ครับ เราเห็นว่าจำเป็นเพราะจำเป็นต้องมีการควบคุม นอกจากนั้นแล้ว คณะกรรมาธิการได้เพิ่ม คำว่า ใบอนุญาต ใบรับจดแจ้ง ก็ด้วยเหตุผลว่าสองคำนี้ละครับ มันมีการใช้บ่อยมาก จึงต้อง มีการคำนิยามใช้คำนี้อยู่ในร่างกฎหมายทั้งฉบับ มันจะทำให้การใช้คำมีความกะทัดรัดขึ้นครับ
ประการถัดมาก็คือเรื่องของที่ท่านหลายคนมีความห่วงใยว่าจะนำไปสู่อะไรบ้าง ทำไมถึงมีการปลูกในครัวเรือน ผมเรียนให้ทราบว่างานวิจัยครั้งล่าสุดที่มีการสำรวจล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในปี ๒๕๖๕ โดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์แพทย์หญิงสาวิตรี อัษณางค์กรชัย นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า และดอกเตอร์นายแพทย์มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ ซึ่งรายงาน ผ่านอย่างเป็นทางการโดยศูนย์การศึกษายาเสพติดเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตนำเสนอ ข้อเท็จจริงเพื่อให้ท่านตระหนักว่าปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ใช้กัญชาใต้ดินครับ ที่ท่านบอกว่าเราส่งเสริมทางการแพทย์อย่างเต็มที่นั้น ในความเป็นจริงแล้วเกิดเหตุการณ์ สิ่งที่เรียกว่าคนไทยเข้าไม่ถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ครับ ปัจจุบันนี้ผมเรียนให้ทราบว่า โรคที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศมีกัญชาที่เป็นประโยชน์โดยตรงจากงานวิจัย หลักฐาน ชัดเจน ประเภทที่ ๑ นะครับ ประเภทที่ ๒ น่าจะได้ใช้ประโยชน์ แล้วประเด็นที่ ๓ คืนอาจจะมีการวิจัยในอนาคต แต่เชื่อไหม ๘๔ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ส่วนใหญ่ใช้ในโรคอื่น ๆ ที่ไม่ถูกบัญญัติโดยกระทรวงสาธารณสุข แปลว่าเขารองานวิจัยไม่ได้ งานวิจัยอย่างเป็นทางการที่จะเป็นระบบ อย่างที่ท่านบอกว่าเป็นประโยชน์โดยตรงนั้น รอ ๑๗ ปีครับ ประชาชนในวันนี้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่นอกระบบ สาธารณสุขถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เขาเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร เขาเป็นคนที่ต้องการรักษาตัวเอง และผมเรียนให้ทราบว่าที่หลายท่านถามว่าทำไมมีการสูบเป็นหนึ่งในการบริโภค เพราะเรา จะควบคุมอย่างไรครับ ถ้าเราไม่นิยามการควบคุมในวิธีหนึ่งในการบริโภคเรื่องการสูบเอาไว้ เราจะควบคุมการสูบได้อย่างไร ดังนั้นการบริโภคจำเป็นต้องมีคำว่า การสูบ อยู่ในคำนิยาม ด้วยครับ ประเด็นสำคัญที่ท่านถามว่าในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา ว่าประชาชนใช้เหตุผลทาง การแพทย์เท่าไร ผ่อนคลายเท่าไร และเข้าสังคมเท่าไร นี่สภาวะกัญชาที่มีคนใช้ใต้ดินเยอะถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนว่าใช้ทางการแพทย์ ๙๘.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่จากผลการศึกษาล่าสุดครับ ใช้เพื่อผ่อนคลาย ๑๓.๑ เปอร์เซ็นต์ และเพื่อเข้าสังคม ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าคนไทย รักสุขภาพตัวเอง มีวุฒิภาวะในการใช้กัญชาครับ
ประเด็นถัดไปที่ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอจากงานวิจัยชิ้นเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นการตีพิมพ์การสำรวจอย่างเป็นทางการ ว่าในบรรดาการใช้กัญชาทั้งหมด ปรากฏว่ามีการหยด กิน ผสมในทางการแพทย์ ๖๖.๔ เปอร์เซ็นต์ ประการถัดมารองลงมา ก็คือต้ม ชงเป็นชา ซึ่งมันไม่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเลย ถ้าต้มเป็นใบเป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพด้วย ๒๓.๗ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตนำเสนออีกนิดหนึ่งครับ พ่น ทา อาบน้ำ นวด ๑๑.๖ เปอร์เซ็นต์ และสูบ มวน ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทั้งหมด แปลว่าอะไรครับ คนเหล่านี้เหมือนท่านประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ หลายคนมีความกริ่งเกรงเรื่องการสูบ แต่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าการสูบเป็นวิธีที่รู้ฤทธิ์ยาเร็วกว่าการกิน เพราะรู้ภายใน ๑๐ นาที ทำให้เขาหยุดทัน แต่การบริโภคที่ต้องหยอดที่ละนิดค่อย ๆ ไต่ระดับไป เพราะการออกฤทธิ์อีก ๑ ชั่วโมง เราไม่สามารถจะรู้ว่าเราบริโภคเกินหรือเปล่า และหลายท่าน อาจจะเข้าใจมองภาพลักษณ์การสูบไม่ดี แต่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าในอีกมิติหนึ่ง คือการสูบนั้นจะทำให้ฤทธิ์ยานอกจากออกเร็วแล้ว การบริโภคผ่านการย่อยผ่านตับจะออก ฤทธิ์มากกว่าการสูบ แรงมากกว่า ๓-๗ เท่าตัว แปลว่าการสูบเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกของ ประชาชน แม้ว่าจะมีผลเสียต่อทางเดินหายใจ ผมเรียนให้ทราบว่าในขณะที่ประชาชน ใช้กัญชาใต้ดินนอกระบบสาธารณสุข ๘๔ เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการการคุ้มครองในการปลูก ที่บ้าน ผมเรียนว่าจากผลการศึกษาครั้งนี้มีการถามว่าประชาชนมีความรู้สึกว่าสุขภาพตัวเอง ดีขึ้นหรือดีขึ้นมากร้อยละ ๙๓ แสดงว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๕ กัญชาอยู่กับ ประชาชนอย่างมีวุฒิภาวะได้ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนให้ทราบว่าที่กรรมาธิการร่างมา อยู่ในขณะเป็นร่างอยู่บนพื้นฐานของสภาพข้อเท็จจริงอยู่ในปัจจุบัน และเราต้องมีหน้าที่ การรายงานต่อคณะกรรมการระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษได้ หลายท่านกังวลนิยามคำว่า กัญชา กัญชง ซึ่งผมเรียนให้ทราบว่าพวกเราไม่ได้แก้ นิยามเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แต่ในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษไม่มีแบ่งกัญชา กับกัญชง ใช้สกุลเดียวกันคือแคนนาบิส (Cannabis) และคุมช่อดอก คุมยางว่าต้องไม่เป็น การใช้ผิดวัตถุประสงค์ ต้องมีการขออนุญาต แล้วเราก็ใช้วิธีนั้น ดังนั้นกระบวนการจดแจ้งก็ดี และการอนุญาตก็ดีคือกระบวนการควบคุมครับ และสิ่งที่เราทำอยู่คิดว่าเราร่างโดย คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้ร่างตามอำเภอใจในการแก้ไข พวกเราก็หัวใจเดียวกันกับพวกท่านคือต้องการการควบคุม ที่ร่างเพิ่มข้อความมานั้น ก็เพื่อประโยชน์ในการใช้ประโยชน์จากสภาพข้อเท็จจริงและการควบคุมต่อไปในอนาคต และเรียนให้ทราบว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรว่ากัญชาเสรีเราไม่ห่วงเยาวชน ปัจจุบัน ท่านกรรมาธิการซึ่งเป็นเลขาอยู่ ซึ่งก็คือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ท่านเป็นรองอธิบดี กรมการแพทย์แผนไทยไปจับคนที่ใช้กัญชา ขายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก แต่ว่าเราพยายามควบคุม แล้วยิ่งเป็นเด็ก เยาวชน กฎหมายก็เขียนบัญญัติอยู่แล้วว่า โทษรุนแรงมาก จำคุก ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับในการขาย และถ้าทำผิดอย่างอื่นแล้วมาทำผิดกับเด็ก เยาวชนด้วย โทษเดิมนั้นเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า ยกตัวอย่างเช่นมีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ โทษจำคุก ๕ ปี สูงสุดนะครับ ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้ามาใช้กับเยาวชนด้วย โทษเดิมนั้นเพิ่มเป็น ๑๐ ปี ทำไมเราจะไม่ห่วง เยาวชน ดังนั้นคำนิยามนี้พวกเราคิดว่าจำเป็นต้องเดินต่อ เพราะการผูกพันต่อมาตราอื่น ๆ มันโยงจากคำนิยาม ถ้าท่านไปแปรญัตติใช้มาตราอื่น ๆ หรือการแปรญัตติอย่างอื่น ที่ไม่สัมพันธ์กัน มันจะไม่สามารถดำเนินการในการใช้ประโยชน์ได้ ขอบพระคุณครับ