สาทิตย์ ชี้นิยาม "ประโยชน์ในครัวเรือน" กว้าง เสี่ยงเปิดช่องกัญชานันทนาการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๕

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทนิยาม "ประโยชน์ในครัวเรือน" ในร่างกฎหมายกัญชา ที่อาจเปิดช่องให้ใช้เพื่อนันทนาการแทนการจำกัดเฉพาะทางการแพทย์ และเรียกร้องให้ทบทวนเพื่อป้องกันการตีความกว้าง ผลกระทบต่อเยาวชน และความไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์เดิมของกฎหมาย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๔ ซึ่งเป็น ส่วนของคำนิยามศัพท์นั้นผมคิดว่ามีความสำคัญมาก เพราะว่าถ้าเกิดมีการบัญญัติเอาไว้ โดยมีเจตนารมณ์ที่แอบแฝง มีถ้อยคำที่กำกวม หละหลวมก็อาจจะเปิดโอกาสให้มีการตีความ กฎหมายเอาไปใช้แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียหายมากกว่าผลดีได้ กฎหมายฉบับนี้มีการ ตั้งประเด็นคำถามว่าที่แท้ต้องการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น หรือเพื่อเปิด ช่องนันทนาการด้วย คนที่ร่างกฎหมายเบื้องต้นพยายามจะบอกว่าจะใช้ประโยชน์ เพื่อการแพทย์เท่านั้น แต่บทนิยามศัพท์ที่ผมจะยกต่อไปนี้ผมกำลังสงสัยว่าท่านเขียนเอาไว้ มีเจตนาที่จะเปิดช่องให้มีการใช้เพื่อนันทนาการอย่างเสรีได้ครับ นั่นคือคำนิยามเรื่อง ประโยชน์ในครัวเรือน คำว่า ประโยชน์ในครัวเรือน นั้นมันโยงกับมาตรา ๑๘ ของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเขียนถึงเรื่องที่ชาวบ้านสามารถที่จะปลูกได้ครัวเรือนละ ๑๕ ต้น โดยในมาตรา ๑๘ ท่านเขียนว่าผู้ใดประสงค์จะเพาะปลูกกัญชาหรือกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ ในครัวเรือนไม่เกินครัวเรือนละ ๑๕ ต้น ก็แค่ไปจดแจ้งแล้วก็สามารถที่จะไปปลูกได้ คำถาม มีว่าประโยชน์ในครัวเรือนคืออะไร ในบทบัญญัติมาตรานี้ท่านเขียนว่าประโยชน์ในครัวเรือน หมายความว่าการบริโภคส่วนบุคคลเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ที่อาศัยอยู่ แล้วยังไปตัดคำว่า ทั้งนี้ ไม่เกินปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งถ้าเขียน ตัวท้ายที่ไม่ตัด คือปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวงอาจพอฟังได้ แต่คำว่า บริโภคส่วนบุคคล เพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว มันเป็นการเปิดช่องให้มีการ นันทนาการ เปิดช่องอย่างไรครับ การใช้ประโยชน์ในครัวเรือนในตรงนี้บริโภคส่วนบุคคล ไม่มีใครที่จะไปบอกว่าบุคคลนี้บริโภคกัญชาได้หรือไม่ได้ เขาสามารถตัดสินใจได้โดยตัวเอง แต่ถ้าเป็นการใช้ประโยชน์เพื่อกัญชาทางการแพทย์ก็ควรที่จะเป็นความเห็นของแพทย์ ว่าคน ๆ นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาตนเอง เพื่อสุขภาพของบุคคลคนนั้น แต่การเขียนเอาไว้ในลักษณะนี้เป็นการเปิดช่องให้ทุกคนที่ไปปลูกกัญชาโดยการจดแจ้ง ๑๕ ต้น สามารถบริโภคได้อย่างเสรี แล้วแถมยังเขียนไว้ด้วยว่าประโยชน์ในครัวเรือน หมายความว่าบริโภคส่วนบุคคล แปลว่าไปซื้อมาเสพในบ้านของตัวเองอย่างเสรีได้ด้วย อันนี้ ไม่ใช่ประโยชน์ทางการแพทย์แน่นอน เพราะในขั้นตอนบริโภคในครัวเรือนไม่มีเหตุผล ทางการแพทย์ใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ในความเห็นของศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติดบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเขียนแบบนี้เลยเพราะเป็นการเปิดช่องเพื่อการนันทนาการ เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยมียาแผนไทยและผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ตามข้อบ่งใช้ ทางการแพทย์นับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยในไทยราวกว่า ๑๔๓,๐๐๐ คน ข้อมูล ณ กลางปี ๒๕๖๕ ที่สามารถเข้าถึงยาหรือผลิตภัณฑ์ยาที่ทำจากกัญชาได้อย่างทั่วถึงผ่านคลินิกกัญชาทาง การแพทย์กว่า ๙๓๘ แห่งทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าประชาชนยังเข้าถึงกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างที่ท่านกำหนด เอาไว้เดิมก่อนที่มาบัญญัติไว้ในกฎหมายแบบนี้ แต่การเขียนกฎหมายแบบนี้ นี่แหละครับ คือหละหลวม กำกวม มีเจตนารมณ์ซ่อนเร้นที่จะเปิดให้มีการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการเปิดโอกาสใช้ในนันทนาการนั้นยังไม่ตรงกัน กับต่างประเทศที่มีการบัญญัติกฎหมายให้ประชาชนจะไปใช้นั้นยังมีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ที่เป็นรายละเอียดอีกหลายเรื่องครับ นี่คือข้อกังวลของผม แล้วเป็นข้อกังวลสำคัญ เพราะบทบัญญัติมาตรา ๔ ไปเปิดช่องมาตรา ๑๘ ให้ในครัวเรือนคือบุคคลคือคนทั่วไป แถมยังไม่บอกด้วยว่าจะป้องกันการเข้าถึงกัญชาของเด็กและเยาวชนในครอบครัวได้อย่างไร อีกด้วย นี่แหละครับ เสรีนันทนาการสุดขั้ว แล้วที่ผมบอกว่าเขียนในกฎหมายฉบับนี้ เขียนแบบนี้ นี่แหละคือปัญหา แล้วผมเรียนท่านประธานต่อไปนิด ผมมีข้อห่วงใยว่า การอภิปรายกัญชาพวกเรามีบางท่านไปให้สัมภาษณ์ภายนอกว่าเราไม่ควรเสียเวลามานั่งติ นั่งค้านทำให้เสียโอกาสไปวัน ๆ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าคนที่ลุกขึ้นพูดในสภานี้ เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญซึ่งเขาต้องทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะทำกฎหมายแบบขอไปที ขอให้ผ่าน ตามใจใครคนใด คนหนึ่งไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายมีสภาพบังคับที่ต้องใช้กับทุกคนในประเทศ และถ้าเขียน กฎหมายไปผิด ตีความเจตนารมณ์ผิด เกิดผลเสียอย่างมหาศาลในประเทศ การแก้ไข กฎหมายก็จะทำได้ยิ่งยากครับ นี่ไม่ใช่กระบวนการคัดค้านหรือถ่วงกฎหมาย แต่เป็น กระบวนการกลั่นกรองกฎหมายโดยตัวแทนของประชาชน แล้วผมเรียนครับ ท่านอาจจะ เห็นด้วยกับเรื่องกัญชาเสรีสุดขั้ว แต่คนอีกจำนวนมากเห็นด้วยเฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์เท่านั้น แล้วผมเชื่อว่าคนส่วนนี้จะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมจึงลุกขึ้น อภิปรายมาตรานี้แล้วอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการได้ทบทวนบทบัญญัติมาตรานี้ เพราะอันนี้จะนำไปสู่เสรีนันทนาการสุดขั้วของกัญชาครับ