วาโย ชี้นิยามกัญชา-กัญชงในร่าง พ.ร.บ. ต้องชัด ป้องกันบิดเบือน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๕

วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง โดยเฉพาะมาตรา 4 ที่เกี่ยวกับนิยามคำศัพท์สำคัญในกฎหมาย พร้อมเสนอความเห็น 5 ประเด็นภายในเวลา 5 นาที ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการแยกความแตกต่างระหว่างกัญชากับกัญชงอย่างชัดเจนในกฎหมาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้กัญชงในวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ และเสนอให้ควบคุมเฉพาะกัญชงที่มีสาร THC เกินเกณฑ์เท่านั้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนในอนาคต พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนิยามคำว่า "สารสกัด" "การผลิต" และ "การโฆษณา" ว่าอาจก่อให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล และตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของนิยามทางกฎหมายกับความเป็นจริงและวัตถุประสงค์ทางการค้า ทั้งยังเห็นด้วยกับการให้เลขาธิการ อย. มีอำนาจอนุญาต แต่เสนอให้คงเจตนารมณ์กระจายอำนาจ โดยอนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถรับจดแจ้งและรับขึ้นทะเบียนได้ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์กลางจาก อย.

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่กำลัง พิจารณาอยู่ในมาตรา ๔ นี้ ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญเพราะว่าเป็นมาตราที่เกี่ยวกับบทนิยาม ว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดกันต่อไป ๙๐ กว่ามาตรา เรานิยามมันว่าอะไร ผมมีอยู่ประมาณ ๕ ประเด็นกับเวลา ๕ นาทีนี้จะพยายามจัดสรรให้ดีที่สุด เพราะว่าบทนิยามบทเดียว มาตรานี้ มาตราเดียว ๒ หน้าเข้าไปแล้ว ได้เวลา ๕ นาทีก็ว่ากันไป

เรื่องแรก ท่านนิยามกัญชากับกัญชงแยกกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นนิมิตหมาย ที่ดีมาก เพราะต่อเนื่องจากท่าน ส.ส. ณัฐพล จากพรรคก้าวไกล ผู้แทนจากชาวม้ง ก็บอก ไปแล้วว่ากัญชากับกัญชงมันไม่เหมือนกัน ท่านเอามารวมกันแล้วมาบังคับขู่เข็ญรวมกันแบบนี้ ไม่น่าจะเหมาะสม เพราะว่ากลุ่มชาติพันธุ์เขาก็ยังใช้กัญชงในวิถีชีวิตของเขา ตามแนวทาง ของเขาในการทำเส้นใย ทำผ้า ทำมุงหลังคา ทำสิ่งของอะไรต่าง ๆ แล้วก็กัญชงนี้มันไม่ได้ มีใครเอามาพี้กัน มันเสียเวลา สิ่งที่มันต่างกันระหว่างกัญชากับกัญชง หลัก ๆ ก็คือว่า สารประกอบที่อยู่ข้างใน มันมีทีเอชซี (THC) กับซีบีดี (CBD) กัญชาซีบีดี (CBD) สูง สูบเข้าไป แล้วมันไฮ (High) ส่วนกัญชงทีเอชซี (THC) มันน้อย ซีบีดี (CBD) สูงกว่า ทีนี้ถามว่าทำไม เราถึงต้องมานั่งแยกกัน ผมเลยอยากจะเสนอทางกรรมาธิการอย่างนี้ว่าคือถ้าท่านจะเขียน กัญชากับกัญชงลงไปในนี้แล้วถ้าท่านอยากตัดกัญชงออก เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์เขาสามารถ ใช้ได้ ท่านตัดแค่คำเดียวนี่คือจบเลย จบเลยท่านประธาน กัญชงนี่หมายความว่าพืชในสกุล แคนนาบิส (Cannabis) ใช่ไหม และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชง เช่น ยางน้ำมัน และมีสารทีเอชซี (THC) ไม่เกินปริมาณตามที่คณะกรรมการกำหนดใช่ไหมครับ ไม่เกินนะ ถ้าท่านตัดคำว่า ไม่ ออก แล้วเหลือแค่คำว่า กัญชง คือตัวที่มีทีเอชซี (THC) เกินกว่า ที่คณะกรรมการกำหนด คือมีทีเอชซี (THC) สูงเกินไป ก็ให้เข้ามาอยู่ในความควบคุมของ พระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะผมเข้าใจว่ากรรมาธิการรอบคอบว่าถ้าสมมุติว่า เราปล่อยกัญชงออกไป ในอนาคตอาจจะมีผู้ที่พัฒนากัญชงแล้วทำให้ทีเอชซี (THC) มันสูง แล้วก็มาหลุดรอดใช้ช่องโหว่จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ถ้าท่านเขียนเอาไว้ว่าถ้าอย่างนั้น ฉันกำหนดเลยว่ากัญชงที่มันมีทีเอชซี (THC) สูงเกินกว่าค่าเท่านี้ให้ถือว่าเข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ. นี้ด้วย ฉันควบคุมด้วย แบบนี้พี่น้องชาวชาติพันธุ์ก็สามารถใช้กัญชงที่มีค่าทีเอชซี (THC) น้อย ๆ ได้ ประเด็นนี้ผ่านไป

ประเด็นที่ ๒ สารสกัด เดิมเขียนเอาไว้ว่าคือกระบวนการอะไรก็ไม่รู้ สกัดออกมาจากทุกส่วน แต่ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไปตัดคำว่า ทุกส่วน ออก แล้วไปเติมคำว่า เป็นช่อดอก แทน แล้วทำไมละ ถ้าเทคโนโลยีในอนาคตมีคนสกัดทีเอชซี (THC) ออกมาได้เยอะ ๆ จากรากมัน แล้วท่านจะบอกว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สารสกัดหรือ ผมคิดว่า แบบนี้ก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เดี๋ยวฟังท่านอธิบายแล้วกัน

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องผลิต ท่านไปตัดคำว่า เพาะ กับ ปลูก ออกทำไม เพาะ กับ ปลูก ไม่ใช่การผลิตหรือ อันนี้ท่านอธิบายให้ผมฟังหน่อย ทำไมการปลูกกัญชา การปลูกกัญชงมันไม่ใช่การผลิต แล้วมันคือการอะไร แล้วอย่างนี้ท่านจะควบคุมอย่างไร

ประเด็นที่ ๔ ท่านนิยามคำว่าโฆษณาอยู่แล้ว ถูกไหมครับ เป็นลีเกิลเทิร์ม (Legal Term) เป็นนิยามตามกฎหมาย เพราะว่าคำว่าโฆษณาที่เป็นคอมมอนเทิร์ม (Common Term) มันใช้ตามพจนานุกรมใช่ไหมครับ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งก็แปลว่าวิธีการอะไรก็ตามที่ท่านเผยแพร่ออกไปซึ่งสารสู่สาธารณชน แต่ไม่มีเพื่อประโยชน์ ในทางการค้า ท่านก็มาเขียนว่าเพื่อประโยชน์ในทางการค้า แต่ท่านก็มาเพิ่มเรื่องของมาร์เกตติง (Marketing) ว่าการสื่อสารการตลาดหมายความว่าอะไร ผมก็เลยอยากถามว่าท่านจะเขียน ทำไม ในเมื่อการสื่อสารการตลาดมันก็คือโฆษณาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าอยู่แล้ว

ประการสุดท้าย อันนี้ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ คือเรื่องของ ผู้อนุญาตกับผู้รับจดแจ้ง ท่านตัดร่างเดิมออก ซึ่งร่างเดิมให้อำนาจกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านมาให้อำนาจเป็นเลขาธิการกับผู้ซึ่งเลขาธิการ ได้มอบหมาย ก็คือเลขาธิการ อย. นั่นเอง ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ว่ายังอยากให้ยึด อุดมการณ์เดิมของกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ร่างแรกที่เขาต้องการกระจายอำนาจออกไปให้สู่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เขาสามารถรับจดทะเบียนกันง่าย เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องเอาบันทึกที่ประชุมที่ท่านคุยกันกับทางเลขาธิการ อย. ว่า ให้ อย. เป็นคนออกกฎเกณฑ์ส่วนกลาง แล้วก็ให้ใช้กฎเกณฑ์นี้แหละ แต่ว่าท่านสามารถมอบหมาย ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กับ อบจ. อบต. ของเขาสามารถรับจดแจ้ง รับขึ้นทะเบียนต่าง ๆ แบบนี้ได้ ถ้าท่านอธิบายได้แบบนี้ผมว่าเหมาะสมครับ ท่านประธานขอบคุณครับ