พรชัย ตระกูลวรานนท์ ชี้แจงรายงานการศึกษากรณีแหลมฉบังเพื่อผลักดันการจัดตั้งเป็นเมืองพิเศษภายใต้กรอบการกระจายอำนาจที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ย้ำว่าเป็นการสานต่อข้อเรียกร้องจากทุกภาคส่วนเพื่อปรับรูปแบบการปกครองท้องถิ่นให้ทันกับการพัฒนาในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด อธิบายถึงความจำเป็นในการออกแบบรูปแบบพิเศษสำหรับการพัฒนาเมืองรอบแหลมฉบังที่ต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตและข้อจำกัดด้านเวลา รวมทั้งเสนอให้เพิ่มอำนาจให้เทศบาลนครแหลมฉบังในการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยืนยันว่าประเด็นอีอีซีอยู่นอกขอบเขตอำนาจการตอบคำถามของตนในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ จึงขอไม่ตอบเพื่อรักษาความถูกต้องตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พรชัย ตระกูลวรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการ ที่ได้กรุณามอบหมายให้ผมทำหน้าที่ตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิก ในเวลาเดียวกัน ก็ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณาให้ความสนใจแล้วก็อภิปรายเกี่ยวข้องกับตัวรายงาน ที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอ ในชั้นต้นเลยผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเรียนว่ารายงาน ฉบับที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอการจัดการให้เป็นเมืองรูปแบบพิเศษกรณีของแหลมฉบังนี้ เป็น ๑ ใน ๓ ตัวเล่มรายงาน อันสืบเนื่องมาจากรายงานฉบับก่อนหน้านั้น กล่าวคือ ในรายงานก่อนหน้านั้นซึ่งเป็นการศึกษาภาพรวมแล้วก็ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง ระบบกระบวนการกระจายอำนาจในประเทศไทยนั้นได้พูดแตะไว้ในหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ความเป็นเฉพาะของแต่ละพื้นที่ของแต่ละท้องถิ่น รายงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีของแหลมฉบังนี้ เป็นหนึ่งในส่วนซึ่งเราขยายต่อเนื่อง นอกจากนั้นก็ยังจะมีกรณีของเกาะสมุย แล้วก็ยังมีกรณี ของเมืองแม่สอด ซึ่งตัวเล่มรายงานเสร็จสิ้นเรียบร้อยพร้อมนำเสนอแล้วก็รอบรรจุเข้าสู่วาระ การพิจารณาของสภานี้ต่อไป กล่าวเฉพาะในกรณีตัวเล่มรายงานของแหลมฉบัง กระผม ขออนุญาตเรียนท่านเพื่อนสมาชิกและท่านประธานว่า จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นการริเริ่มใหม่อะไร แต่เป็นการสานต่อแล้วก็ต่อยอดสิ่งซึ่งก่อนหน้านั้นในสภาเองก็ดี ในภาคส่วนธุรกิจก็ดี หรือในภาคประชาชนก็ดี ได้มีความพยายามที่จะเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การปกครองท้องถิ่นในกรณีแหลมฉบัง เพราะกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ นั้น เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลาที่รัฐบาลพยายามที่จะพัฒนาพื้นที่ในบริเวณแหลมฉบัง เพื่อที่จะรองรับการขยายตัวของโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เงื่อนไข ปัจจัยต่าง ๆ ณ เวลานั้นปี ๒๕๓๔ เมื่อเทียบเคียงกับที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแตกต่างกัน อย่างมาก อันนั้นคือจุดตั้งต้นที่ทำให้มีการศึกษาในกรรมาธิการชุดของเราเพื่อที่จะอัปเดต (Update) ข้อมูลเงื่อนไขปัจจัย ขออนุญาตไปที่ท่านณัฐวุฒิได้กรุณาซักถามไว้ทั้ง ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านซักถามไว้ก็คือเวลาที่พูดถึงรูปแบบพิเศษ ตรงไหน อะไร อย่างไรที่เรียกว่าเป็นรูปแบบพิเศษ ในกระบวนการขั้นตอนการศึกษาแล้วการลงพื้นที่ ได้พูดคุยกันหลายรอบ เดิมทีเดียวก็มีข้อเสนอว่าอาจจะต้องพลิกโฉมปรับรื้อโครงสร้าง กระบวนการบริหารทั้งหมดให้มีลักษณะพิเศษจริง ๆ แต่พื้นที่เอง ภาคประชาชนเอง รวมทั้ง ผู้บริหารเทศบาล ณ ปัจจุบันเองก็อยากจะตอบเฉพาะโจทย์ที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราจึงพยายามประนีประนอมปรับเปลี่ยนหรือว่าเสนอเฉพาะที่จะสามารถทำได้จริงในระยะเวลา อันสั้น ซึ่งไม่ต้องใช้เวลาในการปรับรื้อมากจนเกินไป เพราะเข้าใจอยู่เองว่าภายในระยะเวลา ไม่เกิน ๕-๑๐ ปี พื้นที่บริเวณรอบแหลมฉบังก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างแน่นอน เมื่อสถานการณ์ทางโควิด (COVID) ดีขึ้นแล้ว การเข้ามาลงทุนของธุรกิจ จากต่างประเทศก็ดี อะไรต่อมิอะไรก็ดี จะทำให้ภูมิทัศน์ในบริเวณแหลมฉบังและโดยรอบ เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง การจะเตรียมอะไรล่วงหน้าในการปรับรื้อมากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะไม่สอดคล้องกับสิ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ถือว่าเป็นการเสนอรูปแบบพิเศษ แบบประนีประนอม ซึ่งก็อาจจะยังไม่ได้ถูกใจพวกเราเท่าไรนัก หรือไม่ถูกใจที่เพื่อนสมาชิก บอกว่ามันก็ยังไม่มีอะไรพิเศษมากมายเท่าไรนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านณัฐวุฒิถามคือเรื่องเทศบาลนคร ผมเรียนว่ามันแตกต่าง ไปจากการปกครองท้องถิ่นในกรณีที่อยู่ในภูมิภาคอื่น ๆ ถ้าหากเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาส ผ่านไปหรือได้ลงไปพื้นที่ก็จะพบว่าปัจจุบันแหลมฉบังมีสภาพความเป็นเมือง มีความ สลับซับซ้อนอย่างที่ก่อนหน้านี้มีเพื่อนสมาชิก ท่านวีระกร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พูดไว้แล้ว แล้วก็มีลักษณะความเป็นเมืองซ้อนเมืองในหลายมิติ ทั้งมีชาวต่างชาติเข้าออกประกอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมาจากศรีราชา มีกิจกรรมทางสังคมและอื่น ๆ อยู่ค่อนข้างจะมาก ฉะนั้นความเป็นเทศบาลเมืองจึงบ่งชี้ในตัวของมันเองด้วยคำที่ประกอบ กันว่ามันจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการ มีระบบนิเวศที่จะสามารถเอื้ออำนวยได้ทั้ง อุตสาหกรรม ท่าเรือ ชุมชน แล้วก็ผู้คนที่หมุนเข้าหมุนออกอยู่ตลอดเวลา ข้อเสนอเรื่องของ การจดแจ้งทำทะเบียนแม้จะไม่ใช่เป็นการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาก็ดี แต่ทำให้ประชากร ที่มีอยู่จริงมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ อันนี้ก็ปรากฏอยู่ในข้อเสนอของเราในเรื่องของการ ทำให้เทศบาลนครแหลมฉบังมีอำนาจในการจะออกเทศบัญญัติที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามคือเรื่องของอีอีซี (EEC) ที่จริง กิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ในแต่ละจุด ๆ ของ ๓ จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตอีอีซี (EEC) ก็มีความแตกต่างหลากหลาย ในรายงานฉบับนี้เราโฟกัส (Focus) หรือว่ามุ่งที่จะอภิปราย เฉพาะในส่วนซึ่งเกี่ยวข้องกับเทศบาลนครแหลมฉบังเท่านั้น ซึ่งก็แน่นอนก็ทำให้ไม่ครบถ้วน ไปทั้งหมดนัก ผลกระทบจากอีอีซี (EEC) ก็ดี เรื่องขยะหรือเรื่องอื่น ๆ ก็ดี อันนี้ก็ยังแตะไป ไม่ถึง เพราะว่าเราจำกัดตัวของเราเองในการทำการศึกษาเฉพาะที่เกี่ยวกับนครแหลมฉบัง
ประเด็นที่ ๔ ซักถามเรื่องเกี่ยวกับอีอีซี (EEC) ก็เช่นกัน ก็ไม่อยู่ในวิสัย ที่กรรมาธิการชุดผมจะสามารถชี้แจงหรือตอบแทนได้ทั้งหมด เพราะว่ามันก็จะเกินจาก ขอบเขตที่ทางกรรมาธิการมอบหมายให้ผมในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ทำการศึกษา ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพครับ