ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งคำถามถึงความชัดเจนและข้อแตกต่างในการจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังในรูปแบบพิเศษเมื่อเทียบกับเมืองพัทยา พร้อมเรียกร้องให้มีการเปรียบเทียบรายละเอียดด้านการบริหารและการให้บริการประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งยังเสนอให้มีการจดทะเบียนผู้พักอาศัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพื่อความชัดเจนในการวางแผนและจัดสรรงบประมาณ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความสำเร็จของเขตเศรษฐกิจพิเศษและแสดงความกังวลต่อปัญหาขยะในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และการลักลอบขนส่ง พร้อมตั้งคำถามถึงหลักประกันการจัดการสิ่งแวดล้อมหากมีการเพิ่มอำนาจให้เทศบาลฯ เป็นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษ และได้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำรายงานที่มีภาคผนวก ก และ ข โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. ในภาคผนวก ก ว่าควรจัดเป็นส่วนหนึ่งของรายงานหรือไม่ พร้อมขอให้ประธานที่ประชุมสอบถามความเห็นจากที่ประชุมร่วมกันต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบพระคุณทางกราฟฟิก (Graphic) สภา เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ ในการอภิปรายครั้งแรกท่านใส่ผมคำว่าคนจังหวัดอ่างทองในกราฟฟิก (Graphic) ให้ผมด้วย ท่านประธานครับ ถ้าผมจะไม่พูดก็เกรงว่าสมาชิกทางบ้านจะเข้าใจผิดว่ามีแต่ท่านวีระกร คำประกอบ ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม อยู่ท่านเดียวในสภา ผมก็ยังอยู่ครับ แต่ว่าไม่ได้เหงา เท่าไร ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นที่จำเป็นจะต้องขออนุญาตพูดถึงรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จริง ๆ ก็อ่านเร็ว ๆ นะครับ อาจจะจับความได้ไม่หมดต้องขอประทานโทษท่านกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าถ้าท่านจะตอบคำถามทั้ง ๔ ประเด็นของผมได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครแหลมฉบัง
ประเด็นที่ ๑ เวลาที่เราพูดถึงการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ วันนี้ ผมขออนุญาตที่จะยก อบจ. เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นออกไปก่อน ความเป็นรูปแบบพิเศษที่เรารู้กันก็คือกรณีของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ผมพยายาม จะอ่านในรายละเอียดนะครับ แต่อาจจะความรู้ไม่พอที่จะเข้าใจว่าในท้ายที่สุดนั้น ท่านลอง ฉายภาพเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนมากกว่านี้ได้อีกสักนิดหรือไม่ ว่ากรณีของเทศบาล นครแหลมฉบัง ยิ่งถ้าท่านมีร่าง พ.ร.บ. ประกอบมาด้วยนั้นมันมีความเหมือนหรือแตกต่าง จากกรณีของเมืองพัทยาแบบใด ประการใด ความเป็นจริงในเมืองพัทยาเองก็มีปัญหา ส่วนของเขาที่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสำนักพัฒนาสังคม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เพียง ๓๐ คน ไม่เพียงพอต่อการดูแลพี่น้องประชาชนที่มีอยู่หลายแสนคนในพื้นที่ของเมืองพัทยา ต่าง ๆ เป็นต้น ตรงนี้ก็ต้องขอความชัดเจนครับ ไม่ใช่พูดแต่เพียงเรื่องกองช่าง ไม่ใช่พูดแต่เชิง พาณิชย์ แต่หมายรวมถึงการดูแลคนและการเปรียบเทียบระหว่างตัวเมืองพัทยากับเทศบาล นครแหลมฉบังซึ่งมีลักษณะที่ท่านพยายามจะบอกว่าเป็นการปกครองในรูปแบบพิเศษ
ประการที่ ๒ เวลาที่เราพูดถึงระดับของเทศบาลนคร ที่ใกล้ที่สุดกับ แหลมฉบังก็คือเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งมีการรวมองค์กรปกครองในระดับ ตำบลถึง ๕ ตำบลเข้ามา ผมไม่พูดถึงเทศบาลเมืองศรีราชา ไม่พูดถึงเทศบาลที่ใกล้เคียง กว่านั้น ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่ผมเคยได้รับบทเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีท่านให้ข้อคิดไว้น่าสนใจครับ ท่านบอกว่าคนที่มาอยู่ในเทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีส่วนใหญ่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่ถึง ๖ แห่ง ด้วยกัน ทั้งที่ตำบลบ่อวิน ทั้งที่ตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ต่าง ๆ เป็นต้น ความหมายของท่าน ก็คือว่าพี่น้องประชาชนที่มาอยู่จำนวนมาก ๆ นั้น มิได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในพื้นที่ ท่านบอกว่า กระทรวงมหาดไทยหรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถทำการลงทะเบียนหรือ จดแจ้งคนที่มาอยู่ในพื้นที่ของท่านได้หรือไม่ ถามว่าจะเป็นประโยชน์อย่างไรครับ ก็คือจะเป็น ประโยชน์ในการรู้จำนวนพี่น้องประชาชนที่อยู่อย่างแท้จริง จะเป็นประโยชน์ในการจัดสรร งบประมาณ จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนบริหารจัดการต่าง ๆ ปัญหาของเทศบาล นครแหลมฉบังผมคิดว่ามีความใกล้เคียงกันครับว่าพี่น้องประชาชนที่มาอยู่จำนวนหนึ่ง หรือจำนวนมากในนั้นก็ไม่ใช่คนในตำบลนั้นทั้งหมด ฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผม อยากจะเห็นความชัดเจนจากท่านครับ
ประเด็นที่ ๓ ในรายละเอียดท่านพยายามพูดถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ใน หลายพื้นที่ด้วยกัน ความเป็นจริงผมสนใจในเรื่องของเขตวัฒนธรรมพิเศษ เช่น กรณีของ แม่สอด กรณีของสังขละบุรี กรณีของแก่งกระจานมากกว่า แต่ผมไม่พูดถึงเพราะว่า เป็นคนละเรื่องกันที่จะพูดในที่นี้ ท่านยกตัวอย่างว่าลักษณะการทำนั้นจะนำไปสู่การมี รูปแบบที่เรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบ แล้วผมคิดว่าท่านคงมี ข้อมูลมีบทเรียนที่จะตอบกับสภาแห่งนี้ว่ากรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำไปแล้วที่แม่สอดนั้น ประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำไปแล้วที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายนั้นประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ ตั้งเขตจริงครับ แต่พี่น้องประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ ตัวด่านอยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๓-๔ กิโลเมตร มีแต่ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่ขนเข้ามา แต่ท้ายที่สุดไม่เกิดโรงงาน ท้ายที่สุดไม่เกิดการจ้างงาน ท้ายที่สุดไม่เกิดประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ฉะนั้นการที่ท่านเทียบโมเดล (Model) โดยใช้กรณีของ เขตเศรษฐกิจพิเศษมาเป็นตัวประกอบและสนับสนุนว่าควรจะทำให้เทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษนั้น ผมยังมีความคลางแคลงใจ นั่นเป็นประเด็นที่ ๓
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่มีการพูดถึงมากในเรื่องของอีอีซี (EEC) ผังเมือง ออกไปก่อนนะครับ คงไม่มีเวลาที่จะพูดถึง ก็คือประเด็นเรื่องของขยะ กรณีการกันพื้นที่ อีอีซี (EEC) วันนี้ที่ควรจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง อาจจะรวมถึงฉะเชิงเทราเท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีการส่งขยะไปถึงปราจีนบุรี ฉะนั้นอะไรคือหลักประกัน และขยะที่นี้ หมายรวมถึงทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งขยะที่ถูกขนหรือลักลอบขนเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเพื่อนสมาชิกของผมก็เคยไปตรวจเจอที่เทศบาลนครแหลมฉบัง อะไรคือการจัดการขยะ อะไรคือหลักประกันว่าการเพิ่มอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เทศบาลนครแหลมฉบังนั้น จะนำไปสู่ปัญหาเรื่องของการจัดการขยะต่าง ๆ ได้
นั่นเป็น ๔ ประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะตั้งประเด็นข้อสังเกตและสอบถาม ในท้ายที่สุดท่านประธานครับก่อนที่ท่านประธานจะขอให้มีการให้ความเห็นในท้ายนั้น ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือว่ารายงานฉบับนี้ไม่ได้มีแต่เพียงเนื้อหาและ กรณีข้อสังเกตนะครับ แต่รายงานฉบับนี้ยังมีภาคผนวก ไม่ว่าจะเป็นภาคผนวก ก หรือกรณี ของภาคผนวก ข ภาคผนวก ข นี้เป็นรูปภาพเฉย ๆ อย่างไรผมก็คงรับอยู่แล้ว แต่กรณีของ ภาคผนวก ก นั้น ท่านประธานอาจจะต้องถามในที่ประชุมแห่งนี้ว่าถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ รายงานและจะอยู่ในส่วนไหน อยู่ในส่วนเนื้อหา หรืออยู่ในส่วนข้อสังเกต หรือจะให้รับแบบใด อย่างไร เพราะว่าเนื้อหาผมอาจจะรับ แต่กรณีของภาคผนวกที่เป็นร่าง พ.ร.บ. นั้น อาจจำเป็นที่จะต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งอันนี้อาจจะต้องเป็นประเด็นคำถามที่ ท่านประธานจะได้กรุณาถามที่ประชุมแห่งนี้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ