โกวิทย์ ชี้แนวทางกระจายอำนาจ-เสนอร่างกฎหมายเสริมท้องถิ่นเข้มแข็ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕

โกวิทย์ พวงงาม ชี้แจงผลการพิจารณาของกรรมาธิการเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ โดยสรุปประเด็นสำคัญจากความคิดเห็นของสมาชิก 13 คน และย้ำความเห็นพ้องต้องกันในการส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของประชาชน เสนอให้มีการเพิ่มอำนาจหน้าที่และงบประมาณแก่ท้องถิ่นอย่างชัดเจน พร้อมแนวทางเสริมสร้างศักยภาพทางการเงิน เช่น การออกพันธบัตรท้องถิ่นหรือจัดตั้งธนาคารพัฒนาการท้องถิ่น และเน้นการบูรณาการอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พร้อมเสนอร่างกฎหมายเพื่อเสริมความเป็นอิสระด้านการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น และผลักดันการกระจายอำนาจในกรุงเทพมหานครผ่านการจัดตั้งสภาเขต รวมถึงการจัดทำประมวลกฎหมายท้องถิ่นเพื่อสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ทั้งยังชี้แจงรูปแบบพิเศษของการกระจายอำนาจสำหรับจังหวัดจัดการตนเอง พื้นที่อัตลักษณ์พิเศษ เช่น ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมหลากหลาย เขตท่องเที่ยว และเกาะ โดยเสนอให้มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจและการบริการท้องถิ่นแห่งชาติเป็นกลไกขับเคลื่อน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านสภาพลเมือง และสรุปข้อเสนอแนะด้านกฎหมายที่จำเป็นต้องปรับปรุง ได้แก่ กฎหมายท้องถิ่น การบริหารบุคคล การคลัง และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ผมขอขอบคุณท่านประธานซูการ์โนได้อนุญาตให้ผมได้ช่วยตอบข้อสงสัยของ เพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามมาทั้งหมด ๑๓ ท่าน ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผมเรียน ท่านประธานว่าทุกคำถามหรือคำอภิปราย โดยเฉพาะคำอภิปรายที่ท่านได้อภิปรายค่อนข้าง จะไปในทางที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้เสนอ ส่วนประเด็นปลีกย่อยที่ท่านกรรมาธิการ ได้รับฟังท่านนั้นผมน้อมรับ และกรรมาธิการทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยกันทำให้ การขับเคลื่อนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และการกระจายอำนาจในอนาคตต่อไป ในชั้นนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานและขอตอบ เป็นประเด็นหลัก ๆ สัก ๔ ประเด็นเพื่อให้เข้าใจที่ตรงกัน

ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่ามีท่านสมาชิกพูดเรื่องพัฒนาการของการกระจาย อำนาจ อันนี้ก็ถูกต้องว่าพัฒนาการของการกระจายอำนาจไม่ได้เริ่มปี ๒๕๔๐ แต่มันเริ่มมา ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ มีสุขาภิบาล แล้วก็เริ่มตั้งแต่มีเทศบาลใน พ.ศ. ๒๔๗๖ อันนี้ก็ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม แต่ประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะเรียนในประเด็นที่ ๑ ที่พูดกันมากก็คือเรื่องของหน้าที่และ อำนาจของท้องถิ่น อันนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราได้พยายามเขียนไว้ในข้อสังเกต เพื่อนสมาชิกกังวลเรื่องให้กระจายอำนาจมาแล้วนี่ไม่กระจายเงิน โดยเฉพาะงบประมาณ แต่กระจายแต่หน้าที่ แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งเราได้เสนอไว้ ผมเรียนว่าการแก้ไข พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจนี่เราได้เขียนไว้ในข้อสังเกตเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ได้สบายใจ แต่มากไปกว่านั้นเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องปลดล็อกท้องถิ่น ซึ่งก็สอดคล้องกัน เพราะว่าในปลดล็อกท้องถิ่นก็พูดเรื่องอำนาจของท้องถิ่นที่ควรจะจัดบริการในเรื่องบริการ สาธารณะขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน โดยให้อำนาจนั้นเป็นของท้องถิ่น ยกเว้นอำนาจ ๔-๕ เรื่อง ผมยกตัวอย่าง เช่น เรื่องการต่างประเทศ เรื่องความมั่นคง เรื่องการทหาร เรื่องการทูต เรื่องการเงิน เป็นต้น หรือเรื่องของภาพรวมของประเทศอันนั้นก็ถูกต้อง ซึ่งอันนี้ เราตระหนักตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ผมเรียนว่าเรื่องงบประมาณ เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งในข้อเสนอนั้นเราเสนอ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เพื่อนสมาชิกก็พยายามบอกว่า ให้มากกว่านั้น ซึ่งก็น้อมรับในจุดนี้ ผมเห็นใจท้องถิ่นว่าการมีรายได้เพื่อทำหน้าที่พัฒนา คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานนั้นจะต้องได้ทั้งภารกิจที่ได้มารวมถึงงบประมาณด้วย อันนี้ก็เป็น เรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งเราได้เสนอเรื่องกฎหมายรายได้และการคลังท้องถิ่น อันนี้อยู่ในข้อสังเกต เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ

มีท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้พูดที่ให้ข้อคิดต่อกรรมาธิการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้ ท้องถิ่นออกพันธบัตรก็ดี หรือให้ท้องถิ่นดำเนินการให้มีธนาคารพัฒนาการท้องถิ่น อันนี้ก็เป็น เรื่องความก้าวหน้าของท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการต่อไป ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ก่อนถึงเรื่องบุคคลมันมีประเด็นเรื่องการบูรณาการที่เพื่อนสมาชิกได้ถาม ผมอยากจะเรียนว่าการบูรณาการเรามองในลักษณะหุ้นส่วน ผมคิดว่าการกระจายอำนาจ เราไม่สามารถแยกออกจากรัฐส่วนกลางได้ นั่นก็คือยังคงมีรัฐบาลกลางและเรามีท้องถิ่น เราจะบูรณาการในลักษณะหุ้นส่วนอย่างไร นั่นก็คือการแปลงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาพใหญ่ ของประเทศที่ท้องถิ่นไม่สามารถและไม่มีขีดความสามารถที่จะจัดการได้ ตรงจุดนี้ก็ต้องให้ ส่วนกลางมาช่วยในเรื่องที่ผลกระทบต่อประชาชนโดยภาพรวม ก็เรียนด้วยความเคารพ ตรงจุดนี้

ส่วนเรื่องบุคคลนี่จริง ๆ ท่านพูดเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ให้อำนาจในการสอบที่อยู่ ที่ส่วนกลางนั้นเราตระหนักดีครับ ในกรรมาธิการเราทำหลายเรื่อง แล้วก็เรียนท่านว่าอันนี้ เราได้เสนอกฎหมายเพื่อให้การบริหารงานบุคคลนั้นมีอิสระ นั่นก็คือกฎหมายระเบียบ บริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ซึ่งในรายละเอียดค่อยว่าไป นั่นเป็นข้อเสนอของกรรมาธิการ ถ้ารับไปแล้วรัฐบาลเห็นชอบในจุดนี้ เราก็จะทำให้กฎหมายนี้ไปสู่คนท้องถิ่นที่มีการสอบ การอะไรของท้องถิ่นเองโดยอิสระครับ

มีเรื่องของ กทม. ที่บอกว่าจริง ๆ กรรมาธิการชุดนี้ซึ่งได้เสนอไปครั้งหนึ่งแล้ว เรื่อง กทม. เรื่องของเขตเรื่องของอะไร เรื่องของสภาเขต เราได้เสนอไปแล้ว เราเห็นด้วย ที่จะให้จัดการ กทม. ออกเป็นเทศบาลก็ได้หรือว่าในระดับเขตเราจะต้องกระจายอำนาจ อย่างไรนั้นเราเสนอไปในครั้งก่อน ก็ให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องความเข้มแข็งของท้องถิ่นที่หลายท่านพูดเรื่อง ในมาตรา ๒๔๙ ที่เราได้เสนอว่าการจัดตั้งองค์กรท้องถิ่นต้องคำนึงถึงรายได้ คำนึงถึง ประชากร คำนึงถึงพื้นที่และคำนึงถึงความหนาแน่นนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ท่านเสนอมา เราได้เสนอให้มีการทำประมวลกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งปรากฏชัดอยู่ในรายงานเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้สบายใจว่าวิธีคิดแบบนี้องค์กรท้องถิ่นเราจะต้องดำเนินการทำให้เขามี ศักยภาพได้อย่างไร

มีเรื่องของรูปแบบพิเศษ อันนี้ทุกท่านก็เห็นด้วยว่ารูปแบบพิเศษที่เรา ได้นำเสนอในรายงานนั้น เราเสนอเป็น ๓ เรื่องด้วยกัน ๑. จังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็น จังหวัดจัดการตนเอง นั่นก็เสนอไว้ ๒. ก็คือพื้นที่ที่เป็นอัตลักษณ์พิเศษ ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พยายามถาม อัตลักษณ์พิเศษก็หมายถึงเรื่องของชาติพันธุ์ เรื่องของ พหุวัฒนธรรม เรื่องพวกนี้เราได้ใส่ไว้ชัดเจนในรายงาน ก็อยากให้สบายใจ แต่ว่ายังมีเรื่องของ เขตท่องเที่ยว เขตเป็นเกาะ อันนี้ก็มีในรายงานอย่างครบถ้วน อยากให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ ว่าเราได้ตระหนักถึงจุดนี้นะครับ

ในส่วนสุดท้าย เรียนท่านประธานว่าท่านพูดเรื่องกลไกการกระจายอำนาจอยู่ ซึ่งเราได้เสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจและการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ ซึ่งอาจจะ ตรงกับที่ท่านคุณหมอเกียรติศักดิ์ได้เสนอว่าจริง ๆ ท่านก็ได้ศึกษาเรื่องกระทรวงท้องถิ่น เพื่อจะเป็นกลไกดูแลท้องถิ่น และท่านได้เสนออีกโมเดล (Model) หนึ่งก็คือคณะกรรมการ ท้องถิ่นแห่งชาติ ก็เหมือนกับที่ทางกรรมาธิการได้เสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจ และการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ อันนั้นก็เป็นกลไกหนึ่งที่จะมาดูแลขับเคลื่อนการกระจาย อำนาจนะครับ

สุดท้ายก็คือเรื่องการมีส่วนร่วม อันนี้ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก แต่การมี ส่วนร่วมนั้นผมเห็นด้วยนะครับ อันนั้นก็แล้วแต่วิธีการของท้องถิ่นที่จะทำให้ไปถึงชุมชน ได้อย่างไร กระจายงบไปให้ชุมชนได้อย่างไร แต่เราได้เสนอเรื่องการให้มีสภาพลเมือง เข้าไปด้วยในกระจายอำนาจที่เราได้เสนอไว้ในข้อท้าย ๆ ก็กราบเรียนเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพว่าเรื่องเหล่านี้เราได้เสนอไว้เรียบร้อยในเรื่องของการมีส่วนร่วมนะครับ

เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือเราพยายามพูดในเชิงกฎหมายหลายเรื่อง ไม่ว่า จะเป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่จะต้องให้รัฐบาลต้องไปดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกระดับ การปกครองรูปแบบพิเศษที่มีทั้ง ๓-๔ ส่วนที่ผมอธิบายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กฎหมายรายได้และการคลังท้องถิ่น กฎหมายการมีส่วนร่วม ของประชาชนที่จะร่วมดูแลท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งไปแก้ไข พ.ร.บ. กำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจ เพื่อปลดล็อกอำนาจและหน้าที่ และเพิ่มเงินให้ท้องถิ่น นั่นคือสิ่งที่ทางกระผมและเพื่อนสมาชิกได้รับฟัง แล้วในนามของกรรมาธิการวันนี้ก็ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจ ทุกท่านเห็นตรงกัน ว่าวาระแห่งชาติของประเทศต่อนี้ไปต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจ และมีความเข้มแข็งในการจัดบริการสาธารณะเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ