พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น โดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการระดมทุนและจัดตั้งธนาคารเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และขอให้รัฐบาลพิจารณาให้จังหวัดเชียงใหม่มีสิทธิในการเลือกผู้นำของตนเอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ทำรายงานฉบับนี้ ให้พวกเราได้อภิปรายกัน ผมขอเน้นประเด็นเรื่องของการถ่ายโอนหรือการผ่องถ่ายอำนาจ ที่ท่านพยายามจะใช้เป็นหลักในการดูเรื่องนี้ ผมอยากจะให้ท่านลองคิดใหม่ว่าแทนที่จะมุ่ง แต่เรื่องการถ่ายโอน ผมอยากจะให้ท่านมองว่าท่านน่าจะคิดในเรื่องของการสร้างอำนาจ ให้กับท้องถิ่น พูดง่าย ๆ คือการปลดล็อกที่มีอยู่ในเวลานี้ กฎหมายหลายฉบับไปล็อกท้องถิ่น ไม่ให้ทำงานต่าง ๆ ทำให้เขาไม่สามารถทำได้ต้องมาพึ่งพาส่วนกลาง ก็เลยมีคำของการใช้ คำว่าถ่ายโอน เพราะส่วนกลางยังคงหวงอำนาจ ยังคงยึดอำนาจอยู่ แล้วเราก็จะไปเน้นเรื่อง ถ่ายโอน ซึ่งในรายงานของท่านก็ระบุไว้หลายที่ว่าทำได้ยากมาก นักวิชาการหลายท่าน ก็พูดเรื่องนี้ แต่ท่านลองคิดใหม่ครับ ว่าแทนที่ท่านจะใช้คำว่าถ่ายโอนไปโดยที่อำนาจ ในส่วนกลางยังล็อกติดอยู่ ท่านไปคิดในเรื่องของการปลดล็อก เรื่องของการกระจายอำนาจ ก็คือให้เขามีอำนาจของเขาเอง แทนที่จะบอกว่าอำนาจต้องมาจากส่วนกลาง ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องที่ท่านได้กล่าวถึงในหน้า ๑๐๖ ในหมวด ๗ ว่าด้วยการเงินการคลังท้องถิ่น ผมได้ดูแล้ว ผมยังมีความรู้สึกว่าที่ท่านเขียนมายังอ่อนมากในการที่จะให้ท้องถิ่นมีบทบาทมีอำนาจที่จะ ทำงานได้ในท้องถิ่น เพราะว่าหากท้องถิ่นยังคงต้องพึ่งพารัฐในการถ่ายโอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่ว่าจะต้องมีรายได้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาล ทุกวันนี้เราก็ทราบดีว่า รัฐบาลยังมีปัญหาเรื่องของรายได้ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แล้วก็งบประมาณประจำปีเอง ก็ขัดสนมาก แต่ถ้าท่านใช้วิธีการคิดแบบใหม่ก็คือปลดล็อกให้ท้องถิ่นเขามีอำนาจที่จะ หารายได้เอง กฎหมายตรงไหนที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาทำไม่ได้ก็ปลดล็อกเสีย ผมเชื่อว่า ท้องถิ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งเชียงใหม่ก็ตาม มีความสามารถที่จะสร้างรายได้ของตนเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งส่วนกลางในการที่จะผ่องถ่าย หรือว่าโอนงบมาให้ หรือแม้กระทั่ง กทม. เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็เห็นว่า กทม. มีภารกิจ มากมายด้วยกัน มีงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ยกตัวอย่างก็คือรถไฟฟ้าก็ต้องไปอาศัยเอกชนมาลงทุนให้ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตลาดทุนพร้อมอยู่แล้ว แต่ถ้าเราปลดล็อกให้ท้องถิ่นเขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในการระดมทุนเหล่านี้เข้ามาใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของเขาโดยมีหลักประกันในเรื่องของรายได้ในอนาคต มีลิมิต (Limit) ที่ทางส่วนกลางอาจจะมีการกำหนดไว้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ท้องถิ่นของเรา มีความสามารถที่จะทำงานได้เต็มที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกพันธบัตร ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ในยุโรป เช่น เยอรมัน หรือในญี่ปุ่น ท้องถิ่นต่าง ๆ มีความสามารถในการออกพันธบัตร อย่างกรณีของญี่ปุ่นถ้าเป็นรัฐบาลออกเขาเรียกว่าเจจีบี (JGB) แต่ถ้าเป็นของท้องถิ่นออกเขาเรียกว่าแอลจีบี (LGB) ก็เป็นที่นิยมมากของประชาชน ในการซื้อพันธบัตรของท้องถิ่นในการออมในการลงทุน ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยเราก็มีเงินออม อยู่พอสมควรที่จะดูแลตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นท่านได้มีความคิดในเรื่องของการ ปลดล็อกให้ท้องถิ่นออกพันธบัตรได้ในการระดมทุนจากตลาดทุน หรือแม้กระทั่งในการจัดตั้ง ธนาคารเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพื่อจะเป็นตัวกลางในการระดมทุนให้กับท้องถิ่นสามารถที่จะไป ทำงานที่ต้องใช้เงินระยะยาวมาก ๆ ไม่ต้องมาอาศัยส่วนกลางหรือรัฐบาลกลางในการที่ จะต้องหาแหล่งทุนให้ ซึ่งสิ่งนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่อง ของการพัฒนาท้องถิ่น แล้วก็เรื่องของการกระจายอำนาจก็จะเกิดขึ้นได้โดยปริยาย
สุดท้ายครับท่านประธาน เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีอำเภอเป็น ๑๐ อำเภอ มีปัญหาสะสมหมักหมมค่อนข้างมาก คนเชียงใหม่มีความรู้สึกว่าไม่มีอิสระในการที่จะ ปกครองตนเอง ขณะที่กรุงเทพฯ พัทยา มีอำนาจมีสิทธิที่จะเลือกผู้นำของตนเอง แต่เชียงใหม่กลับไม่ได้ ผมก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการให้ท่านได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ให้จังหวัดที่มีความก้าวหน้าอย่างเชียงใหม่ได้มีโอกาสที่จะเลือกผู้นำของจังหวัดด้วยตนเอง ขอบพระคุณมากครับ