อุดม ทุมโฆสิต หารือถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายการกระจายอำนาจให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีอิสระในการตัดสินใจตามบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมความเป็นธรรม และเสริมศักยภาพประชาชนในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยย้ำว่าการกระจายอำนาจอย่างถูกต้องจะช่วยผลักดันการพัฒนารัฐโดยไม่ต้องลงทุนมาก แต่ต้องอาศัยกลไกที่เหมาะสมและกฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน กระผม ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อุดม ทุมโฆสิต ในฐานะ ประธานคณะทำงาน ขอรายงานสรุปผลการศึกษาตามรายงานฉบับนี้ แท้ที่จริงแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการได้นำเสนอรายละเอียดซึ่งมีสาระครบถ้วนไปตามสมควรแล้ว กระผมเองจะขอเสริมเฉพาะบางส่วนที่เห็นว่าจะทำให้การรายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นนะครับ สำหรับส่วนที่ผมจะนำเสนอเพื่อให้สภารับทราบก็คือ จะกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องกระจายอำนาจ โดยหลักการทั่วไปที่นานาประเทศ แล้วก็รวมทั้งประสบการณ์ของประเทศไทย ซึ่งได้มีประสบการณ์เรื่องการกระจายอำนาจ มาร่วม ๒๐ กว่าปีนั้น เราสรุปเหตุผลความจำเป็นที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงกฎหมาย พระราชบัญญัติกำหนดแผนขั้นตอนกระจายอำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ เหตุผลความจำเป็นมีอยู่ ๔-๕ หลักด้วยกัน ซึ่งผมอาจจะขอ นำสรุปเพียงสั้น ๆ ดังนี้นะครับ
เหตุผลข้อที่ ๑ โดยหลักความเป็นจริงตามธรรมชาติ ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น มีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเขาควรจะมีอิสระที่จะรับรู้ปัญหาของตัวเอง แล้วก็รับรู้ยืนยันความต้องการของตนเอง เพราะฉะนั้นแนวทางอย่างนี้เราจำเป็นต้องกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่นมีอิสระในการที่จะทำงาน ในการที่จะตัดสินใจเพื่อที่จะสนองความต้องการ ของตัวเองได้อย่างอิสระ ทีนี้การบริหารราชการแผ่นดินที่เน้นการรวมศูนย์อำนาจมีจุดอ่อน ก็คือไม่สามารถที่จะรู้และเข้าใจความต้องการของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง ครบถ้วน อันเป็นสาเหตุสำคัญนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ แล้วก็มีการกระจายอำนาจไปใน รัฐต่าง ๆ ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประเทศไทยเราได้มีประสบการณ์มา ๒๐ กว่าปี ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้นเมื่อประมวลกันแล้วก็อยู่ภายใต้หลักการนี้เช่นเดียวกันนะครับ
เหตุผลข้อที่ ๒ จำเป็นต้องกระจายอำนาจ ก็คือว่าประชาชนราษฎรทุก หมู่เหล่าถ้าหากว่าเขามีความสามารถในการพึ่งตนเองได้สูง แน่นอนก็จะช่วยค้ำจุนให้รัฐ เจริญเติบโตแล้วก็พึ่งตนเองได้ แข่งขันได้ สร้างคุณประโยชน์กับรัฐโดยรวมนานัปการ เพราะฉะนั้นหลักการกระจายอำนาจเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าประชาชนหรือราษฎรที่อยู่ใน ท้องถิ่นห่างไกลหรือใกล้ก็ตามจะใช้อำนาจของตนในการที่จะพึ่งพาตนเองโดยวิถีทาง ต่าง ๆ กันให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตน เพราะฉะนั้นในระยะสั้นอาจจะมีความขลุกขลัก นิดหน่อยในช่วงการเปลี่ยนผ่านในการกระจายอำนาจ แต่ในระยะยาวดีแน่นอน ซึ่งมีข้อมูล ข้อพิสูจน์ในนานาชาติที่แน่นหนามาก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ประเทศ ควรจะให้ความสำคัญแล้วก็ให้การตัดสินใจเรื่องการกระจายอำนาจให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
เหตุผลข้อที่ ๓ การรวมศูนย์อำนาจมันนำมาสู่ความไม่เท่าเทียม ความไม่ ยุติธรรมแห่งรัฐ กล่าวคือเกิดความเหลื่อมล้ำมาก เหตุผลสำคัญที่สนับสนุนเรื่องนี้ก็คือเมื่อเรา รวมศูนย์อำนาจ ทรัพยากรทุกเม็ดถูกรวมศูนย์มาอยู่ที่ส่วนกลาง แต่เวลากระจายกลับ จะกระจายกลับได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นโดยเหตุผลดังกล่าวก่อให้เกิด ความยากจน ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งประเทศไทยเราก็ตกอยู่ภายใต้ความจริงข้อนี้ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามีการกระจายอำนาจอย่างเหมาะสม นอกจากจะสร้าง ความเป็นธรรมให้กับราษฎร แล้วก็ความเป็นธรรมให้กับรัฐ ก็ยังจะขจัดปัญหาพื้นฐาน เช่น ปัญหายากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยอัตโนมัติ ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญแห่งรัฐ ที่จำเป็นจะต้องพิจารณา
เหตุผลข้อที่ ๔ การกระจายอำนาจเป็นการสร้างคน สร้างประชาธิปไตย แล้วก็สร้างชาติ อันนี้ก็เช่นเดียวกันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับสากล ประเทศไทยเรา ผมว่าเฉกเช่นเดียวกัน เราจำเป็นต้องสร้างประชาชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ แล้วก็จำเป็น จะต้องสร้างประชาธิปไตยให้ประชาชนสามารถจะเรียนรู้เข้าใจในหลักการประชาธิปไตย พื้นฐานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงระดับชาติ ถ้าหากว่าเรากระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามองค์ประกอบแห่งการกระจายอำนาจแล้ว ก็เป็นที่เชื่อมั่นได้ว่าประชาชนจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของเขา แล้วในท้ายที่สุด ก็จะนำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยตั้งแต่ฐานราก และแน่นอนถ้าหากฐานรากเข้มแข็ง ประชาธิปไตยระดับชาติก็เข้มแข็ง แล้วเศรษฐกิจสังคมระดับชาติก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย
จากเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวจึงนำไปสู่ข้อสังเกตมากมายหลายประการ ด้วยกัน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการได้กล่าวไปแล้วผมจะไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่จะขออนุญาต เรียนสักนิดหนึ่งว่าการกระจายอำนาจเป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนใช้เงินใช้ทองอะไรมาก แต่ใช้กลไกของอำนาจไปขับเคลื่อนรัฐ ถ้ากลไกลนี้เราทำได้ถูกต้อง รัฐก็จะขยับไปข้างหน้า รัฐก็จะทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากว่า กลไกแห่งอำนาจมันใช้ไม่ได้มันผิดพลาดก็จะสร้างปัญหาให้รัฐประชาธิปไตยมากมายก่ายกอง ซึ่งผมคิดว่าประสบการณ์ของประเทศไทยเราก็เห็น ๆ กันอยู่ นี่คือข้อสังเกตส่งท้าย ประการที่ ๑
ข้อสังเกตส่งท้ายประการที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งสภาแห่งนี้ได้เคยบัญญัติ ในช่วงนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านมติของสภาเป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ร่างเอง แล้วก็สภาเอง ก็พยายามศึกษาให้ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุม แต่ว่า ณ ปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไปมาก แล้วหลักการกระจายอำนาจเป็นหลักการสากลที่ได้พัฒนาไปมาก เมื่อพัฒนาไปมาก เรามี ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นมามากมายเลย ว่าที่จะปรับปรุงให้ระบบการกระจายอำนาจ มันมีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประกอบกับโลกสมัยใหม่เป็นโลกที่มีความเสี่ยง มีความเข้มข้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรุนแรง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราปรับปรุง หลักการใช้อำนาจแห่งรัฐได้เหมาะสม จึงเป็นเหตุผลที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้ทันสมัย แล้วก็ทันสถานการณ์ และสามารถจะแก้ปัญหาพื้นฐานของชาติให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความเคารพต่อท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ