ชวน ชูการกระจายอำนาจท้องถิ่น วาระแห่งชาติ เสริมเข้มแข็งฐานราก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕

ชวน หลีกภัย ชี้ปัญหาการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นที่ล่าช้าและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่อนแอและประชาชนไม่สามารถพึ่งตนเองได้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันการกระจายอำนาจเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเสนอให้มีการถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ และการบริหารจัดการจากส่วนกลาง จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับชาติและจังหวัด รวมถึงผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมความเข้มแข็งของท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทบทวน พ.ร.บ. กระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและแก้ปัญหาฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านกรรมาธิการ สมาชิกครับ โดยที่สมาชิกทั้ง ๙ ท่านได้อภิปราย ไม่มีผู้ใดคัดค้านญัตตินี้นะครับ ผมจะขอ ถามว่าพวกเราจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าเราไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ขอใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ มีข้อสังเกตของ กรรมาธิการอยู่ด้วย ซึ่งตามรูปแบบนั้นก็ต้องไม่มีการอภิปราย ผมก็ขอถือโอกาสได้เรียน ถามว่า สมาชิกจะคัดค้าน หรือมีความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ

๔.๕ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาพบว่าการถ่ายโอนภารกิจทำได้ล่าช้าและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากเรามี ข้อจำกัดหลายประการ เช่น ๑. เจ้าของกิจการเดิมไม่สมัครใจที่จะถ่ายโอน โอนให้เฉพาะ ที่อยากให้โอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจเกี่ยวกับบริการพื้นฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน โอนได้น้อยมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ทางหลวงชนบท เป็นต้น ๒. การกระจายการเงิน การคลังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เป้าหมายของการกระจายการเงินการคลังได้ตั้งไว้ที่ ร้อยละ ๓๕ ภายในปี ๒๕๔๙ แต่ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ปีที่เราศึกษา อันล่วงเลย ปีงบประมาณเป้าหมายไปหลายปี พบว่าสัดส่วนงบประมาณท้องถิ่นยังไม่ถึงร้อยละ ๓๐ ของประเทศ ๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความเป็นอิสระในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวดปกครองท้องถิ่น เนื่องจาก กฎหมายการกระจายอำนาจ และกฎหมายการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังบัญญัติ ให้อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังอยู่ภายใต้กฎหมายอื่น ๔. คณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานขนาดเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องประสานบูรณาการกระทรวงต่าง ๆ จำนวนมาก รวมทั้ง การรับผิดชอบในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจของชาติให้ถึงท้องถิ่นทั่วประเทศ ๕. นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นอีกมาก ดังที่จะกล่าวไว้ในรายงาน จากสภาพปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดความอ่อนแอทางด้านโครงสร้างและกระบวนการปกครองท้องถิ่นของชาติ ท้องถิ่น และประชาชนส่วนมากไม่สามารถพึ่งตนเองและปกครองตนเองได้ตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ นำไปสู่ปัญหาว่างงานในระดับท้องถิ่น ความขาดแคลน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หนี้ครัวเรือนและความอ่อนแอในระดับฐานรากของชาตินำไปสู่ความไม่มั่นคงในภาวะ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแห่งรัฐ จึงสมควรรีบเร่งเยียวยาแก้ไขโดยการกระจายอำนาจ ปกครองของชาติเพื่อพัฒนาท้องถิ่น พลเมืองฐานรากให้มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองและ ปกครองตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการได้มี ข้อสังเกตเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

๑. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นวาระ แห่งชาติ เพื่อทำให้ฐานท้องถิ่นเป็นฐานที่พัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาชุมชนร่วมกันใช้แผนแม่บทชุมชน และแผนพัฒนาท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของ ประชาชน และภาคประชาสังคมเป็นหลัก ในการนี้จำเป็นต้องถ่ายโอนภารกิจ การจัดบริหาร สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ ส่วนราชการให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน และที่สำคัญจะต้องรวบรวมภารกิจที่ช่วยเหลือ เพิ่มพูนท้องถิ่น ที่แยกส่วนอยู่กระจัดกระจายกันให้เป็นเอกภาพ โดยจัดให้มีกลไก คณะกรรมการ การกระจายอำนาจและการพัฒนาการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ หรือเรียกชื่อย่อว่า กอ.พช. ให้มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจของชาติ โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และในระดับจังหวัด ให้มี คณะกรรมการกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารท้องถิ่น จังหวัด (กอ.พช. จังหวัด) ในทุกจังหวัด โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน

๒. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มความ เข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย

๒.๑ กระจายอำนาจทางการเงินการคลังให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากขึ้น เพื่อให้มีเสถียรภาพและมีปริมาณงบประมาณที่เพียงพอในการพึ่งตนเองขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น จัดทำกฎหมายรายได้ท้องถิ่น เพิ่มสัดส่วนเงินอุดหนุนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วนร้อยละ ๓๕ เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะขั้นพื้นฐานอย่างพอเพียง

๒.๒ ให้ปฏิรูปรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสม โดยยึดหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๙ ที่ระบุถึง การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยคำนึงถึงประชากร รายได้ ขนาดพื้นที่และความ หนาแน่นของประชากร โดยการเร่งรัดจัดทำร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละหน่วยงานหรือแต่ละประเภท มีศักยภาพเพียงพอต่อการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ตอบสนองปัญหา และความต้องการของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพได้อย่างมีมาตรฐาน โดยมี กอ.พช. และ กอ.พช. จังหวัด เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานการจัดบริการสาธารณะ

๓. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดจัดให้มี หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์พิเศษ นอกเหนือจาก กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เช่น

๓.๑ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่พิเศษ หรือมีลักษณะที่เป็นเกาะ เช่น เกาะสมุย หัวหิน หรือเกาะภูเก็ต ที่ควร จะยกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัด

๓.๒ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะพิเศษเป็นเมือง เศรษฐกิจชายแดน เช่น แม่สอด เขมราฐ เป็นต้น

๓.๓ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะความเจริญเป็นเขต อุตสาหกรรม เช่น แหลมฉบัง เป็นต้น

๓.๔ พื้นที่ที่มีลักษณะที่จะสามารถจัดการตนเอง โดยเฉพาะจังหวัด ที่มีความพร้อมทั้งทางเศรษฐกิจ ที่มีโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนารายได้ที่เพียงพอในการจัดการ ตนเอง และเป็นจังหวัดที่มีความตื่นตัวของภาคประชาสังคม เช่น จังหวัดระยอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสงขลา จังหวัดชลบุรี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา เป็นต้น

๓.๕ การจัดทำให้มีรูปแบบการปกครองรูปแบบพิเศษในเชิงภารกิจร่วม หรือการร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันในการจัดบริการสาธารณะ ตามหลักการประหยัดเชิงขนาด โดยการจัดตั้งสหการ วิสาหกิจท้องถิ่น บรรษัทท้องถิ่น โดยจัดให้มีกฎหมายสหการขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีทางเลือก มากขึ้นในการจัดการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน อันจะก่อให้เกิดคุณภาพประสิทธิภาพ รวมทั้งประหยัดต้นทุนในการจัดบริการ

๔. เสนอให้รัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทย เร่งรัดจัดทำ กฎหมายบริหารงานบุคคล ท้องถิ่น ให้เหมาะสมกว่าเดิม เพื่อให้สามารถจัดกำลังคนที่เหมาะสมกับภารกิจของท้องถิ่น และพัฒนาทรัพยากรบุคคลท้องถิ่นให้มีสมรรถนะและความคล่องตัว ตามความจำเป็นของ ตนเอง รวมทั้งสามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรท้องถิ่น โดยมีระบบคุณธรรม และธรรมาภิบาลท้องถิ่นอย่างชัดเจน

๕. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เร่งรัดทำกฎหมาย รายได้ และการคลังท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการรายได้และบริหารการคลัง ของตนเองอย่างคล่องตัว โดยระบบรายได้และการคลังท้องถิ่นต้องบูรณาการกับระบบรายได้ และการคลังของชาติอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีมาตรฐานกลางในการกำกับดูแลที่เหมาะสม

๖. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และสมาคมต่าง ๆ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เร่งรัดจัดทำกฎหมายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๓ เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและพลเมืองมีส่วนร่วมโดยตรงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาวิธีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วม

๗. เสนอให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันสำรวจครัวเรือนยากจน และจัดให้มียุทธศาสตร์ตลอดจนแผนการขจัดความยากจน ให้เด็ดขาด โดยให้มีลำดับความสำคัญเชิงนโยบายในระดับสูง

๘. คณะกรรมาธิการเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้พระราชบัญญัติฉบับนี้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ และสอดคล้องกับความจำเป็นในการเป็นการแก้ไขปัญหาในระดับฐานราก ของชาติให้ลุล่วงโดยเร็ว

กระผมจึงขอเสนอรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา และขออนุญาตท่านประธาน อนุญาตให้ศาสตราจารย์อุดม ทุมโฆสิต ได้รายงานเบื้องต้น ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาทีด้วยครับ ขอบคุณครับ

อนุญาตครับ เชิญเลยครับ