ณัฐวุฒิ ถามความปลอดภัยรถนักเรียน หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนิยามรถรับจ้างสาธารณะในรายงานศึกษาปัญหา พร้อมห่วงใยกรณีรถนักเรียนทัศนศึกษาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและไม่ชัดเจนว่าถูกรวมอยู่ในการพิจารณาหรือไม่ เรียกร้องให้กรรมาธิการชี้แจงความเกี่ยวข้องและให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบทั้งด้านกายภาพของรถ ระบบความปลอดภัย การดูแลโดยบุคลากร และความเข้าใจพัฒนาการของเด็ก เพื่อป้องกันเหตุสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณาวงจรชีวิตเด็กและความปลอดภัยร่วมด้วยในการจัดระบบการขนส่งนักเรียน โดยเฉพาะในบริบทของการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ส่งผลต่อการเดินทาง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอประทานโทษท่านประธานด้วยครับ ช่วงปลายสมัยประชุมบัตรที่แจกมาตั้งแต่ต้นปี หลายใบเริ่มกดไม่ค่อยติดครับ อาจจะส่งผลต่อการลงคะแนนหรือว่าการอภิปรายได้ ฝากเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการอยู่สัก ๒-๓ ประเด็นด้วยกันครับ ไม่ได้เตรียมตัวมาครับ แต่ว่าบังเอิญได้เห็นรายงานผลการพิจารณา ศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะ ก็มีคำถามที่อยู่ในใจอยู่ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน อย่างที่นำเรียนครับ

ประการที่ ๑ ในเนื้อหาผมเข้าใจว่าประเด็นของคำว่า นิยาม ของรถรับจ้าง สาธารณะนั้นมิได้จำกัดเฉพาะกรณีเรื่องของรถที่อยู่ในระบบการขนส่งเท่านั้น แต่หมายถึง รถรับจ้างในกรณีโดยทั่วไปด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ก็คือว่าเวลาที่มีโรงเรียนอยู่ใน ต่างจังหวัด หลายครั้งจะมีการออกไปทัศนศึกษา ออกไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งที่เรา เคยได้ยินมาโดยตลอดก็คือการเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง เช่นถ้าท่านใดผ่านถนน ๓๐๔ ช่วงกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี นครราชสีมา วังน้ำเขียว ก็จะได้ยินกรณีของรถนักเรียนที่เสียชีวิต ที่ตกถนนแล้วมีนักเรียนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผมพยายามอ่านในรายงานฉบับนี้ไม่เห็น รายละเอียดว่าในกรณีของรถแบบนี้ที่โรงเรียนต้องใช้นั้นมีการเขียนไว้ในจุดใด อย่างไร ดูเสมือนว่าเราพูดถึงรถรับจ้างที่อยู่ในระบบขนส่งที่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือระหว่าง จังหวัดเท่านั้น แต่ว่าเวลาที่เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นกับผู้ปกครองที่คาดหวังว่าลูกจะได้ไป ทัศนศึกษา กับตัวนักเรียนที่คาดหวังว่าจะได้ไปทัศนศึกษาต่าง ๆ นั้นเป็นความสูญเสีย ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมคิดว่ากรรมาธิการอาจจะต้องมีคำตอบให้สักเล็กน้อยว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ในรายงานการศึกษาของท่าน

ประการที่ ๒ คือกรณีของการเสียชีวิตของนักเรียนที่เกิดในรถโรงเรียน เป็นจำนวนมาก มันมีตัวเลขนะครับ ผมไม่ได้เตรียมมาที่จะอภิปรายในวันนี้ แต่ผมมีญัตติ ที่ต้องการตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านเองก็ออกเป็นระเบียบ ของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับรถนักเรียน ทั้งที่เป็นรถของโรงเรียนและเข้ามาส่ง นักเรียน ปัญหามันมีทั้งในแง่ของกายภาพครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของรถเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ ระบบเซฟตี้ (Safety) ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการติดตั้งจีพีเอส (GPS) หรือแม้กระทั่งการติดตั้ง ว่ามีคนเข้าออกอย่างไร ปัญหาที่ตัวบุคคล เช่น ไม่มีครูที่เป็นผู้ดูแลรถหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถ นอกเหนือจากคนขับ ปัญหาอยู่ที่ความเข้าใจของพัฒนาการของเด็กครับ เช่น ผู้ขับรถบางคน นั้นไม่ทราบว่าเด็กบางคนนั้นอาจจะนอนหลับ เด็กบางคนนั้นอาจจะไม่ได้ลงจากรถ แค่ ๕-๖ นาทีนั้นนำไปสู่การเสียชีวิตได้และเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ผมอ่านรายงาน ทั้งฉบับไม่เห็นการพูดถึงรถนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้วรายงานของ สภาองค์กรผู้บริโภคที่มาส่งสภาเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วมีความชัดเจนในเรื่องนี้นะครับ มีการ พยายามทำงานกับคณะกรรมการขนส่งในระดับทุกจังหวัดที่จะสนับสนุนการป้องกันไม่ให้ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักเรียน และด้วยความเคารพ ไม่ต้องการให้มีสักรายเดียว ที่มีนักเรียนที่อยู่ในรถนักเรียนแล้วเสียชีวิต ก็ต้องเรียนถามทางคณะกรรมาธิการว่าตรงนั้น อยู่ในนี้หรือไม่ ผมพยายามอ่านทั้งหมดก็ไม่เห็นอย่างไร

ประการที่ ๓ เป็นประการสุดท้ายครับ เนื่องจากปัญหาการยุบควบรวม โรงเรียนขนาดเล็กครับ หลายครั้งของการยุบควบรวมโรงเรียนนั้นไม่ต้องการยุบทั้งหมด ก็จะมีการใช้โมเดล (Model) ของระบบการขนส่งเข้ามา ผมยกตัวอย่างเช่นบางจังหวัด ยุบ ๕ โรงเรียน ป.๑ ป.๒ เรียนโรงเรียนหนึ่ง ป.๓ ป.๔ เรียนโรงเรียนหนึ่ง ป.๕ ป.๖ เรียนอีก โรงเรียนหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าต้องใช้ระบบการขนส่งเข้ามาช่วยครับ ผมเคยได้ยินมาว่า กระทรวงศึกษาธิการมีการอุดหนุนค่าเดินทางให้เด็กต่อคน เข้าใจว่าอยู่ที่ประมาณ ๑๕ บาท หรือ ๒๕ บาทต่อวัน แต่ปัญหาท้ายที่สุดนั้นมันอยู่ที่ว่าระบบการขนส่งแบบนั้นถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของรถรับจ้างสาธารณะที่อยู่ในรายงานฉบับนี้หรือไม่ แน่นอนทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผมพยายามจะพูดวงจรของเด็กครับ เป็นวงจรของเด็กที่เราพูดกันน้อยมากในระบบการขนส่ง แต่เวลาเกิดอุบัติเหตุเกิดการเสียชีวิตพวกเขาคือผู้ได้รับผลกระทบ ผู้ปกครองคือผู้สูญเสีย และมิใช่เวรกรรมครับ แต่เป็นเรื่องที่ป้องกันได้แต่เราพูดถึงกันน้อย จึงอยากนำเรียนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องกฎหมาย ไม่ได้อยู่แค่เรื่องกายภาพ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องรถทั้งหมด แต่อยู่ที่ ความเข้าใจต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเด็กที่อยู่ในรถต่าง ๆ ด้วย ก็ขออนุญาต นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับว่าเผื่อจะเป็นประโยชน์ในแง่ของรายงาน แล้วก็อาจจะเป็นประโยชน์ที่จะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ ต้องขอ ประทานโทษที่เสียเวลาท่าน แต่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะครับ ขอบคุณครับ