ชวน หลีกภัย ชี้แจงที่ประชุมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการเสนอ 19 เรื่องที่ค้างอยู่ เพื่อให้ทุกฝ่ายเร่งร่วมมือกันพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2565 โดยย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสภาและผลงานที่ผ่านมา พร้อมแจ้งเหตุการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 คน ส่งผลให้จำนวนสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้เหลือ 439 คน และรายงานผลการพิจารณาของกรรมาธิการเกี่ยวกับปัญหารถรับจ้างสาธารณะและระบบขนส่งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ทั้งในด้านการบริหาร การใช้เทคโนโลยี การควบคุมมาตรการ และการกำหนดอัตราค่าโดยสาร พร้อมเสนอให้สภาให้ความเห็นชอบและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอเลื่อนการพิจารณารายงานการศึกษาปรับปรุงกฎหมายด้านความมั่นคง เนื่องจากประธานกรรมาธิการไม่สามารถมาชี้แจงได้
ขอบคุณคุณครูมานิตย์ครับ เหลือสมาชิก ๘ คนนะครับมาให้ครบองค์ แล้วเดี๋ยวจะได้รายงานให้ทราบว่าลาออก เพิ่มเป็นอีกกี่คน ถือโอกาสนี้ขอบคุณพวกเรานะครับ อย่าไปกังวลสถานการณ์ภายนอก ขอให้เราที่อยู่ทำหน้าที่เราให้สมบูรณ์ที่สุดจนนาทีสุดท้ายนะครับ แล้ววาระในวันนี้ที่รบกวน พวกเราเป็นพิเศษในวันศุกร์ ผมรู้ดีครับวันศุกร์ แม้กระทั่งผมเองก็มีภาระ แต่ว่าผมเป็นห่วง คนที่ทำงานในสภานี้คือกรรมาธิการแต่ละชุด เรียนท่านเลยว่าได้ทุ่มเททำงานกันมาเป็นปี ๆ บางคณะ ๒ ปี ประชุมกันไป ๔๐ ครั้ง เกือบ ๕๐ ครั้ง เบี้ยประชุมกินไปตั้ง ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท เสร็จแล้วไม่ผ่านความเห็นชอบสภา เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด ผมก็เลย ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แล้วก็เห็นว่าขณะนี้มีเรื่องที่กรรมาธิการเสนอมาแล้ว ๑๙ เรื่อง เมื่อวานนี้ ผ่านไป ๒ เรื่อง เหลือ ๑๗ เรื่อง ๑๗ เรื่องนี้วันนี้บรรจุไว้ ๖ เรื่อง ขอเลื่อน ๑ เรื่อง เราก็จะมี เวลาพิจารณา ๕ เรื่อง ถ้าเราทำ ๕ เรื่องให้จบ เหลือ ๑๒ เรื่องครับ ๑๒ เรื่อง เราประชุมอีก ๒ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๖ เรื่อง จบก่อนสิ้นปี ๒๕๖๕ งานที่ท่านอุตส่าห์ทำมาเหนื่อยเป็นปี ๆ ก็จะจบ ท่านจะนำผลงานนี้กลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจ แต่ว่าถ้าท่านไม่ผ่าน สิ่งที่ทำมาทั้งปีเสียงบประมาณ เบี้ยประชุมไปเป็นล้าน ๆ ไม่ได้อะไร ขึ้นมาเลย อันนี้คือสิ่งที่ผมถึงอยากให้พวกเราได้เข้าใจจุดนี้ ความจริงแล้วปล่อยไปตาม ยถากรรมได้เท่าไรเอาเท่านั้นก็ทำได้ แต่มันไม่รับผิดชอบ ผมถึงอยากให้พวกเรา ร่วมรับผิดชอบแล้วก็ช่วยกันเถอะครับ ผมจะเชิญท่านประธานกรรมาธิการแต่ละคณะมา เพราะรู้ว่าท่านทำงานหนักมาตลอด แล้วก็มาขอความร่วมมือว่าเราช่วยกันพิจารณา แล้วก็ ให้เวลาที่เหมาะสมแล้วก็ผ่านไปได้ ในที่สุดปัญหาที่เรากังวลก็จะจบเลยครับ เรื่องอื่น ๆ นั้น ไม่ต้องกังวลมากแล้วเพราะว่าพระราชบัญญัตินั้นก็ว่ากันไปในวันพุธ ได้เท่าไรก็ไปเท่านั้น เราไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ แต่สำหรับเรื่องของกรรมาธิการนั้นคือสิ่งที่ท่าน ทำมา ผมนั่งดูรายละเอียดทุกเรื่องนะครับ ผมดูวาระที่ท่านบันทึกมาเป็นเล่ม ๆ ซึ่งเอกสาร เหล่านี้มีค่ามาก พวกเราที่ทำงานไปก็ควรจะได้มีความภาคภูมิใจ อันนี้คือสิ่งที่ขอความ ร่วมมือพวกเราว่าแต่ละเรื่องได้ตระหนักความรับผิดชอบร่วมกัน แล้วก็แต่ละเรื่องได้คิดถึง เรื่องต่อไปด้วยว่าขณะที่เราใช้เวลาเรื่องหนึ่งมากเกินไป อย่างเมื่อวานนี้มากเลยครับ มากจนกระทั่งในที่สุด ดีว่ามี ๒ เรื่อง แต่ก็จบไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่ขอชื่นชมก็คือทุกคน รักษาเวลา ๕ นาที หรือไม่เกินนั้น หรือเกินไปก็ด้วยมีเหตุมีผล อันนี้ผมคิดว่ามันทำให้ เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ผมขอขอบพระคุณพวกเราทุกคนนะครับ ขอให้กำลังใจ อย่าไปกังวลภายนอก ทำงานของเราให้ดีที่สุด ถ้าเรารักสภา รักศักดิ์ศรีสภา เราต้องทำหน้าที่ อย่าให้ใครตำหนิได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมขออนุญาตเรียนพวกเราทุกคน ด้วยความเคารพครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๓๒๘ คน
บัดนี้สมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๒๐ คน ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ
รับทราบ เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน
ด้วยนายสุชาติ อุสาหะ และ พลเอก สมชายวิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๔๐ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๒๐ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ
และในระหว่างที่ขึ้นมานี้เองก็มีหนังสือแจ้งมาอีก ๑ ฉบับ สมาชิกที่เคารพครับ ก็เป็นเรื่องเพิ่งแจ้งมาเดี๋ยวนี้เองว่า ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕
จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ คน สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น ปัจจุบันเรามีสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๓๙ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๒๐ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๓ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย ด้านความมั่นคง ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศพิจารณาเสร็จแล้ว
แต่เนื่องจากท่านประธานกรรมาธิการ คุณมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แจ้งว่า กรรมาธิการได้รับอนุมัติเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศไม่สามารถชี้แจงรายงานวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะฉะนั้น ๔.๓ ขอเลื่อนไป
๔.๔ รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาและแก้ไขปัญหา รถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาเสร็จแล้ว แนวทางแก้ปัญหาจักรยานยนต์รับจ้างทั้งประเภทรับส่งคนโดยสารและประเภทรับขนส่ง สิ่งของ (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๔. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะประจำทาง (นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เป็นผู้เสนอ) ๕. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรณีการบริหาร รถรับจ้างสาธารณะและส่วนบุคคล เพื่อบริการให้ผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและราคาเหมาะสม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้เสนอ) ๖. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการให้บริการ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ระบบบริหารจัดการและแผนงานในอนาคตของระบบขนส่ง สาธารณะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้เสนอ) ๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารถรับจ้าง สาธารณะส่วนบุคคลในการให้บริการกับผู้บริโภคและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้เสนอ) ๘. ญัตติ ขอให้ คณะกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขการให้บริการ และการกำหนดอัตราค่าโดยสารของรถรับจ้างสาธารณะ (นายโสภณ ซารัมย์ เป็นผู้เสนอ)
คณะกรรมาธิการได้รับญัตตินี้โดยสภาผู้แทนราษฎรมอบให้ไปพิจารณา คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่งโดยกำหนดขอบเขตในการพิจารณาดังนี้ ขอบเขตที่ ๑ ให้ศึกษาปัญหาการบริหารการจัดการรถสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล ขอบเขตที่ ๒ การแก้ปัญหาการให้บริการรถสาธารณะในระบบเทคโนโลยี ขอบเขตที่ ๓ ปัญหาการปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมรถสาธารณะ ใน ๓ ประเด็นที่ทาง คณะกรรมาธิการมอบให้คณะทำงานไปศึกษา บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณา ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้เรียนเชิญเจ้าของญัตติไปรับทราบในรายงานฉบับนี้ ก่อนที่จะนำให้ท่านกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบ
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎร ให้สภานี้ได้พิจารณา กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านประธาน ได้ดำเนินการ เพื่อให้สภานี้ได้พิจารณาในรายงานฉบับนี้และเห็นชอบในข้อสังเกตเพื่อจะ ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ สมาชิก สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เชิญครับ