รงค์ วิจารณ์รายงานหนี้ครู ชี้ขาดวิเคราะห์ลึก ห่วงข้อมูลไม่แยกกลุ่มตัวอย่าง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

รงค์ บุญสวยขวัญ หารือแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยชื่นชมการวิเคราะห์สาเหตุหนี้ที่ครอบคลุม 5 ด้าน แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการจำแนกข้อมูลตัวอย่างจากแบบสอบถามอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อให้การวิเคราะห์เชิงลึกนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจน ทั้งในระดับปัจเจก โรงเรียน องค์กรการศึกษา และรัฐบาล โดยเน้นการจัดตั้งกองทุนพัฒนาครูไทย กลไกสหกรณ์ รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และพัฒนาคุณภาพชีวิตครูอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธานว่าถ้าหากเวลาจะเกินไปนิดหน่อย ผมต้องขอประทานอนุญาตไว้ตั้งแต่เบื้องต้นครับ ขอบคุณท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านเกษม และคณะกรรมาธิการที่ได้เขียนรายงานดี ๆ มาให้พวกเราได้ศึกษา โดยใช้เวลานานมาก แล้วก็ เป็นรายงานที่มีข้อมูลค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตามขอวิพากษ์เป็นเบื้องต้นนะครับ รายงานชิ้นนี้ บอกว่าจะทำอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องของหนี้สินครู มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในรายงานชิ้นนี้คือ สภาพหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สาเหตุปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา แนวทางแก้ไข ผมเอาแฟร์ ๆ คณะทำงานชุดนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตอบคำถามทั้ง ๓ หัวข้อ อย่างชัดเจนในตัวรายงาน แต่ก็มีบางส่วนครับท่านประธาน ท่านอาจารย์ปรีดา ท่านอาจารย์เกษม ผ่านท่านประธานว่าท่านกำลังบอกว่าสภาพหนี้สินครูเป็นอย่างไร ท่านพรรณนาอย่างละเอียด ในหน้า ๙๕-๙๖ ผมอ่านแล้วละเอียดมากนะครับ สภาพหนี้สินเป็นอย่างไร สาเหตุปัญหาหนี้สิน ข้อ ๒ ท่านพูดไว้ชัด ท่านบอกว่าหนี้มาจากกี่หมวด มาจากทั้งหมด ๕ หมวด คือหนี้สิน โดยปัจจัยพื้นฐาน มีอยู่ ๕ ข้อ หนี้ระหว่างการปฏิบัติงาน เช่นระยะทาง ขับรถไกล ต้องไปซื้อ คอมพิวเตอร์ จะต้องพาเด็กไปแข่งขันกีฬา รวม ๆ สะระตะมี ๗ ข้อ หนี้ที่จ้องช่วยเหลือสังคม งานวัด งานบุญ งานบวช งานสวด อะไรเขียนไว้อย่างดีมากนะครับ หนี้จากการขาดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงท่านก็มี ๑ ข้อ เพียงแต่ท่านไม่อรรถาธิบายไว้ว่าครูขาดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตและมีสภาพหนี้สินเป็นอย่างไร หนี้มาจากปัจจัยอื่น ๆ อีก ๑๒ ข้อ ท่านเขียนละเอียดมาก ทั้งหมดมีอยู่ ๕ หมวด ซึ่งจะเป็นข้อย่อย ๆ ก็ประมาณ เกือบ ๒๐ ข้อย่อย ๆ โดยใช้กูเกิลฟอร์ม (Google Form) ท่านไม่บอกว่าในกูเกิลฟอร์ม (Google Form) ที่ท่านสรุปไว้วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ครูตอบกี่คน แยกเป็นเท่าไร ข้อมูลมันเลยเป็น ข้อมูลรวม แต่ถ้าท่านสามารถจำแนกข้อมูลออกเป็นย่อย ๆ ว่าที่ตอบมาเป็นครูเท่าไร บุคลากร ทางการศึกษาเท่าไร ครูอายุเท่าไร อายุราชการเท่าไร สามารถแบ่งเป็นตัวแปร แล้วจะนำไปสู่ วัตถุประสงค์ ข้อ ๓ คือเราจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร อันนี้ขออนุญาตวิพากษ์ด้วยความเคารพ ท่านกรรมาธิการผ่านประธานไปว่าอ่านแล้วดีมาก แต่ไม่หนำใจครับ อยากจะให้เห็นเลยว่า ท่านจำแนกกลุ่มคนมาจากกูเกิลฟอร์ม (Google Form) เท่าไร

มาถึงข้อสุดท้ายบอกว่าแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ผมคิดว่ากรรมาธิการใช้เวลาเยอะ มีความเข้าใจ แต่เวลาพรีเซนต์ (Present) ออกมาในเอกสาร ชิ้นนี้ว่ามีแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้ง ๕ หมวดใหญ่ ๆ ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย ๆ แก้ปัญหา อย่างไร ระดับไมโคร (Micro) คือระดับตัวครูและบุคลากรทางการศึกษานี่ท่านควรจะเสนอแนะ เข้ามาว่าถ้าขาดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคณะกรรมการชุดนี้จะเสนอแนะเขาอย่างไรล่ะ หนี้ที่เกิดจากระหว่างปฏิบัติงานตั้งแต่เป็นครูมาจนมาถึงปัจจุบันต้องพาเด็กไปโน่น ต้องไปซื้อ เอกสาร ไปเที่ยวจ้างเขาพิมพ์ ไปทำเอกสารประเมินก็เกิดเป็นหนี้ ไมโคร (Micro) นี่ท่านจะแก้ เขาอย่างไรล่ะ ในขณะเดียวกันปัจจัยพื้นฐาน ๕ ข้อครูจะแก้อย่างไร ประเด็นของผมก็คือว่า ในแนวทางแก้ปัญหาทั้งหมดนี่ท่านควรจะเอาปัญหาทั้ง ๕ หมวด ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย มาบอกว่าในเลเยอร์ (Layer) ของครูจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของโรงเรียนจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของ สพฐ. หรือศึกษาธิการจังหวัดควรจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของกรมควรจะทำอย่างไร เลเยอร์ (Layer) ของกระทรวงควรจะทำอย่างไร รัฐบาลควรจะทำ อย่างไร จึงจะเห็นว่าเอกสารชิ้นนี้เป็นโพลิซีบรีฟ (Policy Brief) ที่เราจะต้องส่งกลับให้รัฐบาล ให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปปฏิบัติ เพราะนี่เป็นข้อเสนอแนะจากฝ่ายนิติบัญญัติ จากการที่ ทำงานอย่างขะมักเขม้นต่อเนื่องเกือบ ๒ ปีอันนี้ขาดไป ที่ผมบอกไม่หนำใจ อันนี้ด้วยความเคารพ ทั้ง ๒ ท่านที่นั่ง ท่านอื่นผมไม่ได้รู้จักชื่อ แต่เอ่ยชื่อกันไว้ด้วยความเคารพ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ อยู่ ๆ ท่านก็ไปจั๊มพ์ (Jump) บอกว่าหนี้สินทั้ง ๕ หมวด ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย ปัจจัยอื่น ๆ ใช้ระบบสหกรณ์เป็นฐาน อยู่ ๆ ท่านไปจั๊มพ์ (Jump) อันนี้ถ้าบอกว่ามันจะเป็นการสร้างข้อสรุป เชิงนโยบาย มันไม่ได้สัมพันธ์กับสาเหตุปัญหาทั้ง ๕ หมวด ๒๐ ข้อย่อยเลย ท่านบอกว่า ใช้สหกรณ์เป็นฐาน ผมเชื่อครับ ท่านอาจารย์ปรีดา ท่านอาจารย์เกษม ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมเป็นครูมา ๔๑ ปี วันนี้ได้มีชีวิตครอบครัว ได้เป็นรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ได้มีรถ ได้มีบ้าน ได้มีลูก ได้เรียนหนังสือก็มาจากสหกรณ์นั่นละครับ สหกรณ์ ออมทรัพย์ครูมีคุณค่ากับพวกเรา ท่านก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ แต่ท่านไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่า จะทำอย่างไรคำว่าสหกรณ์เป็นฐาน กองทุนพัฒนาครูไทย ท่านก็เขียนไปลอย ๆ กองทุน พัฒนาครูไทย ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตั้งกรรมาธิการ ผมเป็นกรรมาธิการด้วย เรากำลังเขียนกองทุนพัฒนาครูไทย กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อลดไม่ให้ครูต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องไปซื้อปริ้นเตอร์ (Printer) ไม่ต้องไปซื้อกระดาษไข กระดาษโรเนียว รุ่นผมกับรุ่นอาจารย์ปรีดา ไม่ต้องซื้อ กองทุน เหล่านี้ทำอย่างไร กองทุนเหล่านี้ควรจะเขียนอย่างไร ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่กำลังรอเข้าสู่สภา ถ้าสภาไม่ยุบเสียก่อนนะครับ ท่านจะได้เสนอแนะเข้าไปในวาระที่สอง วาระที่สาม ในแต่ละมาตรา ตรงนี้มันยังไม่เห็นนะครับ เสียดายครับ แต่อย่างไรก็ตามก็เห็นใจอยู่ พันธบัตรช่วยปลดหนี้คืออะไร ทำอย่างไร รวมไปจนถึงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยุบรวมหนี้ให้ลดลง สามารถชำระหนี้ได้ เหล่านี้ทั้งหมดคือ ๕ ข้อเสนอแนะตามวัตถุประสงค์ ข้อ ๓ แต่ทั้งหมดนี้ ยังไม่ได้เป็นคอนเซปต์ (Concept) ที่จะนำไปสู่การอ่านหรือศึกษาของฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องนำเอกสารชิ้นนี้ไปแปลง ไปแก้ปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยเติมเต็มท่านกรรมาธิการ ด้วยความเคารพว่าเอกสารดี มีข้อมูลชัดเจน ใช้ศึกษานะครับ การศึกษาวันนี้ประเทศไทยเรา ต้องพัฒนาที่ครู ถ้าครูเป็นตัวแปรต้น ครูเราวันนี้เดินไปข้างหน้าเราจะเพิ่มค่าตอบแทนอย่างไร เราจะเพิ่มความมั่งคั่งอย่างไร เราจะเพิ่มความยั่งยืนอย่างไร สุดยอดครับ วันนี้พี่น้องครูไทย ผู้ประกอบวิชาชีพครูของพวกเราเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก ทุกคนก็อยากเป็นครู ผมอยู่ในซีก มหาวิทยาลัยด้วย เดิมนั้นไปอยู่ประถมศึกษา วันนี้ครูในมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่เป็น พนักงานราชการหรือเป็นพนักงานของรัฐในมหาวิทยาลัยยังออกไปเป็นครูโรงเรียนประถม ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะพี่น้องครูก้าวหน้า มั่นคง เติบโต เราต้องพัฒนาให้ พี่น้องครูรักห้องเรียน พัฒนาครูเราไม่ให้มีปัญหาเรื่องต้องแบกเงิน ต้องไปกู้เงิน ไปกู้ฉุกเฉิน ที่สหกรณ์ ออกมาแล้วเขาเป็นหนี้ ให้ครูเขามีเงิน ให้ครูเขามีคุณภาพชีวิตในเรื่องเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันให้ครูเขาอยู่ในบรรยากาศของการบริหารจัดการที่มีผู้อำนวยการหรือผู้บริหาร สถานศึกษา ให้ครูเขามีใบประกอบวิชาชีพ ทั้งเงิน ทั้งศักดิ์ศรี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ครู เป็นตัวแปรต้น เมื่อครูเป็นตัวแปรต้นก็เสียสละ อุทิศตัวเองที่จะทำงานให้กับลูกหลานของเรา ลูกหลานของเราจะได้มีอนาคตทางการศึกษา การแก้ปัญหาหนี้สินก็จะเป็นปัจจัยหนึ่ง และเป็น ปัจจัยสำคัญที่ผมคิดว่ามีประโยชน์จากคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ