โกวิทย์ ชี้ปัญหาประเมินโรงเรียน หนุนกระจายอำนาจ-ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

โกวิทย์ พวงงาม หารือประเด็นการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำการยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเสนอขยายการสนับสนุนเด็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มยากจน ผ่านการพัฒนากองทุนและระบบการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเรียกร้องให้มีการประเมินคุณภาพโรงเรียนอย่างโปร่งใส สนับสนุนสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน ตั้งคำถามถึงภาระหนี้สินของครู และเสนอให้ช่วยเหลือโดยการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน พร้อมสนับสนุนบทบาทของสหกรณ์และกองทุนพัฒนาครูไทย รวมทั้งผลักดันการกระจายอำนาจการศึกษาไปยังท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้ำผ่านการสร้างพันธมิตรและการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ วันนี้เรื่องที่เป็นรายงาน ของกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทาง การบริหารจัดการหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา มี ๒ เรื่องที่ต้องพูด แล้วก็ดูจากรายงาน เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งส่วนนี้ผมคิดว่าพูดกันใน ๒-๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มให้ได้รับ การศึกษาที่มีคุณภาพ อันนี้คือประเด็นหลักในส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ คือเรื่องของการจัดการ หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ผมเรียนในประเด็นที่ ๑ แล้วกันนะครับ คือผมดูใน หลายหน้าที่รายงานได้เขียนไว้ ก็ขอบคุณที่ให้รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผู้เรียนให้มีคุณภาพ จะอยู่ในหน้า ๑๕๒ หน้า ๑๕๔ แล้วก็อยู่ในหน้า ๘๔ กับหน้า ๘๕ ในส่วนของรายละเอียด แต่ผมเรียนท่านประธานว่าเราค่อนข้างที่จะเห็นวิธีการน้อยไป จะให้ในหลักการส่วนใหญ่ แต่เพื่อ เป็นประโยชน์ทางกรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้ว่าพอเราพูดถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษา มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนหรือว่าพัฒนาตัวโรงเรียนเอง ที่จะเป็นตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แล้วก็โรงเรียนชั้นประถม เรื่องพวกนี้ผมว่าต้องคลี่ออกมาให้ชัดเจน ว่าจะทำอย่างไร การเตรียมเด็กก่อนวัยเรียนนี่ผมคิดว่ายังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว เด็กที่ยากจน ครอบครัวที่ยากจนกับครอบครัวที่มีการศึกษาและมีฐานะที่ดี เราจะทำอย่างไร ข้อเสนอนี้ก็ค่อนข้างจะมีน้อย ผมคิดว่าการสร้างโอกาสให้กับเด็กที่ยากจน ครอบครัวที่ยากจน ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการมีกองทุนก่อนวัยเรียนเราก็ต้องมี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มอย่างไร ให้มันเกิดขึ้น

เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าการประเมินโรงเรียนของเรายังไม่ชัดเจนว่าทำอย่างไร ถ้าโรงเรียนเกรดเอ (Grade A) เกรดบี (Grade B) เกรดซี (Grade C) ผมยกตัวอย่าง ในต่างประเทศ เขาบอกไว้หน้าโรงเรียนเลย โรงเรียนนี้ดี โรงเรียนนี้พอใช้ มันจะได้ใส่เรื่องที่ ถูกต้องเข้าไป สมมุติว่าโรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ มีปัญหาเรื่องสื่อการสอน รัฐบาลก็ใส่ ในโรงเรียนพวกนี้เข้าไป เพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำได้ เด็กก็จะได้เรียน ได้สร้างโอกาสที่เท่าเทียม ผมคิดว่าประเด็นแบบนี้น่าจะใส่ไว้ในรายงานบ้างนะครับ

นอกจากนั้นเรื่องของครูพูดกันมาก ผมคิดว่าการผลิตครูมันเป็นต้นทางของเรื่อง ทั้งหมดที่นำไปสู่หนี้สินนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นราชภัฏหรือครุศาสตร์ตามสถาบันการศึกษานี่ เราจะทำอย่างไรเพื่อกำหนดให้ทุนนักเรียน ม. ๖ ที่จะไปเรียนครูและกลับไปสู่บ้านเกิด วิธีคิด แบบนี้ผมคิดว่าต้องวางเป็นระบบ ซึ่งผมอยากจะเห็นในรายงานที่สร้างระบบแบบนี้ แล้วทำให้ เด็กที่ตั้งใจอยากจะกลับสู่บ้านเกิดจะพัฒนาเรื่องของคุณภาพบ้านตัวเองได้ ที่ผมบอกว่ามันโยง ไปสู่ต้นทาง ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอเพิ่มรายได้ เพราะครูเป็นวิชาชีพ อาจจะเพิ่มในวิชาชีพ มากขึ้น หรือปรับเงินเดือนครู หรือปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ อันนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องทำนะครับ

ในส่วนของหนี้สินผมมาดูครูเป็นหนี้เกิดจากอะไร ไม่น่าเชื่อในรายงานบอกไว้ ละเอียด ต้องขอชมเชยนะครับ เป็นหนี้เพราะว่าไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องการเรียน การสอน ผมถามนิดเดียวกระทรวงศึกษาธิการไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ครูหรือ กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีปริ้นเตอร์ (Printer) ให้ครูหรือ อันนี้ในรายงานนะครับ ผมแค่ตั้งคำถาม กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีสื่อการสอนให้ครูหรือ เรื่องพวกนี้ผมว่าเป็นภาระของกระทรวงศึกษาธิการที่สนับสนุนเรื่องที่ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก ครูส่งนักเรียนไปแข่งขันกีฬา ทำกิจกรรมแข่งขันทางวิชาการ ครูกลับมาเป็นหนี้ ออกเงินเองหรือ อันนี้ก็น่าตกใจในรายงานมันมีได้อย่างไร ผมไม่พูดถึงหนี้ เรื่องงานบุญ งานอะไรนะครับ

แล้วก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านที่ให้ปรับเรื่องการเจรจากับสถาบันการเงิน เรื่องหนี้สิน พักหนี้ครู ลดดอกเบี้ย แล้วก็เรื่องของคนค้ำประกัน แต่ผมอยากให้แยกแยะนิดเดียว ก็คือผมไม่แน่ใจว่าท่านแยกแยะเรื่องอย่างนี้อย่างไร เพราะว่าท่านไปตีขรึมไปหมด ผมยกตัวอย่างเช่นครูที่ถูกฟ้องร้องจากหนี้ท่านทำอย่างไร ครูที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในศาล จะทำอย่างไร ผมว่าให้แยกเป็นระบบ ครูที่เป็นหนี้อยู่จะทำอย่างไร หรือเหมารวมว่าทั้งหมด ต้องมีการพักชำระหนี้ เป็นต้น ข้อต่อมาก็คือเรื่องดอกเบี้ยจะเอาอย่างไร ผมเห็นด้วยกับการที่ให้ สหกรณ์เข้าไปมีบทบาทช่วยครู แล้วก็เรื่องของกองทุนพัฒนาครูไทยนี่เห็นด้วย ทั้งหมดผมคิดว่า ท่านต้องแยกแยะอย่างที่ผมได้เสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านว่าจะทำอย่างไร

ทีนี้ทั้งหลายทั้งปวงผมคิดว่ากระทรวงศึกษาต้องหาพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) ที่มาจัดการเรื่องการศึกษา ผมเห็นด้วยกับการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของข้อเสนอ ในรายงาน แต่ผมคิดว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมันเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะต่อนี้ไป ในโลกอนาคตไม่ใช่ผูกขาดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมดูแล้วขาดคอมพิวเตอร์ ขาดปริ้นเตอร์ (Printer) ขาดเงินที่จะส่งเด็กไปแข่งกีฬาอย่างนี้ ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องทบทวนแล้ว วิธีคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นในท้องถิ่นกระจายอำนาจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาอาจจะสนับสนุนได้ ลดการผูกขาดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นอาจจะเสนอ เป็นระบบว่าจะถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่นได้อย่างไร แล้วท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อม ผมคิดว่าเขาลดความเหลื่อมล้ำได้ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ท่านจะพูดเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ และให้ผู้เรียนมีคุณภาพที่ดี นี่คือสิ่งที่ผมอยากเสนอท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการทั้งหมด ที่เสนอเรื่องนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ