สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง วิพากษ์รายงานการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ครอบคลุมโรงเรียนสังกัดท้องถิ่น ชี้ปัญหาคุณภาพการศึกษา ความซ้อนทับของหน่วยงาน และหนี้ครูที่สะท้อนความล้มเหลวของระบบสวัสดิการ พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังและครบวงจรเป็นการลงทุนระยะยาวของชาติ รวมถึงเสนอแนวทางพักหนี้ครู 1 ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ย 3 ปี และแก้ปัญหาโรงเรียนร้างจากการลดลงของประชากร โดยเสนอถ่ายโอนการบริหารจัดการโรงเรียนประถมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมปรับระบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอตั้ง ข้อสังเกตในเรื่องนี้นะครับว่าคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งตรงนี้ในชื่อเรื่องก็ดี และผมดูรายงานที่ศึกษามาก็มีประเด็นที่ละเอียดลึกพอสมควร แต่ผม อยากตั้งข้อสังเกตในเชิงวิพากษ์นิดหนึ่งว่าถ้าเราจะดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา คือระบบการศึกษาทั้งหมด แล้วก็ให้มันเป็นระบบ ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้รวมถึง ในเรื่องของการศึกษาที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา มันมีทั้งกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็เราอยู่ในระบบ ในภาคบังคับ ตั้งแต่ ม. ๑ จนถึง ม. ๓ คือ ๙ ปี ใน ๙ ปีนี้ก็มีโรงเรียนของอนุบาล ของ อบต. มีโรงเรียนเทศบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วก็มีโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเรา จะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบนี่ครับต้องควบคุมทั้งหมด เนื่องจากว่าข้าราชการครูอาจจะสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ แต่ข้าราชการครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สังกัดในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย แต่ตลาดการศึกษาเด็กนักเรียนเป็นตลาดรวม เพราะฉะนั้นเด็กที่เรียนจบ ป. ๖ อย่างนี้ก็อาจจะจบจากโรงเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จบในเทศบาล แล้วก็ไปเข้าต่อ โรงเรียน สพฐ. ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นก็เลยมีปัญหา โยนปัญหาคุณภาพของเด็ก ว่าเด็กเธออ่านหนังสือไม่ออกเนื่องจากว่าพื้นฐานไม่ดี ก็โยนกันไปโยนกันมา สิ่งนี้เป็นข้อสังเกตที่ ควรจะมีการจับค่ามาตรฐานของคุณภาพการศึกษา อันนี้ขาดไป แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ ไม่เคยจับมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเลยในเรื่องของคุณภาพอันนี้ แล้วก็เห็นด้วยที่ คณะกรรมาธิการสามัญได้ตั้งอนุกรรมาธิการ ๒ คณะ คณะที่ ๑ ที่มีท่านเกษม เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา อันนี้ก็ดีเหมือนกัน อันนี้ถือว่า ควบคุม แต่ว่ารายละเอียดในการศึกษาต้องไปศึกษาด้วยว่าวันนี้เด็กในระบบที่ภาคบังคับ จนถึง ม. ๓ ๙ ปี ทำไมเด็กหลุดออกไปจากนอกระบบถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน นี่ถ้าเอาจริง ๆ มันผิดกฎหมายนะครับ แสดงว่าด้อยคุณภาพเลย เพราะว่าเด็กไม่สามารถเข้าไปเรียนได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้ง ๆ ที่ว่ารัฐส่งเสริมให้เรียนฟรี และอนุกรรมาธิการอีกคณะหนึ่ง คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อันนี้ก็ยิ่งใหญ่ มากเลย ผมไปดูในรายงานว่าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๘.๗๔ แสนล้านบาท หนี้ธนาคารออมสิน ๓.๙ แสนล้านบาท แล้วก็ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เท่ากัน ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สถาบันอื่น ๆ อีก ๑.๖ หมื่นล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท ไม่น้อยทีเดียว อันนี้ตั้งธนาคารครูได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เรา จะต้องไปทบทวนมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สกสค. ก็ดี สำนักงานคณะกรรมการชุดนี้ก็จะต้องไปดู ระบบในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของการที่จะให้เงินกู้สวัสดิการของครูด้วย เพราะฉะนั้น การที่จะพูดในเรื่องของการศึกษาเป็นระบบต้องพูดในเรื่องขององค์กรครูทั้งหมดทุกสังกัด แม้กระทั่งอาชีวศึกษาก็จะต้องไปดูแลด้วย แล้วคราวนี้ในเรื่องของผู้ปกครอง พ่อแม่ก็จะต้องไปดู ย้อนหลังด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นคุณครูรวยก็มี แต่ครูจนก็เยอะกว่า การประชุมสหกรณ์แต่ละครั้งนี่จ่ายเบี้ยกัน ทีละ ๑,๕๐๐ บาทที่มานี่ ก็ไม่น้อยเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการเมื่อก่อน ไม่ใช่เป็นกระทรวงที่ถูกจัดในเกรดเอ (Grade A) แต่จริง ๆ แล้วการศึกษาควรจะต้องถูกจัด ในเรื่องที่เกรดเอบวกบวก (Grade A++) ที่รัฐบาลต้องให้การศึกษาของประเทศในภาพรวม เพราะว่าประเทศเราจะเจริญได้ พื้นฐานนะครับ การทุจริต การซื้อเสียง การประกอบอาชีพ ความเหลื่อมล้ำนี่ พื้นฐานทั้งหมดอยู่ที่การศึกษาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการศึกษาผมคิดว่าเป็น การลงทุนระยะยาว แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ว่าจะท้องถิ่นก็ดี ภาคการเมืองก็ดี เขาอยากจะลงทุน ระยะสั้นแล้วก็เห็นผลทันที เพราะฉะนั้นการศึกษาก็ต้องเรียกร้อง ก็ต้องหาว่าปัญหาต่าง ๆ นั้น ในโครงสร้างของครู แล้วก็ในส่วนของเด็ก ผู้ปกครองจะต้องทำอย่างไร
สุดท้ายครับท่านประธาน นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเรา เรามีนโยบายพักหนี้ คนละ ๑ ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ย ๓ ปี เนื่องจากว่าโควิด (COVID) มีปัญหามา ๓ ปี สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นการตอบโจทย์จากที่เราไปศึกษาปัญหาหนี้สินของครูทั่วประเทศ ๑.๔ ล้านล้านบาท คิดดูสิครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันว่าเราจะแก้ปัญหาให้ครูมีสุขภาพดี สุขภาพจิตดี ไม่เป็นหนี้ การที่เป็นครูแล้วไปค้ำหนี้ กยศ. ของเด็กอย่างนี้ก็จะต้องปลดล็อก ต้องล้างหนี้ ต้องให้ ครูเหล่านี้ บางครั้งไม่มีส่วนอะไรเลย เป็นครูที่รักศิษย์ เป็นครูที่เกรงใจ เป็นครูที่มีความผูกพัน ในด้านการศึกษา
อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอเวลา มันเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ผมอยู่ในองค์กร ท้องถิ่นโรงเรียนร้างเยอะนะครับ เนื่องจากว่าเด็กไม่มี เด็กน้อยเพราะประชากรไทยเกิด ปีละ ๕๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นโรงเรียนร้าง กรมธนารักษ์หรือว่าโรงเรียนเจ้าของเดิม วันนี้ชาวบ้านเอาแพะ เอาวัวไปผูก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าต้องจัดระบบว่าโรงเรียน ระดับประถมศึกษานี่ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดดีไหม มาจับรวมกัน และทำมาตรฐาน แล้วก็ถ่ายโอนและดูว่าที่ตรงไหน ความหนาแน่นของพี่น้องประชาชนอย่างไร เราจะบริการครูกับบริการเด็ก เอาเด็กไปเรียนกับครูหรือเอาครูมาสอนกับเด็ก ที่ไหนสะดวก กว่ากันแล้วก็มีสวัสดิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็พร้อมในการที่จะไปรับถ่ายโอน แต่ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ไป เพราะฉะนั้นความมั่นใจ ความเชื่อถือ ความเข้าใจ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ทำ ขอบคุณท่านประธานครับ