สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เสนอญัตติ 10 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษา และเรียกร้องให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของครู พร้อมเสนอแผนการแก้ไขหนี้สินของสหกรณ์ 1.4 ล้านล้านบาท

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการทุกท่าน กระผม เป็นผู้หนึ่งที่ยื่นญัตติ ๑ ใน ๑๐ ญัตติ แล้วก็ได้อภิปราย บรรจุเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ใน ๑๐ ญัตตินี้มีท่านนิยม เวชกามา ร่วมเซ็นชื่อกับกระผมด้วย ในวันนั้น แล้วก็การดำเนินการที่ท่านประธานได้กรุณาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา แล้วผลออกมา เป็นการสรุปรายงานในวันนี้ กระผมนำเรียนว่าก็ถือว่าชมเชย แล้วก็เป็นกำลังใจ หลายอย่าง ตรงกัน หลายเรื่องอยากให้ท่านฮิต ทู เดอะ พอยต์ (Hit to the point) เลย ตรงจุดเลยว่า เป็นอย่างไร ท่านประธานครับ รากฐานของตึกคือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ถ้าการศึกษาไม่ดี ครูไม่มีกะจิตกะใจที่จะสอน เด็กนักเรียนไม่ได้ความรู้ที่ดี ประเทศชาติก็จะลำบาก เพราะฉะนั้น วันนี้เรามาแก้ที่ตรงจุดแล้ว สำหรับที่ท่านได้ไปรวบรวมมาทั้งหมด แล้วก็รวมทั้งข้อสังเกต ตลอดจนสภาพปัญหาอะไรต่าง ๆ กระผมนำเรียนว่าเริ่มแรกเลยต้องเรียนว่า ๑. ครูเป็นหนี้ เพราะสิ่งซึ่งเราสามารถหยิบยื่นช่วยเหลือได้โดยเฉพาะภาครัฐ ก็คือครูที่บรรจุแล้วไปบังคับเขาว่า ไม่ให้ย้าย อย่างบ้านกระผมอยู่จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษ์ ครูที่อยู่จังหวัดศรีสะเกษ ไปบรรจุที่อื่น กว่าจะย้ายเมื่อก่อน ๔ ปี ๒ ปี กระผมว่าตรงนี้ต้องขอนะครับ ลดลงมาแล้ว ต้องลดเลย ครูในส่วนของ สพฐ. ก็ลดลงมาแล้ว แต่ในส่วนภาคอื่นถ้าเราสามารถลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปเยี่ยม จิตใจที่เขาอยู่กับพ่อแม่เขาสามารถหารายได้เพิ่มได้ นี่คือเรื่องหนึ่ง ที่ต้องแก้ปัญหาว่าเขาพร้อมย้ายได้เลย ไม่ต้องไปบังคับว่าต้องกี่ปี ๆ นี่คือหลักเลย เพราะฉะนั้น อันนี้จะช่วยได้เยอะ

ประเด็นที่ ๒ หนี้สินที่เกิดขึ้นที่ท่านสรุปมานะครับ จากสหกรณ์ออมทรัพย์ ๘๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จากธนาคารออมสิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๗,๐๐๐ ล้านบาทจากธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สถาบัน การเงินอื่น ๆ รวมแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท กระผมอยากให้ท่านแยกแยะว่าหนี้สินจากทั้งกลุ่ม ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยคือตัวสำคัญเลย ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปรีดา บุญเพลิง และคณะ เพราะว่ากระผมได้คุยกับคณะครูบาอาจารย์มาตลอด เพราะเป็นผู้แทนตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ และเป็น เลขาธิการรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ จนถึงปี ๒๕๔๓ มาหลายสมัย คือหนี้ ช.พ.ค. ที่เขาเคยกู้ กันมาเมื่อก่อนดอกเบี้ยถ้าจำไม่ผิดน่าจะร้อยละ ๖ เขากู้เงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่งมา ๑๐ กว่าปี เงินต้นยังเหลือ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ กว่าปีนะครับ ต้นลดแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ยังเป็นหนี้อยู่อีกตั้ง ๙๐๐,๐๐๐ บาท พอเกิดดอกเบี้ยสูงก็มีคนไปขอ ตอนนี้ลดมาเหลือ ๔.๙ ก็พอได้ปรับเงินต้นเพิ่มขึ้น แต่ผมไม่มั่นใจว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไรเขาถึงจะหมด นี่คือดอกเบี้ยที่สูง ยกตัวอย่างเฉพาะ ช.พ.ค. แต่ในสหกรณ์ต่าง ๆ ท่านเห็นเหมือนกัน แล้วตอนที่ท่านสรุปมา ในเรื่องของมาตรา ในเรื่องบทสรุปผู้บริหาร (ฉ) ว่าให้หาเงินกู้สถาบันการเงินที่ดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ ๒ กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราแก้ได้ ๒ อย่าง อย่างแรกเลย เงินฝากจากพี่น้อง ประชาชน จากคนที่มีเงินหรือว่าคนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เขามีเงินฝาก ร้อยละ ๕๐ สตางค์ ร้อยละ ๑ บาท ถ้าออกพันธบัตรหรือรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนี่ให้เขามาซื้อ ให้เขาได้รับสักร้อยละ ๒ หรือร้อยละ ๑.๕ มากกว่าเก่า ๑ เท่า แล้วเอาตัวนี้มารวมหนี้ของทั้งหมด ๑.๔ ล้านล้านบาท มาให้เขากู้ในร้อยละ ๒ รับรองเลยว่าเงินต้นเขาจะลดฮวบเลย แล้วเขาจะพ้นหนี้ ความทุกข์ตรงนี้ จะหมดไปเลย ซึ่งท่านได้สรุปมาแล้วหนี้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ๑ ใน ๔ ใกล้วิกฤติคือส่งได้ แต่ไม่มีเงินเหลือยังชีพ แล้วกระผมเชื่อว่าอีกส่วนหนึ่งวิกฤติแล้วคือไม่มีใช้หนี้แล้ว ถูกฟ้องร้องแล้ว ๒ เรื่องนี้ครับ ๑ ใน ๔ กับส่วนหนึ่งต้องรีบแก้ให้เขาเลย เพราะฉะนั้นกระผมนำเรียนเลยว่า ต้องเร่งนำเรื่องตรงนี้ให้รัฐบาลดำเนินการเป็นเจ้าภาพเร่งด่วนที่สุด เพื่อที่จะให้ครูทั้งหมดเขาได้ ลืมตาอ้าปาก พอเขาได้มีการศึกษาที่ดี เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยสมรรถภาพเอง เขาก็ไม่จำเป็น จะต้องเรียนในห้อง ไปต่างประเทศ เขามีพาไปเดินทัศนศึกษาต่าง ๆ หาความรู้ ประสบการณ์ ครูก็จะดีขึ้น ท่านต้องเพิ่มรายได้ให้เขา ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณคณะกรรมาธิการ ชื่นชมนะครับ ก็ขอให้เราผ่านรายงานนี้ แล้วให้รัฐบาลไปแก้ รวมทั้งตั้งกองทุน รวมทั้งลดต้นทุน ให้ดอกเบี้ยต่ำลง รวมถึงแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ต่าง ๆ ขอบคุณมากครับ