ชินวรณ์ เสนอข้อสังเกตการศึกษา ๒ เรื่อง จี้รัฐบาลเร่งแก้ไข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือประเด็นการศึกษา ๒ เรื่อง และเสนอข้อสังเกตต่อรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่น กระผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้รับเรื่องนี้ไปศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่สำคัญ เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาของประเทศถึง ๒ เรื่องด้วยกัน แต่ว่าท่านก็สามารถทำรายงานมา ได้เป็นที่เรียบร้อย แล้วก็มีข้อสรุปที่กระผมคิดว่าถ้าเราจะได้เห็นชอบในวันนี้ก็จะได้เสนอเป็น ข้อสังเกตเพื่อให้รัฐบาลได้ไปดำเนินการต่อไป เพียงแต่ว่าทั้ง ๒ ประเด็นนี้กระผมได้มีส่วนสำคัญ ในการคลุกคลีตั้งแต่เป็นผู้สอน เป็นผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้บริหารการศึกษา แล้วก็เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เคยทำนโยบายนี้มาแล้ว ถ้ากระผมเพิกเฉยไม่ได้พูดไว้ เพื่อจะบันทึกไว้ที่สภานี้ กระผมคิดว่าก็คงจะเสียดายโอกาสครับ

กระผมมีประเด็นแรก คือประเด็นแผนการปฏิรูปทางการศึกษา ซึ่งกระผม อยากจะกราบเรียนว่ามองในมุมของภาพรวมในการที่จะปฏิรูปทางการศึกษานั้น กระผมคิดว่า ที่ท่านเสนอมานั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แต่วันนี้สิ่งที่กระผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ คือกระผมอยากจะให้มองไปสู่อนาคตครับ ว่าการศึกษาไทยในโลกอนาคตนั้นควรจะเป็นอย่างไร ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะปัญหาในการปฏิรูปทางการศึกษา ซึ่งกระผม มีส่วนตั้งแต่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรกคือเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีส่วนในการปฏิรูปการศึกษา อีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๒ และกระผมก็เป็นรัฐมนตรี กระผมก็พบความเป็นจริงครับว่าระบบ การศึกษาไทยในยุคนั้นเราต้องการที่จะนำประเทศไปสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) แต่วันนี้ เราต้องนำประเทศไปสู่สังคมโลก ที่ให้ประเทศไทยของเราสามารถที่จะปรากฏในแผนที่โลก และมีคนที่มีศักยภาพ มีสมรรถนะที่เพียงพอที่จะเป็นพลเมืองของโลกต่อไปในอนาคต การสร้างคนนั้นไม่ใช่เป็นทรัพยากรมนุษย์แล้วครับ แต่วันนี้เราต้องมองโลกว่าการศึกษานั้น เป็นการลงทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเข้ามาดูแลทั้งระบบอย่างแท้จริง นั่นคือ หมายความว่าอย่างไรครับ นั่นคือหมายความว่าการมองคุณภาพทางการศึกษาในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของการอ่านออกเขียนได้ หรือไม่ใช่เรื่องของความเหลื่อมล้ำอย่างเดียว แต่ว่าคุณภาพทางการศึกษาที่ยูเนสโก (UNESCO) ได้กำหนดเอาไว้นั้นเขามองมาตั้งแต่ เรื่องของการที่มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีสถานศึกษาที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องสถาปัตย์ สิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวก สถานที่ในการออกกำลังกาย มองไปจนถึงการที่จะต้องมีน้ำดื่มที่สะอาด และคุณภาพทางการศึกษาในโลกยุคอนาคตนั้นมองต่อไปถึงการที่คนที่จะจบจากการศึกษาไป ในแต่ระดับนั้นต้องสามารถเรียนรู้เพื่อที่จะเรียนรู้ต่อไป ต้องเรียนรู้เพื่อการมีงานทำ ต้องเรียนรู้ เพื่อรู้จักชีวิตตัวเอง และต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมแห่งการแข่งขันกับสังคมโลก สิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาประเทศไทยมี ๓ เรื่อง ๑. มีปัญหาเรื่องผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ท่านประธานคณะกรรมาธิการทราบดีครับว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราเปลี่ยนรัฐมนตรีไป ๑๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น เราต้องทำการศึกษาของเราให้เป็น วาระแห่งชาติ แล้วก็เดินหน้าการศึกษา การศึกษา และการศึกษาต่อไป

ประการที่ ๒ เรามีปัญหาในเรื่องของการที่เราไม่ได้มุ่งเน้นโจทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงในการที่จะนำพาการศึกษาไปสู่อนาคต นั่นคือคุณภาพของครูครับ เราต้องยอมรับ ความเป็นจริงว่าครูเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปครูได้เราไม่มีทางที่จะปฏิรูป การศึกษาให้ประสบความสำเร็จ

และประการสุดท้ายที่กระผมอยากฝากคณะกรรมาธิการก็คือว่าเราจะต้อง ดำเนินการในการบริหารจัดการการศึกษาแบบใหม่ครับ ในวันนี้การบริหารจัดการการศึกษา ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการแล้วครับ แต่เป็นเรื่องของชุมชน สังคม องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหมู่บ้าน และแม้แต่กระทั่งครอบครัวก็ต้องสามารถที่จะจัดการศึกษาได้

เวลาเหลือนิดเดียวอยากจะไปถึงเรื่องหนี้สินครูนิดหนึ่งครับ มีหลายคนขึ้นมา พูดว่าไม่อยากจะใช้คำนี้กับหนี้สินครู ซึ่งเป็นเรื่องจริง ปรากฏจริง แล้วก็มีอยู่จริง แต่ว่าในสมัยที่ กระผมมีส่วนในการกำหนดนโยบาย กระผมก็ไม่ได้ใช้คำนี้ กระผมใช้คำว่าพัฒนาคุณภาพชีวิตครู กระผมคิดว่าถ้าเราจะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างแท้จริง ตามที่ท่านเสนอมาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ระบบสหกรณ์ กองทุนพัฒนาครูไทยช่วยครูปลดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะ อื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ครับ แต่ว่าสิ่งที่กระผมอยากจะเสนอแนะกรรมาธิการว่าถ้าเรา จะพัฒนาโดยการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เราจะต้องเริ่มต้นโดยการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู อย่างแท้จริง หมายความว่าอย่างไรครับ คือเราจะต้องดำเนินการให้ครูได้มีรายได้ที่สูงขึ้น มีขวัญกำลังใจ มีวิทยฐานะ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นั้นเรามุ่งเน้นให้มีกองทุน ครูของแผ่นดิน ที่ได้ตั้งเอาไว้สมัยกระผมเป็นรัฐมนตรี วันนี้ก็จะเป็นกฎหมายที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต เราต้องการที่จะมีกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อมาช่วยครูแบ่งเบาภาระ ในการสอนของครู ให้ครูมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนที่สูงขึ้น

และประการสุดท้ายที่กระผมอยากจะฝากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ก็คือว่า ท่านต้องคิดเรื่องเพิ่มรายได้ให้กับครูด้วยนะครับ กระผมคิดว่าเขามีรายได้ที่เพียงพอและใช้ชีวิต ที่เป็นวิถีชีวิตของครู กระผมเชื่อว่าหนี้สินครูก็จะลดลง และแน่นอนที่สุดครูมาจากครอบครัว ที่ยากจน กระผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเข้าไปดูแลในการส่งเสริมครู กระผมเสียดายว่า ในยุค คสช. ไปออกคำสั่งยกเลิกกองทุนที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการครู วันนี้กระผมเรียกร้องว่า ควรจะให้ครูเป็นแสน ๆ คนเขามารวมพลังกันเพื่อจะแก้ไขปัญหาของตัวเอง โดยเฉพาะปัญหา หนี้สินครู และกระผมเชื่อว่าวิชาชีพครูจะเป็นวิชาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีฐานะ มีความมั่นคงต่อไปครับ ขอบคุณครับ