ทอง วิริยะจารุ หารือแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูที่เกิดจากสหกรณ์ออมทรัพย์ ช.พ.ค. และสถาบันการเงินต่างๆ โดยเสนอแนวทางใช้แบบจำลองสหกรณ์โคราชที่เน้นการค้ำประกัน การจัดสวัสดิการ และการชำระหนี้แบบก้าวหน้าภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือครูและบุคลากรการศึกษาที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้จนถูกฟ้องร้องหรือล้มละลายให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยความเคารพ กระผม ทอง วิริยะจารุ ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง แก้ปัญหา หนี้สินครูครับ ก่อนที่จะถึงโคราชโมเดล ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านได้บอกว่าใช้กระบวนการสหกรณ์ในการแก้ปัญหา ซึ่งสหกรณ์ทั่วประเทศโดยเฉพาะสหกรณ์ครูมี ๑๑๓ สหกรณ์ มีสมาชิก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน หนี้สินก็เยอะอยู่ครับ เดี๋ยวจะเล่าเป็นตัวเลขให้ฟัง ท่านครับ ในบรรดาครูที่เป็นหนี้อย่างสหกรณ์ ของผมซึ่งเป็นสหกรณ์ใหญ่มาก ใหญ่พิเศษ ๒๘,๘๐๐ กว่าคน ที่ไม่เป็นหนี้เลยก็ ๗,๙๐๐ กว่าคน และที่เป็นหนี้แล้วมีปัญหา ถ้าเราจะใช้คนไปในการดูแลสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบัน การเงิน หรือสหกรณ์อื่น ก็อยู่ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่มีปัญหา แล้วนอกนั้นที่กู้เงิน เป็นหนี้ อย่างท่านหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ท่านปรีดา บุญเพลิง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านได้บอกไปแล้วตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ กว่านี่ ที่จริงเขาก็มีวินัยในการส่ง ในการดูแลตัวเอง ในการดูแลครอบครัว ก่อนจะถึงโคราชโมเดลที่กระบวนการสหกรณ์ใช้ แก้ปัญหาหนี้สิน ใช้แก้กระทั่งว่าคุณครูถูกฟ้องล้มละลาย ศาลตัดสินแล้ว สหกรณ์ครูโคราช ก็ลงไปอุ้มช่วย ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ร่วม ๓๐ กว่าคน เรากำลังช่วยกันอยู่ สิ่งเหล่านี้วิชาชีพเราจะต้องให้การดูแลกันก่อนที่จะถึงตรงนี้ โดยเฉพาะสหกรณ์ครูโคราชนั้น เป็นสหกรณ์ที่ใหญ่พิเศษ อย่างที่เรียนท่านแล้วนะครับ ก็ยังได้ดำเนินการ ดังนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมเข้าไปในเรื่องของกระบวนการสหกรณ์ช่วยครูแก้ปัญหาหนี้สิน ได้อย่างไร และนโยบายของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูของครูโคราชนั่นก็คือการช่วยตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักของสหกรณ์จะนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีความเป็นธรรม และสันติสุขในสังคม ซึ่งตัวนี้เป็นปรัชญา เป็นแนวคิด เป็นนโยบายที่เราจะต้องปฏิบัติ สิ่งที่กระผมได้พูดไปแล้วหนี้สินของครูเกิดแล้ว ซึ่งมีทั้งคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะฉะนั้นในเรื่องของหนี้ที่เกิดแล้วใครล่ะที่เป็นเจ้าหนี้ครู สหกรณ์ออมทรัพย์ครับ ก่อตั้ง กันมานาน ๕๐-๖๐ ปีก็มี อันที่ ๒ ก็คือ ช.พ.ค. หรือ สกสค. ที่ธนาคารออมสินมาเป็นเจ้าภาพ และอันที่ ๓ ที่เป็นเจ้าหนี้ครูก็คือหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น ไม่ว่าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธอส. ธ.ก.ส. หรือหนี้ข้างนอก
ทีนี้หลักในการที่จะแก้ไขหนี้สินครูที่ครูโคราชใช้เป็นโมเดล (Model) ในการแก้ ดูที่ว่าสมาชิกเมื่อเข้ามาแล้ว ทำสัญญากันแล้ว ก็สามารถชำระหนี้ได้ อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ มีเงิน ดำรงชีพพอเพียง สหกรณ์ครูโคราชนั้นปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการให้มีเงินเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะช่วยเหลือดูแลกันในครอบครัว แล้วก็เสนอการหัก ณ ที่จ่ายไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ นั่นคือกฎกระทรวงก็มีเงินดำรงชีพ เราสามารถปฏิบัติ ตามระเบียบและกฎกระทรวงได้ สุดท้ายอันที่ ๓ ก็คือเสียชีวิต หนี้หมดครับ คำว่าหนี้หมดนี่ ไม่ทิ้งภาระให้กับลูกหลาน ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง ครูโคราชก็จะดูว่าหนี้สินที่เราดึงมาจาก สถาบันการเงิน เราดึงมาจาก สกสค. คือ ช.พ.ค. มารวมหนี้กับทางสหกรณ์แล้วเมื่อเขาเสียชีวิต จะเป็นเงินเท่าไร หนี้ต้องหมดนะครับ นี่คือสิ่งที่เราได้ปฏิบัติ ทีนี้นวัตกรรมหรือกระบวนการของ สหกรณ์ที่ใช้ในสหกรณ์ข้างในก่อน กระบวนการของสหกรณ์ก็คือเราเพิ่มไปอีก เราดึงทายาทมา เป็นผู้ค้ำประกันร่วม อันที่ ๖ นำหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ว่าหลักทรัพย์เป็นบ้านหรือที่นามา ค้ำประกัน แล้วมาดูให้เกิดหลักค้ำประกันที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ อันที่ ๗ จัดทำสวัสดิการให้กับ สมาชิก ครูโคราชจะทำสวัสดิการโดยไม่ต้องไปพึ่งประกันก็คือทำประกันสวัสดิการฌาปนกิจ ถึง ๔ สวัสดิการ ส.ส.นม. ส.ฌ.นม. ฌ.ส.นม. ส.ส.สท. ซึ่งจะดูแลพี่น้องสมาชิกในการที่จะมา ค้ำประกัน และอันที่ ๘ ก็คือการส่งชำระหนี้แบบก้าวหน้า เรียนอย่างนี้การส่งชำระหนี้ แบบก้าวหน้าก็จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นตรงนี้เพื่อที่ให้พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ซึ่งท่านประธานสภาได้กรุณาบอกว่าให้พูดย่อ ๆ สั้น ๆ กระผมก็พยายามจะสั้น ๆ นะครับ ทึ่คณะอนุกรรมการแก้ปัญหาหนี้สินที่จะใช้กระบวนการสหกรณ์มาแก้ไขปัญหาหนี้ก็คือคนที่ กำลังจะถูกฟ้องเราเข้าไปช่วย คนที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เราก็เข้าไปช่วย คนที่ศาล ตัดสินล้มละลายก็ลงไปอุ้มขึ้นมาให้เขาเดินต่อ ให้เขาหายใจได้ เพราะฉะนั้นในตรงนี้ก็สรุปว่ากระบวนการสหกรณ์ช่วยได้จริง ดูแลพี่น้องเพื่อนครูในอัตรา ดอกเบี้ย ๔ บาท ๕๐ สตางค์ อาจจะเกินมานิดหนึ่งเพราะเรามีเฉลี่ยคืนให้ ถึง ๔๐ สตางค์ ถึง ๕๐ สตางค์ ก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๔ บาท แล้วก็เขาจะได้ส่วนลดส่วนที่ดึงหนี้เข้ามา แล้วหลายท่านจะสงสัยว่า เอ๊ะ ใช้กฎหมาย ใช้อะไร ใช้กติกาเหมือนกันหมดครับ ข้อบังคับ ระเบียบ พ.ร.บ. สหกรณ์ ปี ๒๕๔๒ ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๕๑ แล้วก็ กฎกระทรวงของกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งข้อบังคับ ระเบียบ และกติกาของสหกรณ์ เราเคร่งครัดในระเบียบวินัยเรื่องการดูแลเงิน แล้วก็ใช้เงิน เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ถ้าภาครัฐ จะได้กรุณาดูแลสหกรณ์ ดูแลโดยใช้เงินอัตราดอกเบี้ยต่ำ อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวไปแล้ว ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง แล้วก็จะได้ช่วยครูได้จริง ๆ ขอขอบคุณครับ