ปรีดา บุญเพลิง หารือปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีมากกว่า 800,000 คน รวมยอดหนี้เกิน 1.4 ล้านล้านบาท โดยวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบจากภาระหนี้ในระดับต่าง ๆ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ทั้งการใช้สหกรณ์ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาครูไทย ธนาคารครู การออกพันธบัตรปลดหนี้ร่วมกับธนาคารรัฐ ส่งเสริมการเงินออมอย่างยั่งยืน และการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครูอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอนำเสนอจากที่คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒. เพื่อศึกษาสาเหตุหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๓. เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคลากรจากสถาบันการเงิน และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แกนนำองค์กรวิชาชีพครู ตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ คณะที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ เครือข่ายพัฒนาชีวิตครู ๔ ภูมิภาค
แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ หมายถึง การกำหนดแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้ลดลงและอัตราดอกเบี้ยลดลง หรือขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และกำหนดแนวทางป้องกันการเป็นหนี้ได้ อย่างเหมาะสม เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญกำลังใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถปฏิบัติหน้าที่เต็มตามศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนที่สูงขึ้น
ครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับ เงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดินในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างรายเดือน หรือเงินค่าตอบแทนอื่น ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงอื่น ๆ และผู้ที่ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ที่เกษียณอายุ ราชการไปแล้ว
สภาพปัจจุบันและปัญหา เด็กต้องได้เรียนหนังสือ ครูสละชีวิตเพื่อนักเรียน บ้านพักครู เปิดใจน้ำตาครูที่เป็นหนี้ กยศ. แทนศิษย์ ครูเร่ขายห่อหมก ให้เด็กเรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี นี่คือสภาพปัญหา
ข้อมูลและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ประเภทระดับประถมศึกษา ๒๕๐,๐๐๐ กว่าคน ระดับประถมมัธยมศึกษา ๑๒๖,๐๐๐ กว่าคน ระดับอาชีวศึกษาภาครัฐ ครูผู้สอนสังกัดการศึกษาพิเศษ ๑๙,๐๐๐ กว่าคน ครูผู้สอนสังกัด สช. ๙๙,๐๐๐ กว่าคน คณาจารย์สายวิชาการ ๒๕๖ วิทยาลัย ๗๕,๐๐๐ กว่าคน บุคลากรสนับสนุน ๒๖๐ มหาวิทยาลัย ๑๒๐,๐๐๐ กว่าคน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณอายุราชการ ๒๗๙,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งหมด ๙๙๙,๘๑๐ คน
หนี้สินครู ๑.๔ ล้านล้านบาท ครูเป็นหนี้กว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ประกอบด้วย หนี้เงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๑๑๓ แห่ง ธนาคารออมสิน โครงการ ช.พ.ค. ช.พ.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ปีแรกประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ และ ปีต่อ ๆ ไปเอ็มแอลอาร์ลบ ๑ (MLR-1) แต่ไม่เกินประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารออมสิน ช.พ.ค. ๕.๕-๖.๕ เปอร์เซ็นต์ สหกรณ์ ออมทรัพย์ครู ประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์
สภาพหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนี้ รวมยอดหนี้ทั้งหมดมากกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท มีจำนวนครูที่เป็นหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน แบ่งประเภทหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น ๓ ระดับ คือหนี้ปกติ หนี้ใกล้วิกฤติ และ หนี้ขั้นวิกฤติ ผลการศึกษาสรุปได้ว่าสภาพหนี้สินมี ๓ ระดับ หนี้ปกติคือครูสามารถชำระหนี้ได้ ตามปกติ มีเงินเดือนเหลือพอใช้ปานกลาง หนี้ใกล้วิกฤติ ครูสามารถชำระหนี้ได้ปกติ แต่ไม่มีเงิน เหลือใช้ในแต่ละเดือน ครูต้องยืมเงินนอกระบบมาใช้จ่ายให้เพียงพอกับรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี หนี้ขั้นวิกฤติ ครูไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ปกติ เงินใช้แต่ละเดือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย ผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระหนี้แทนและถูกฟ้องร้องให้ดำเนินคดี ซึ่งมีเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนคดี ที่ฟ้องร้องครูในปี ๒๕๖๒ จากการศึกษาคดีกู้ยืมเงินอยู่ที่ ๑๓๘,๔๒๐ คดี คดีบัตรเครดิต ๑๖๘,๓๔๗ คดี คดีสินเชื่อส่วนบุคคล ๒๙๓,๘๙๙ คดี คดีหนี้ที่กู้ยืมเรียน ๙๒,๔๗๒ คดี หนี้ในสภาพขั้นวิกฤติ
สาเหตุการเป็นหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนี้โดยปัจจัยพื้นฐาน เป็นหนี้ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เป็นหนี้จากการช่วยเหลือสังคม เป็นหนี้จากการขาดหลักคิด ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนี้จากปัจจัยอื่น ๆ
แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ มี ๓ แนวทาง ใช้ระบบสหกรณ์เป็นฐาน โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และสถาบันการเงินทำงานเชิงบูรณาการ โดยแก้ไขข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการให้เอื้อต่อการแก้ไขหนี้สินครูผ่านระบบสหกรณ์ครูทั่วประเทศ หลักการคือ ๑. รวมหนี้ ปรับแผนการชำระหนี้ ๒. สามารถมีหลักทรัพย์หรือโอนหุ้นชำระหนี้ได้ ๓. จัดหา แหล่งทุนสนับสนุนในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๒ บาทต่อปี ๔. ขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ เงินกู้ ๕. ให้มีหลักประกันเงินกู้ที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระต่อผู้ค้ำประกัน
แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ คือ ๑. จัดตั้งกองทุนพัฒนาครูไทย โดยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ธนาคาร แห่งประเทศไทย ออกพระราชบัญญัติเงินกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมทุนจากสถาบัน การเงินทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นกองทุนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในอัตราดอกเบี้ย ไม่เกินร้อยละ ๒ บาทต่อปี หลักการคือ รวมภาระหนี้สินไว้ที่กองทุน ป้องกันการกู้ที่ซับซ้อน มีมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้จัดทำ บัญชีครัวเรือน น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต มีคณะกรรมการบริหาร จัดการหนี้ทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่การศึกษากำกับดูแล
แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ พันธบัตรช่วยครูปลดหนี้ โดยความร่วมมือของธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธอส. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อระดมทุน จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ระยะเวลา ๕ ปี เพื่อเป็น กองทุนในการแก้ปัญหาหนี้สินครู หลักการคือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนำเงินกองทุนซื้อหนี้จาก ธนาคารที่คิดดอกเบี้ยเงินกู้เกินร้อยละ ๔ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูคืนหนี้ที่กู้จากธนาคารที่คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ ๒ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู คืนเงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยพันธบัตรภายใน ๕ ปี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้องคิดอัตราดอกเบี้ย เงินกู้ไม่เกินร้อยละ ๔ มีมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้ครูรวมกลุ่ม จัดทำบัญชีครัวเรือน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการดำรงชีวิต
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็น ระบบ คือการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ รัฐต้องพักชำระหนี้แก่ครูอย่างน้อย ๒ ปี ตามความสมัครใจ รัฐบาลเจรจาขอความร่วมมือสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ครูเป็นหนี้ให้ลด ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำลง ไม่เกินร้อยละ ๔ บาทต่อปี รัฐบาลให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ที่เป็นหนี้และผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่กำลังถูกฟ้องและถูกดำเนินคดีโดยเร่งด่วน เพิ่มรายวิชา ในหลักสูตรการเรียนครู เช่น วิชาเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์การเงิน การลงทุน การดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กระบวนการผลิตครู รัฐต้องกำหนดให้มีสถาบันการผลิตครูโดยตรง กระจาย อำนาจอยู่ทุกภูมิภาค และสอบคัดเลือกนักเรียน ม ๖ ที่เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรมมาเรียนครู จบแล้วบรรจุครูในท้องถิ่นของตนเองทันที รัฐต้องจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพที่ดีแก่ครูทุกด้าน ให้เท่าเทียมกันอย่างเพียงพอ เช่น สวัสดิการบ้านพัก ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ เป็นต้น รัฐต้อง ส่งเสริมความก้าวหน้า ความมั่นคงในชีวิตครู และปรับปรุงโครงสร้างอัตราเงินเดือนครูให้สูงขึ้น และเพียงพอ เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน รัฐต้องกระจายอำนาจให้สถานศึกษา ทุกด้าน และลดภาระงานครู ให้ครูมีหน้าที่สอนอย่างเดียว และจัดหาบุคลากรฝ่ายสนับสนุน การสอนให้เพียงพอ ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และ แก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม ควรนำรูปแบบโครงสร้างพัฒนาชีวิตครูที่สมาคมเครือข่ายพัฒนา ชีวิตครูแห่งประเทศไทยมาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ แก้ไขพระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อใช้สูตรการคิดคำนวณบำเหน็จ บำนาญ รัฐควรสนับสนุนให้จดจัดตั้งทะเบียนธนาคารครูไทย โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของ มวลสมาชิกเป็นสำคัญ หลักการก็คือ รวมเงินเดือนครู เงินสวัสดิการ เงินฝากของครูฝากไว้ที่ ธนาคารครูไทย เงินบำรุงการศึกษา เงินอุดหนุนการศึกษาทุกประเภทผ่านธนาคารครูไทย จัดหา แหล่งเงินทุนและจัดสวัสดิการเงินกู้ให้สำหรับครูที่กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ จัดสวัสดิการ สนับสนุนการศึกษาอื่น ๆ แก่มวลสมาชิก เช่น ทุนการศึกษา สวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นต้น กำหนดมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ มีการส่งเสริมให้ทำบัญชีครัวเรือน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการดำรงชีวิต รัฐพึงจัดเก็บภาษีเพื่อการศึกษาเฉพาะ และลงทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ด้านการศึกษาให้เพียงพอกับความต้องการและความจำเป็น ให้กระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เป็นสาเหตุที่ ทำให้เพิ่มรายจ่ายโดยไม่จำเป็น เช่น ควรปรับลดเวลาการทดลองปฏิบัติราชการของครูผู้ช่วย ให้เหลือ ๖ เดือน และสามารถยื่นคำขอย้ายกลับภูมิลำเนาได้ภายใน ๒ ปี รวมทั้งให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค ต่อการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
สภาพความสำเร็จด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจ รัฐใช้เป็นแนวทางในการแก้ไข ปัญหาหนี้สินให้แก่ข้าราชการอื่นและพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพได้ โดยยึดมั่นหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สังคม มีความเอื้ออาทร อยู่เย็นเป็นสุข มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
สภาพความสำเร็จด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญกำลังใจที่ดี ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ปัญหาหนี้สินครูลดลง มีความมั่นคงในชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปฏิบัติหน้าที่จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านผู้เรียน ได้รับการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ของชาติ และมีคุณภาพเท่าเทียมอารยประเทศ ผู้เรียนมีทักษะชีวิตที่ดี ยึดมั่นในหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ท่านประธานที่เคารพ จากการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เราได้มี ตัวอย่างในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูโดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งรองประธาน คณะอนุกรรมาธิการ คือ ท่านทอง วิริยะจารุ จะได้ขออนุญาตนำเสนอแนวทางสั้น ๆ ให้ท่าน ได้ทราบถึงความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำตัวอย่างนี้ไปแก้ไขปัญหา อย่างเป็นระบบต่อไป ขอกราบเรียนเชิญท่านทองครับ