สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

ปดิพัทธ์ สันติภาดา แถลงว่ากระบวนการฟื้นฟูเหมืองแร่ในคลิตี้ไม่รอบคอบและไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรง นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทที่เจ๊งไปแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ และมีการใช้ภาษีของประชาชนและยืดเวลาที่ทำให้ประชาชนในคลิตี้ต้องทนทุกข์ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลมีแนวทางในการจัดการเหมืองแร่ที่ดีขึ้น

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ขออภิปรายถึงรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากการทำเหมืองแร่นะครับ ก็คิดว่าหลายอย่างเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นอยู่ ๒ ที่ที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปดูด้วยตัวเองก็คือที่คลิตี้นะครับ พอเราดูในการที่พวกท่านได้ไปสำรวจ ที่คลิตี้มา แน่นอนเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ประชาชนสามารถชนะคดี แล้วก็ทำให้เกิดการบังคับคดี จนเกิดการฟื้นฟูได้ แต่พอเราไปดูวิธีการฟื้นฟูปรากฏว่ากระบวนการในการฟื้นฟูไม่ได้ถูก ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมของคลิตี้บน แล้วก็คลิตี้ล่างพร้อมกัน มันก็เลยฟื้นฟูไปติดขัดไป ยิ่งฟื้นฟูยิ่งทำให้ตะกอนแร่ที่ได้รับการสำรวจไม่รอบคอบพอเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงขึ้น แม้แต่ การฟื้นฟูรอบที่ ๑ ประเมินผลออกมาแล้วว่ายังไม่เรียบร้อย ก็เดินหน้าสู่การฟื้นฟูรอบที่ ๒ เพราะฉะนั้นงบประมาณในการฟื้นฟูมันแทบจะบานปลายออกไปเรื่อย ๆ คำถามก็คือว่า แล้วบริษัทที่เจ๊งไปแล้ว บริษัทที่ล้มบนฟูกไปแล้ว พวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือครับ เราต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชน แล้วก็ยืดเวลาที่ทำให้พี่น้องประชาชนที่คลิตี้ต้องทนทุกข์ ต่อไปเรื่อย ๆ มากกว่านั้นบริษัทที่ทำการฟื้นฟูพาผมไปสำรวจเพิ่ม ปรากฏว่าที่คลิตี้บนยังมีแร่ ที่กอง ๆ อยู่ตามพื้นอีกเต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีฝนตกลงมามันก็จะชะเอาตัวแร่ตกลงมา ที่คลิตี้ล่างอีกเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นบทเรียนตรงนี้สำคัญมากว่าการฟื้นฟูมันใช้ทรัพยากร ใช้งบประมาณมหาศาลเลย แต่ว่าบทเรียนของคลิตี้กลับไม่ได้รับการเรียนรู้ แล้วก็มาออกทำให้ การออกประทานบัตรเหมืองแร่ในปัจจุบันนี้ดีขึ้น ตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจนก็คือที่ทรายแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ขอภาพขึ้นเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้เป็นตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ที่ในนี้เป็นทะเบียนบ้าน แล้วมีคนอยู่ในบ้านนี้ ๒๐ คน ท่านประธานคิดดูเอา นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดอะไรก็รู้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกตกใจที่สุดคืออะไรครับ ตอนที่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียกเจ้าหน้าที่มาชี้แจง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทำถูกต้องตามระเบียบแล้ว ทำถูกต้องตามระเบียบทะเบียนราษฎรแล้ว มันถูกตามเอกสาร แต่ไปดูสภาพความเป็นจริงสิครับ มนุษย์ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เพิ่งย้ายเข้ามาทำประชามติโดยเฉพาะ แล้วก็ย้ายออกไปเลยหลังประชามติชนะ แต่ผู้มีอำนาจ ในจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัดกลับบอกว่าเรื่องนี้ถูกต้องตามระเบียบแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องนี้มันมีปัญหามากในผู้ปฏิบัติการ ในระดับจังหวัด ในพื้นที่ เพราะเขาทำหน้าที่แค่ตรวจ เอกสารว่าประชามติมันผ่านหรือไม่ผ่าน ตรวจแค่เอกสารเท่านั้นเอง แต่เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นขัดแย้งกับสายตาพวกเขากลับเชื่อเอกสารมากกว่าการสำรวจพื้นที่จริง เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้ควรจะต้องอยู่ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการด้วยว่ากระบวนการจัดทำ ประชามตินั้นตอนนี้ประเทศไทยของเราจัดการทำประชามติเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้นเอง ทำให้ ถูกต้องตามกฎหมาย และการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายประเทศนี้มันง่ายนิดเดียวครับ ประเทศ แห่งศรีธนญชัยที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ผ่านกฎหมายให้ได้ แล้วพอไปดูเบื้องหลังเจ้าของที่ดินที่ขาย ให้กับบริษัทที่มาทำเหมืองแร่ในจังหวัดปราจีนบุรี ก็บ้านใหญ่ที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะฉะนั้น จะเป็นเรื่องของกลุ่มทุนคุยกับกลุ่มการเมืองโดยมีประชาชนนั่งดูตาปริบ ๆ เลย เพราะพวกเขา ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แล้วก็แน่นอนพอเดินหน้าทำไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องของ การทำประชามติของรัศมี ที่ผู้คนจะต้องเข้ามาทำประชามติก็ทำนิดเดียว แต่เวลาทำเหมืองแร่ ผลกระทบด้านฝุ่นมันไปไกลมากนะครับ ผลกระทบเรื่องน้ำ แหล่งน้ำไปไกลมาก แต่ประชามติ กลับทำบริเวณที่มีการขุดแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง กระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าเราแทบจะไม่เรียนรู้อะไรเลยกับความผิดพลาด ในอดีต แล้วก็ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดทำซ้ำไปซ้ำมา ผมคิดว่ากระบวนการไม่เรียนรู้ไม่ได้เป็นเพราะ เราไม่รู้ว่ามีข้อผิดพลาด แต่เป็นเพราะอำนาจของกลุ่มทุน เป็นอำนาจทางการเมืองที่ยังให้ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต้องทำตามพวกเขา แล้วก็ทำให้เกิดสภาพแบบนี้ขึ้นอีก เพราะฉะนั้น ผมก็อยากให้ทางพวกเราที่เป็นนิติบัญญัติทำให้กฎหมายรอบคอบที่สุด แก้ไขกระบวนการทำ ประชามติให้ประชาชนมีอำนาจจริง ๆ ไม่ได้ปล่อยให้ประชาชนเป็นแค่จำนวนนับหรือรายชื่อ หลอก ๆ ที่ทำให้กฎหมายสำเร็จ แล้วเรื่องนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการจัดการ เหมืองแร่ที่ดีขึ้นในอนาคต ไม่ปล่อยให้เกิดคลิตี้ ๑ คลิตี้ ๒ คลิตี้ ๓ คลิตี้ ๔ นะครับ ขอบคุณครับ