สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่เหมืองแร่ดีบุกที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเกิดจากการบุกรุกพื้นที่หลังยุติการทำเหมือง และข้อพิพาทระหว่างเจ้าของสัมปทานเดิมกับกรมป่าไม้ จนส่งผลให้ประชาชน 17 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ทบทวนการกำหนดแหล่งแร่ที่เก่าแก่ และสนับสนุนกระบวนการพิจารณาที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซาก
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วผมเป็น คนหนึ่งที่ได้ยื่นญัตติกรณีของเหมืองแร่จนกระทั่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และความจริงแล้วก็มีท่านคณะกรรมาธิการ ซึ่งต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คือคุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ก็ได้เสนอชื่อผมเป็นที่ปรึกษาด้วย แล้วก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ได้กรุณามีมติแต่งตั้ง แต่ก็ต้องขออภัยที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเลยตลอดระยะเวลา เนื่องจากว่า เวลาประชุมนั้นก็ไปซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการคณะอื่น ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการ คณะนี้ซึ่งได้เสนอสภาในช่วงเวลานี้ แม้ว่าจะไม่ได้อ่านครบทุกหน้า แต่ว่าก็ต้องถือโอกาสนี้ ได้ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้มีความพยายามที่จะวางกรอบ แนวทางการศึกษาเรื่องของผลกระทบจากเหมืองแร่ไว้อย่างครอบคลุมพอสมควร โดยท่านแบ่ง ไทม์ไลน์ (Timeline) ออกเป็น ๓ ส่วน ก็คือ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการออกประทานบัตรเหมืองแร่ ประเด็นที่อยู่ในระหว่างการเปิดการทำเหมืองแร่ แล้วก็ภายหลังจากทำเหมืองแร่ แล้วก็เรื่องของ การฟื้นฟู รวมตลอดจนกระทั่งถึงได้จับเคส (Case) หรือกรณีของแต่ละกรณีขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา แล้วก็ยังมีข้อสังเกตหลายข้อ ซึ่งก็ได้มีการสรุปต่อสภานี้ไปแล้ว ผมก็เรียนกับท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยในทุกข้อที่ท่านเสนอมานะครับ แต่ว่าเรื่องของเหมืองแร่เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ารัฐบาล ทุกรัฐบาลนับจากวันนี้เป็นต้นไปก็คงจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน เพราะเรื่องเหมืองแร่ในความเห็น ของผมเป็นความขัดแย้งกันในเกือบจะทุกที่ ในช่วงระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้ เรื่องที่แปลก คือมุมมองของผู้ประกอบการ มุมมองของหน่วยงานของรัฐ กับมุมมองของชาวบ้านจะไม่ตรงกัน มุมมองของรัฐจะมีมุมมองว่าต้องการแหล่งแร่เพื่อที่จะนำไปใช้ตอบสนองการพัฒนาทางด้าน เศรษฐกิจ มุมมองของผู้ประกอบการก็ต้องการแหล่งแร่ที่ตนเองสามารถจะเข้าถึง ทำได้ง่าย มีโอกาส ทำกำไรสูงสุด แต่มุมมองของชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่จะมีการทำเหมืองแร่จะเป็นมุมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการทำเหมืองแร่นั้นชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ มีแต่โทษที่ได้รับ แล้วเรื่องที่แปลก ที่เกิดขึ้นในแต่ละที่ที่ผมไปประสบมา อย่างกรณีที่ท่านเขียนไว้ในรายงานฉบับนี้ก็คือกรณีของ เขาควนเหมียง ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จะเป็นกรณีชาวบ้านมักจะมี ความรู้สึกว่านายทุนกับฝ่ายรัฐเข้ากันได้ดี นายทุนกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ก็เข้ากันได้ดี นายทุนกับผู้มีอิทธิพลก็เข้ากันได้ดีและมักยืนประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้ามคือชาวบ้าน นี่เป็น ประเด็นที่อาจจะไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย แต่เป็นทัศนคติของสิ่งที่จะต้องไปปรับปรุง ในหน่วยงานของรัฐด้วยว่าบางทีเรามองมิติเดียวเรื่องของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่เราขาดมิติ ในการพิจารณาเรื่องชุมชน เรื่องวิถีชุมชน เรื่องสังคม มันก็จะทำให้บริบทของเศรษฐกิจกดทับ วิถีชีวิตชุมชน ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้วเวลาราชการพิจารณาก็ดูแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในส่วนนี้ก็เลยดูเหมือนไปเข้าข้างนายทุน ฝ่ายของชาวบ้านเองเขาผูกพันกับวิถีชีวิตและเขามี ความรู้สึกว่าถ้ามาทำเหมืองก็ทำลายภูเขาตรงหน้าเขาไป ทำลายต้นไม้ตรงหน้าเขาไป ทำลาย ความสงบสุขตรงหน้าเขาไป ทำลายพืชพันธุ์ไม้ พืชพันธุ์สัตว์ที่เขาคุ้นเคยมาแต่เล็กลงไป ต่อหน้าเขา และเขาไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนแต่อย่างใด ในข้อเสนอของท่านที่เป็นข้อสังเกต ท่านพูดถึงกระบวนการมีส่วนร่วมต่าง ๆ การเปิดเผยข้อมูล ถูกต้องหมดครับ มันต้องปรับ กระบวนการใหม่ทั้งระบบ แต่ที่สำคัญก็คือการพิจารณากำหนดแหล่งแร่หรือแหล่งแร่หิน ก็แล้วแต่ผมคิดว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนทุกที่ กรณีเขาควนเหมียง ตำบลปากแจ่ม แหล่งแร่นี้ ถูกกำหนดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ กฎหมายเหมืองแร่ออกปี ๒๕๖๐ ก็ไปเอาประกาศปี ๒๕๔๗ ใส่กลับเข้ามา แต่โชคดีที่กระบวนการชุมชนชาวบ้านเข้มแข็งเขาลุกขึ้นต่อสู้ ผู้ใหญ่บ้านมีการยื่น ถวายฎีกา และที่สำคัญเขามาปรึกษาหารือกับทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมเป็นคนหนึ่งที่เขา หารือด้วย นี่เป็นกรณีแรกครับ และท่านเขียนไว้ในรายงานนี้ด้วยว่าชาวบ้านขอถึงขั้นว่าให้มี การประกาศยกเลิกแหล่งหินตรงนี้ไปเสียเลย เพราะถ้าไม่ประกาศยกเลิกแหล่งหิน คำขอ ประทานบัตรอันนี้ตกไป นายทุนคนใหม่ก็มาขอประทานบัตรได้อีก ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นอีก ทั้ง ๆ ที่สภาพชุมชนชาวบ้านแวดล้อมเข้าไปทำเหมืองแร่ใด ๆ ไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะแร่หิน เพราะชาวบ้านอยู่โดยรอบหมดแล้ว เพราะฉะนั้นท่านเขียนไว้ในนี้บอกว่ากรณีนี้ทางกรม ที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลเสนอขอยกเลิกพื้นที่แหล่งหินเขาควนเหมียง ตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ลงวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้คณะกรรมการกำหนดพื้นที่ แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างพิจารณานำเรื่องเสนอคณะกรรมการนโยบายบริหาร จัดการแร่แห่งชาติ ขอปรับปรุงเขตแหล่งแร่ พูดง่าย ๆ คือตัดตรงนี้ออกไปเสียในแผนแม่บท การบริหารแร่ โดยขอตัดพื้นที่เพื่อการทำเหมืองออกไป แล้วเสนอ ครม. เห็นชอบปรับปรุง แผนแม่บทในการบริหารแร่ อันนี้ถูกต้อง แต่คำถามผมที่จะทิ้งไว้ตอนสุดท้ายก็คือว่าผ่านมาตั้งแต่ เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ มีนาคม ๒๕๖๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ๒ ปีแล้วครับ จะถึงมีนาคม ๒๕๖๖ แล้ว คณะกรรมการบริหารจัดการแร่แห่งชาติยกเลิกหรือยัง ช่วยตอบผมด้วย เพราะกระบวนการต่อสู้ ของชาวบ้านถ้ายังไม่ยกเลิกตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานทุกหน่วยเห็นด้วยหมดแล้วนะครับ ถ้าท่าน ยกเลิกแล้วก็จบ แต่ทีนี้ชาวบ้านก็รอคำตอบอยู่ว่ายกเลิกแล้วหรือยัง
ประเด็นสุดท้าย ผมขออนุญาตนิดเดียวก็คือว่ามีประเด็นหนึ่งที่อาจจะตกค้างไป ในกรณีของเหมืองที่เลิกทำแล้วก็คือเหมืองแร่ดีบุก ที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง บ้านผมนะครับ จะมีประเด็นตกค้างตามมาก็คือพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ดีบุกพอเขาเลิกทำไปหลายสิบปีแล้ว ชาวบ้านบุกรุกไปอยู่ เจ้าของเหมืองแร่เดิม เจ้าของสัมปทานเดิมก็มาอ้างสิทธิ กรมป่าไม้บอก ของตัวเอง ชาวบ้านที่อยู่ตอนนี้อย่างเช่นกรณีหมู่ ๖ ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด ที่เดียวกัน บ้าน ๑๗ หลังอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งพิพาทกันระหว่างเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่กับทางกรมป่าไม้ แล้วยังไม่จบนี่ ๑๗ หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะไฟฟ้าก็ขยายเขตเข้าไปไม่ได้ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ผมดูในเล่มนี้ยังไม่มี ก็ฝากประเด็นนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ