อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือปัญหาความล่าช้าในการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ถ่านหินที่อมก๋อย ซึ่งเกิดจากอุปสรรคในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตาม พ.ร.บ. แร่ ฉบับใหม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาสองมาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมาย และเรียกร้องให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ปรับปรุงกฎระเบียบให้ชัดเจน เป็นธรรม และสอดคล้องกับกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ โดยเน้นความจำเป็นในการหาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร ประเด็นที่กระผมจะได้นำเรียนท่านประธานก็คือกรณีของ ปัญหาการขอออกประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กระผมจะเริ่มต้นที่ ความเป็นมาของปัญหาก่อนนะครับ ในช่วงปี ๒๕๔๓-๒๕๖๐ มีบริษัทที่ยื่นขอประทานบัตร ก็คือบริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด ได้ยื่นขอประทานบัตรเพื่อขอทำเหมืองแร่ถ่านหิน ซึ่งพื้นที่ตั้ง อยู่ที่หมู่ ๑๒ บ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ที่ยื่นขอก็อยู่ที่ ๒๘๔ ไร่ ๓๐ ตารางวา เป็นคำขอที่ ๑/๒๕๔๓ หลังจากนั้นบริษัทได้ดำเนินการในการจัดทำเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง เรียกว่าดำเนินการครบถ้วนครับ ประกอบไปด้วย รายงานธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมืองแร่ หนังสือแสดงความเห็นของสำนักศิลปากรท้องที่ มีรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) แล้วก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากการประชุม ของประชาคมและองค์การบริหารส่วนตำบลอมก๋อย แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ อยู่ตรงที่ว่า ยังไม่ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ ก็ถือว่า การดำเนินการและการยื่นเอกสารนั้นยังไม่ครบถ้วนจึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จากนั้น วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ พ.ร.บ. แร่ฉบับใหม่ก็คือฉบับปี ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กรมป่าไม้ได้มีหนังสืออนุญาตให้บริษัทเข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวน แห่งชาติ โดยอนุญาตให้ ๑๐ ปี ช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประมวลเรื่องและดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติแร่ ฉบับปี ๒๕๖๐ ให้ครบถ้วน สาระสำคัญก็คือว่าต้องดำเนินการในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน นั่นหมายถึงว่าจะต้องทำประชาคมให้ครบถ้วนเพื่อรับฟังความเห็นของชุมชนตามหลักเกณฑ์ใหม่ แต่ว่ามีการร้องคัดค้านทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ นี่คือความสำคัญของปัญหาและความเป็นมา
การสรุปวิเคราะห์ประเด็นปัญหา กระผมจะไปที่บริบทการดำเนินการของ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปี ๒๕๔๓-๒๕๖๐ ซึ่งเป็นช่วงที่ พ.ร.บ. แร่ ฉบับก่อนนี้ก็คือ พ.ร.บ. แร่ ฉบับปี ๒๕๑๐ บังคับใช้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้รับ การจดทะเบียนคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินของบริษัทผู้ยื่นขอก็คือ บริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด เป็นคำขอที่ ๑/๔๓ โดยดำเนินการครบถ้วน แต่ว่ายังไม่ได้รับหนังสืออนุญาตเพื่อเข้า ทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ เอกสารไม่ครบจึงไม่สามารถส่งเรื่องต่อไปที่ กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ ระหว่างปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓ ช่วงเวลาที่ พ.ร.บ. แร่ ปี ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้นี้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้รับหนังสือ จากกรมป่าไม้ให้บริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีอายุ ๑๐ ปี ในขั้นตอนนี้ถือว่าทั้งเอกสารถึงขั้นตอนการดำเนินการให้ครบถ้วน แต่ไปติดปัญหา เรื่องของขั้นตอนกฎหมายใหม่ก็คือจะต้องไปจัดการประชุมไปทำประชาคมรับฟังความเห็น ของพี่น้องประชาชนและชุมชน ปัญหาอยู่ตรงนี้ก็คือว่ามีการคัดค้านแล้วก็มีการขัดขวาง การดำเนินการจึงทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมได้ นั่นเป็นบริบทปัญหาในมุมของสำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ในส่วนของการดำเนินงานของ กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ซึ่งก็รับทราบปัญหาข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอมก๋อยซึ่งได้รับ ผลกระทบแล้วก็ได้รับทราบว่าชุมชนไม่สามารถที่จะเข้าร่วมการจัดประชุมรับฟังความเห็นได้ แต่มีระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องคือถ้าไม่สามารถจัดประชุมได้ก็จะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการ พิจารณาอนุญาตได้ แล้วเมื่อเราไปพิจารณาจากประเด็นกฎหมายตามประกาศเรื่องการจัดรับฟังความเห็นชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๑ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง มีสารัตถะสำคัญอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ๑. ก็คือหากไม่สามารถ จัดประชุมรับฟังความเห็นของชุมชนได้สามารถขยายระยะเวลาการจัดประชุมใหม่ภายใน ๖๐ วัน ดูจากข้อ ๑ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ข้อ ๒ เริ่มมีปัญหาครับ คือในรายละเอียดไม่ได้บอกว่า หากมีการร้องเรียน มีการคัดค้านให้ใช้ดุลยพินิจเสนอให้ดำเนินการจัดรับฟังประชามติ ต้องสามารถขยายเวลาออกไปได้ ๖๐ วัน คือข้อ ๑ บอกว่าจะต้องไปจัดการประชุม ข้อ ๒ บอกว่าถ้าจัดในห้วงนั้นไม่ได้ให้ขยายออกไป แล้วข้อ ๓ ก็เป็นปัญหาว่าไม่ได้บอกว่าถ้าขยายไป ๖๐ วันแล้วจะต้องขยายได้ไปอีกนานแค่ไหน อย่างไร และประเด็นสำคัญก็คือว่าหากผู้ร่วม จัดการประชุมคือผู้ใหญ่บ้านและพื้นที่ไม่เข้าร่วมจัดประชุมอันจะเกิดจากเหตุผลใดก็ตาม คำถาม คือว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่สามารถเสนอจัดการประชุมหน่วยงานเดียว ได้หรือไม่ ดังนั้นในข้อเสนอและเป็นรายงานการศึกษาก็คือว่าเราอยากจะให้ทาง กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ไปปรับปรุง แล้วก็เร่งประกาศกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องและแนะนำแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานผู้ปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ให้มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ต้องไปตีความ และปิดโอกาสการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ในแต่ละพื้นที่ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการสองมาตรฐานหรือว่าไร้มาตรฐานในที่สุดนะครับ
บริบทการดำเนินงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถูกกำหนดให้จัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตประทานบัตร และหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และประเภทโครงการ จะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฉบับที่เกี่ยวข้อง การขอประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินของบริษัท ๙๙ ธุวานนท์จำกัด ได้จัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ผ่านการเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว อายุ ของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการขอประทานบัตรเหมืองแร่ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามมาตรา ๕๑/๖ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบ หรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ผู้ชำนาญการ สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือประกอบการ พิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้ เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ สผ. หรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ได้มีหนังสือแจ้ง ความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ แล้วแต่กรณี
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ทำให้เกิดประโยชน์ สร้างคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผลกระทบ ในมิติสิ่งแวดล้อม ผลกระทบในมิติคุณภาพชีวิตที่กระทบกับประชาชนนั้นก็จะต้องได้รับ ผลกระทบในระดับที่ประชาชนให้ความเห็นชอบและสร้างสมดุลที่อยู่ร่วมกันได้ ประทานบัตรเกิด ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าประกอบกิจกรรมได้ แต่ว่าต้องไม่กระทบพี่น้องประชาชน สภาพการณ์ในขณะนี้ถ้าร้องเป็นเพลงต้องบอกว่ากลับตัวก็ไม่ได้ ให้ไปต่อไปก็ไปไม่ถึง ผู้ประกอบการไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะเขาก็อ้างว่าเขาได้กระทำการครบถ้วน ตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถได้ประทานบัตรและเปิดดำเนินกิจการได้ ในขณะที่ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมก็ไปยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรม เลยทำให้ทั้งองค์กรที่เป็นผู้ประกอบการและพี่น้อง ประชาชนฝ่ายชุมชนยังเกิดปัญหาและไม่รู้ว่าบทสรุปจะไปจบตรงไหน กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ