อนุพงษ์ แจงปัญหาบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ยันไม่ทุจริต-แก้ไขด้วยความเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้ปัญหาการแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่นที่ขาดความโปร่งใสและมีการเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้อง ซึ่งส่งผลต่อความขัดแย้งและประสิทธิภาพในการบริหาร พร้อมชี้แจงกรณีข้อผิดพลาดในการจัดชุดข้อสอบที่นำไปสู่การทบทวนผลการสอบและการบรรจุใหม่ โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการทุจริตแต่เกิดจากความบกพร่องในการดำเนินการตามสัญญาจ้างกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และย้ำถึงมาตรการแก้ปัญหาที่ยึดความเป็นธรรมในการสอบแข่งขัน รวมทั้งการรักษาสิทธิ์ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยปัจจุบันเหลือผู้รอการบรรจุเพียงจำนวนน้อยจากทั้งหมดกว่า 8,000 คน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบกระทู้ถามแทนท่าน นายกรัฐมนตรีต่อกระทู้ถามดังนี้นะครับ เรื่องของการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ดำรงตำแหน่งสายผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ในอดีตที่ผ่านมาก็คงจะ ปรากฏข่าวอยู่เป็นประจำเรื่องของความโปร่งใสนะครับ เหตุที่เกิดขึ้นก็จะมีหลายกรณีด้วยกัน เช่น การไม่โปร่งใส มีการเรียกรับผลประโยชน์ ที่ร้ายกว่านั้นก็คือว่าบรรจุ แต่งตั้งคนที่เป็น เครือญาติเข้าไป อันนี้มีผลต่อเนื่องนะครับ ผมคงจะอธิบายความได้ว่าถ้าผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในตำแหน่งขณะนี้บรรจุคนของตัวเองเข้าไป เป็นญาติของตัวเองเข้าไป เมื่อพ้นวาระของตัวเองก็จะมีการเลือกตั้งใหม่เข้ามา ผู้ที่เข้ามาเป็นผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใหม่อาจจะไม่ใช่คนเดิม ก็จะมีความยากลำบากในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง อันนี้ จะเป็นประเด็นหนึ่ง

อีกประเด็นหนึ่ง คนที่เห็นชอบ เห็นดีเห็นงามกับระบบเดิมก็คือผู้ที่ได้ ผลประโยชน์โดยตรงเท่านั้น แต่ประชาชนโดยทั่วไปที่อยากจะเข้ามาเป็นข้าราชการของรัฐ เพื่อรับใช้ประชาชนไม่เห็นดีเห็นงามแน่นอนกับระบบเดิม นั่นเป็นเจตนาของการที่คิดจะแก้ไข ปัญหา โดยที่ทางคณะ คสช. ก็มีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ ดังกล่าวนี้ โดยเนื้อหาก็คือให้ ก. กลาง ที่เรียกว่าการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอามาสอบรวม แต่อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการนั้นก็จะมีการออกประกาศของ ก. กลาง ข้อสำคัญก็คือว่าในการที่จะ ดำเนินการนั้นก็จะให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้ตามมาตรฐานที่ได้ออกไป ในการดำเนินการครั้งนี้ก็มีตำแหน่งว่างอยู่ ๗๐ ตำแหน่งด้วยกัน ใน ๗๐ ตำแหน่งถ้าคิด ทั่วประเทศเลยก็มีอัตรา ๘,๔๑๔ อัตราในขณะนั้น ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในครั้งนี้ ก็ได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการสรรหาดังกล่าวนี้ ซึ่งขอบเขตงานนั้น ก็จะมีทั้งเรื่องของการออกข้อสอบ การจัดสอบ การจัดสถานที่สอบ การตรวจ หมดเลยจนกระทั่ง ได้ผลออกมา เมื่อได้ผลออกมาแล้วขั้นตอนต่อไปทางคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดย ก. กลาง ที่ดำเนินการเรื่องนี้ มากำกับเรื่องนี้ ก็จะเอาผลการประเมินมาทำบัญชีขึ้นมา ประกาศขึ้นไว้ เพื่อรอเรียกบรรจุ ก็อย่างที่ท่านผู้ถามได้กรุณาเรียนให้ทราบแล้วว่าพอขึ้นบัญชีและประกาศผล ออกไปครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕ ก็มีผู้สอบ หลายท่านก็ได้มีข้อสังเกต แล้วก็ไปทำ ตามประกาศที่เขามีอยู่แล้วคือสามารถไปดูข้อสอบได้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ไปขอดู รวมทั้งบางส่วนก็ไปฟ้อง ในการไปขอดูนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีมาตรการในการ ดำเนินการทุกอย่าง อันนี้ต้องให้เครดิตว่าไม่ได้มีเรื่องการทุจริตนะครับ เดี๋ยวกระผมจะเรียน ให้ทราบต่อไปนะครับ ก็ยังยืนยันว่าการดำเนินการนั้นไม่ผิดพลาด ก็ยังยืนยันทุกครั้งที่มีคนไป ขอดูข้อสอบว่าดำเนินการถูกต้อง จนกระทั่งมีการฟ้องศาล แล้วก็ต้องรวบรวมหลักฐาน รวมทั้ง ข้อสอบไป ก็ได้ไปเห็นสิ่งผิดปกติ ทั้งตัวมหาวิทยาลัยเอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะอนุกรรมการก็เห็นข้อผิดปกติของข้อสอบ ประเด็นที่ผิดปกติคืออย่างนี้ครับว่าการออก ข้อสอบนั้นออกข้อสอบทั้งสิ้น ๑๐๐ ข้อ มี ๑๐๐ ข้อเท่านั้น แต่วิธีที่จะป้องกันการทุจริตนั้นก็ได้ สลับข้อเป็น ๓ ชุดด้วยกัน สลับข้อให้เป็นข้อสอบ ๓ ชุด ใน ๑๐๐ ข้อเหมือนเดิมนี่แต่สลับข้อ ให้เป็น ๓ ชุด โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้แจงว่าใช้เอไอ (AI) คือใช้สมองของคอมพิวเตอร์ เป็นคนดำเนินการ เขาจะเชื่อมั่นและพิมพ์ข้อสอบ แล้วก็รัดกุมหมดทุกอย่างจนสอบเสร็จ ออกมาแล้วประมวลผล สิ่งที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดที่ข้อสอบดันมี ๔ ชุด ในขณะที่แบบคำตอบ ตรวจมีแค่ ๓ ชุด เพราะมันมีแค่ ๓ ชุดเท่านั้น ก็มีการผิดพลาด แล้วก็มีการแจกข้อสอบนี้ออกไป ไม่ได้ผิดพลาดจากมีการทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการผิดพลาดในการดำเนินการตามสัญญาจ้าง ระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทางคณะอนุกรรมการ ตั้งกรรมการ ๓ ฝ่าย คือ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็ผู้ที่เสียหายทั้งหมดมาดู อย่างไรก็ตามก็ได้มีการตรวจสอบผู้สอบทั้งหมดเลย จนได้ผล ออกมาว่าผู้ที่สอบได้แล้วตกลงไปจากประกาศครั้งแรกมีถึง ๓,๑๑๑ ท่านด้วยกัน คณะกรรมการ ก็มาหาทางแก้ไข ถามว่าทำไมต้องแก้ไข เพราะอยู่ในขั้นตอนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะต้องแก้ไข จริง ๆ ยังไม่ได้รับงานการจ้างนี้ เขาก็หาทางแก้ไข แก้ไขอย่างไร ก็มาดูว่าทั้งหมดมีคนที่ต้องเพิ่มชื่อเข้ามา ก็เอามาเรียงใหม่ ประกาศใหม่ เอาง่าย ๆ รวบรัด เวลาจะไม่พอนะครับ เมื่อทำเรียบร้อยแล้วก็บรรจุประกาศ ซึ่งประกาศไปแล้ว ๙ ครั้ง ก็สามารถบรรจุได้เกือบหมด คงมีใน ๔๐ ตำแหน่งนี่ ๕ ตำแหน่งที่มีปัญหาอยู่ สถานะ ตอนประกาศมีอัตราว่างอยู่ ๓๐๐ อัตรา แต่ผู้ที่ผ่านการสรรหามี ๑,๒๐๐ กว่าคนเศษ ก็จะมี ปัญหาเกือบ ๆ พันคนที่ไม่มีที่ ซึ่งปกติก็จะต้องขึ้นบัญชีรอไว้ มีตำแหน่งว่างก็บรรจุ ไม่มี ตำแหน่งว่างอยู่ได้ ๑ ปีก็ต้องสอบใหม่ มีปัญหาอยู่แล้วนะครับ อย่างไรก็ตามพอบรรจุจริง บรรจุได้ถึง ๑,๐๓๑ คน เกือบหมดเลย คงเหลือประมาณ ๒๑๗ อัตราที่ไม่มี อันนี้ประเด็นแรกก่อน ใน ๒๑๗ อัตราขณะนี้ก็พยายามที่จะบรรจุเมื่อมีตำแหน่งว่าง ก็คาดว่าการประชุมที่จะมี ในเร็ววันนี้ก็จะน่าจะเหลือประมาณ ๑๖๔ ท่านด้วยกันที่ไม่มี ประเด็นแรกก็คือคนพวกนี้ ได้รับสิทธิตามที่เป็นอยู่แล้ว ก็คือว่าตำแหน่งเดิมที่ประกาศมี ๓๐๐ อัตรา แต่บรรจุไปดู ๆ แล้ว ก็น่าจะประมาณ ๑,๑๐๐ กว่าคน ก็บรรจุเสร็จ ก็จะขาดอยู่นิดหนึ่ง ก็เป็นไปตามปกติ เพราะว่า อย่างไรก็ต้องขึ้น ของเดิมต้องขึ้นถึง ๑,๐๐๐ อัตราเลยนะครับ นี่หมดไปประเด็นแล้วว่า เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเราบรรจุเกินจากที่ว่างไปที่ประกาศครั้งแรกนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีบางท่านประกาศบรรจุไปเรียบร้อยแล้ว การที่เขา ประกาศใหม่ก็ต้องถอยหลังเพราะว่าคนสอบได้ที่ดีกว่ามาแทรก การแก้ไข ก็ได้แก้ไขโดยที่ว่า ให้เขาอยู่ที่เดิมได้ แต่อยู่ในอัตราเดิมแล้วรอ เหมือนกับผลที่กระผมเรียนแล้วว่าเขาต้องรอ แต่ว่า ไม่ใช่ย้ายกลับไปบ้าน เมื่อมาแล้วก็ให้อยู่ อันนี้ก็เป็นมาตรการที่คงจะบอกได้ว่าเยียวยา ถ้าท่านดู ทั้งหมดแล้วในการสอบนอกจากจะได้ความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้ว ก็สามารถบรรจุได้เกือบหมดเลย แล้วที่เหลือก็ต้องเหลือตามกฎเกณฑ์ที่ต้องรอ คนที่บรรจุไปแล้วเขาต้องถอยลงไปก็ไม่ต้องย้าย กลับไป ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลายทางก็ยังสงวนตำแหน่งในอัตราเดิมไว้ให้เขาอยู่ ในขณะนี้เพื่อแก้ไขปัญหานะครับ เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าที่สอบทั้งหมดต้องมีคนรอ อย่างไร ก็ต้องมีคนรอ แต่เมื่อดูทั้งหมดแล้ว ๘,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งบวกใหม่ด้วย ก็เหลือแค่ร้อยกว่าเอง ก็เรียนเพื่อทราบครับ