ชัยวุฒิ ยันแผนเอ็นทีดูแลดาวเทียมไทยคม ผลักดันเป็นของรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการผลักดันให้เอ็นที (NT) บริหารดาวเทียมไทยคม 4 และ 6 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมเข้าร่วมประมูลวงโคจรในอนาคต ภายใต้การรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการและพิจารณาข้อจำกัดด้านบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจในเรื่อง ดาวเทียมไทยคม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการเลยนะครับ เป็นนโยบายเลย คืออยากจะให้ เอ็นที (NT) ซึ่งเดิมที่เราตั้งไว้ก็คือบริษัทแคท (CAT) หรือ กสท. แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นเอ็นที (NT) ในภายหลังจากการควบรวมกับทีโอที (TOT) เรียกว่าเอ็นที (NT) คือบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนนี้ก็มีหน่วยงานที่กระผมได้มอบหมายให้ตั้งสายงานขึ้นมา เรียกว่าสายงานเรื่องดาวเทียม เพื่อจะให้มาทำธุรกิจดาวเทียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเบื้องต้นก็คือ เราจะให้เข้ามารับดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ซึ่งโอนมาจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ซึ่งตอนนี้พอโอนมาให้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมเราก็ได้มอบสิทธิการทำงานทั้งหมด การใช้งาน การบริหารจัดการให้กับบริษัทเอ็นที (NT) เข้ามาดูแล ซึ่งกระบวนการนี้ก็ทำให้เอ็นที (NT) จริง ๆ มันทำมาก่อนแล้วนะครับ ตั้งแต่ ก่อนที่จะมีการหมดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็จะมีการดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบทรัพย์สิน ส่งมอบทรัพย์สินมาโดยตลอด รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของบริษัท เอ็นที (NT) ที่จะเข้าไปรับช่วงต่อในการดูแลดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาตอนนี้เรามีนโยบายชัดเจนว่าเราอยากให้เอ็นที (NT) ดำเนินการเองทั้งหมด ด้วยคน ของเอ็นที (NT) เอง รวมถึงอนาคตข้างหน้าถ้ามีการเปิดประมูลวงโคจรโดย กสทช. ซึ่งเรา ก็ทราบว่าวงโคจรทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่ ๔ แพ็กเกจ (Package) ก็จะมีการเปิดประมูล เร็ว ๆ นี้ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ทางเอ็นที (NT) เข้าร่วมประมูลด้วยเพื่อจะได้มีวงโคจร แล้วก็ยิงดาวเทียมขึ้นไปเป็นของเอ็นที (NT) เองซึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจ ก็เหมือนเป็นของรัฐบาลเอง พูดง่าย ๆ นะครับ อันนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งตรงกับที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูด คือเราต้องทำเอง อย่างไรก็ดีในการส่งมอบดาวเทียมเมื่อมีการโอนสิทธิให้เอ็นที (NT) แล้ว และ เอ็นที (NT) เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดหลายเรื่อง เช่นอาจจะเรื่องของความพร้อม ในการเข้าไปทำงาน ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญอาจจะไม่เพียงพอ ก็มีการหาผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยเพื่อให้ดาวเทียมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหัวใจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนอกจาก เราทำงานได้แล้วเราต้องคำนึงถึงผู้ใช้บริการหรือประชาชนที่ใช้บริการดาวเทียมด้วย ไม่ให้ ดาวเทียมมีปัญหา ไม่ให้ธุรกิจหรือการใช้งานต่าง ๆ สะดุดหยุดลง เพราะถ้ามันสะดุดหยุดลง หรือพูดง่าย ๆ ถ้าเป็นดาวเทียมที่ใช้กับการดูทีวี (TV) แล้วเกิดทีวี (TV) จอดำดูไม่ได้ คนเดือดร้อนก็คือประชาชน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการต่อเนื่องให้สามารถทำงาน ต่อไปได้ด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เอ็นที (NT) ก็เข้าไปดำเนินการอยู่ บวกกับเรื่องของระบบรับ ส่ง สัญญาณ ที่เรียกว่าอัปลิงก์ (Uplink) ดาวลิงก์ (Downlink) ข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่ได้โอนมาทั้งหมด ก็เป็นข้อโต้แย้งหรือข้อสัญญาแล้วกันนะครับ ที่มีการพูดคุยกันมาก่อนว่าส่งมอบเฉพาะส่วน ของดาวเทียม ส่วนสถานีรับ ส่งสัญญาณไม่ได้ส่งมอบมา เพราะฉะนั้นการที่จะมีการเชื่อมต่อ ข้อมูลกับภาคพื้นดินก็จะต้องมีการทำงานร่วมกับไทยคมหรือผู้ที่มีเครื่องรับ ส่งสัญญาณ อาจจะมี บริษัทอื่นด้วยที่จะเข้ามาใช้บริการดาวเทียมต่อไป เพราะฉะนั้นในภาพรวมก็อยากจะให้ท่าน เข้าใจว่าถึงแม้ทางรัฐบาลจะมีนโยบายสำคัญก็คืออยากให้เอ็นที (NT) เข้ามาบริหารจัดการ ดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ด้วยเอ็นที (NT) เอง แล้วก็มีเรื่องของการให้เตรียมที่จะสร้าง ดาวเทียมดวงใหม่ แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องคำนึงถึงความพร้อมของเอ็นที (NT) และแนวทางของเอ็นที (NT) ที่จะทำงาน ต่อไป ซึ่งอันนี้กระผมก็ไม่ได้ลงไปแทรกแซงเอ็นที (NT) นะครับ ก็คือให้เอ็นที (NT) สามารถทำ ธุรกิจหรือทำงานได้อย่างเป็นอิสระภายใต้กรอบและระเบียบที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องที่จะมี การฟ้องร้อง มีคดีเรื่องค่าเสียหายต่าง ๆ หรือข้อตกลงที่ยังไม่มีข้อยุติ กระผมก็คิดว่าคงเป็นเรื่อง ของกระบวนการทางกฎหมาย หรือว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาตัดสินใจกันต่อไป ยังมีเวลาที่เรา จะต้องหาข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาเรื่องนี้ต่อไป ในเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ เช่นเรื่องที่ ทางเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงมีการฟ้องร้องคดีอะไรต่าง ๆ ก็ทำไปครับ อันนี้ก็เป็นการดำเนินการ ตามกฎหมาย ซึ่งกระผมก็เรียนว่าตั้งแต่กระผมมารับหน้าที่เรื่องที่เกี่ยวกับไทยคมเป็นเรื่องที่ กระผมระมัดระวังมาก เพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ แล้วก็มีเรื่องของ สัญญาสัมปทานซึ่งเป็นสัญญาณที่ต่อเนื่องมา ๓๐ ปี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ที่เราเข้ามานี่ คือมารับช่วงในที่สัมปทานมันหมดแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปกับสิ่งที่เหลืออยู่ของดาวเทียม ที่ยังใช้งานอยู่เท่านั้นเองนะครับ แต่สัมปทาน ๓๐ ปีมันจบไปแล้ว เรามาแก้ปัญหาในอดีต ที่มีเงื่อนต่าง ๆ ผูกไว้มากมาย มันไม่ได้ง่ายนะครับ แต่เรียนให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจว่าไม่มีเรื่อง ของผลประโยชน์ เรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้ใครเลยนะครับ คือท่านอาจจะพูดว่าคนโน้น รู้จักคนนี้ คนนี้รู้จักคนนั้น แต่ท่านไม่ได้พูดว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ใคร อย่างไร ถ้าท่านพูดแต่ว่า คนนั้นรู้จักคนนี้ ท่านมองด้วยอคติว่าคนโน้นไม่เป็นกลาง คนนี้ไม่เป็นกลาง แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ ครับ เอื้อประโยชน์อย่างไร มีใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ มีทุจริตตรงไหน ท่านไม่ได้พูด ก็ขอตอบสั้น ๆ แค่นี้ครับ