ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการผลักดันให้เอ็นที (NT) บริหารดาวเทียมไทยคม 4 และ 6 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมเข้าร่วมประมูลวงโคจรในอนาคต ภายใต้การรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการและพิจารณาข้อจำกัดด้านบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจในเรื่อง ดาวเทียมไทยคม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการเลยนะครับ เป็นนโยบายเลย คืออยากจะให้ เอ็นที (NT) ซึ่งเดิมที่เราตั้งไว้ก็คือบริษัทแคท (CAT) หรือ กสท. แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นเอ็นที (NT) ในภายหลังจากการควบรวมกับทีโอที (TOT) เรียกว่าเอ็นที (NT) คือบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนนี้ก็มีหน่วยงานที่กระผมได้มอบหมายให้ตั้งสายงานขึ้นมา เรียกว่าสายงานเรื่องดาวเทียม เพื่อจะให้มาทำธุรกิจดาวเทียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเบื้องต้นก็คือ เราจะให้เข้ามารับดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ซึ่งโอนมาจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ซึ่งตอนนี้พอโอนมาให้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมเราก็ได้มอบสิทธิการทำงานทั้งหมด การใช้งาน การบริหารจัดการให้กับบริษัทเอ็นที (NT) เข้ามาดูแล ซึ่งกระบวนการนี้ก็ทำให้เอ็นที (NT) จริง ๆ มันทำมาก่อนแล้วนะครับ ตั้งแต่ ก่อนที่จะมีการหมดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็จะมีการดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบทรัพย์สิน ส่งมอบทรัพย์สินมาโดยตลอด รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของบริษัท เอ็นที (NT) ที่จะเข้าไปรับช่วงต่อในการดูแลดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาตอนนี้เรามีนโยบายชัดเจนว่าเราอยากให้เอ็นที (NT) ดำเนินการเองทั้งหมด ด้วยคน ของเอ็นที (NT) เอง รวมถึงอนาคตข้างหน้าถ้ามีการเปิดประมูลวงโคจรโดย กสทช. ซึ่งเรา ก็ทราบว่าวงโคจรทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่ ๔ แพ็กเกจ (Package) ก็จะมีการเปิดประมูล เร็ว ๆ นี้ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ทางเอ็นที (NT) เข้าร่วมประมูลด้วยเพื่อจะได้มีวงโคจร แล้วก็ยิงดาวเทียมขึ้นไปเป็นของเอ็นที (NT) เองซึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจ ก็เหมือนเป็นของรัฐบาลเอง พูดง่าย ๆ นะครับ อันนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งตรงกับที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูด คือเราต้องทำเอง อย่างไรก็ดีในการส่งมอบดาวเทียมเมื่อมีการโอนสิทธิให้เอ็นที (NT) แล้ว และ เอ็นที (NT) เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดหลายเรื่อง เช่นอาจจะเรื่องของความพร้อม ในการเข้าไปทำงาน ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญอาจจะไม่เพียงพอ ก็มีการหาผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยเพื่อให้ดาวเทียมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหัวใจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนอกจาก เราทำงานได้แล้วเราต้องคำนึงถึงผู้ใช้บริการหรือประชาชนที่ใช้บริการดาวเทียมด้วย ไม่ให้ ดาวเทียมมีปัญหา ไม่ให้ธุรกิจหรือการใช้งานต่าง ๆ สะดุดหยุดลง เพราะถ้ามันสะดุดหยุดลง หรือพูดง่าย ๆ ถ้าเป็นดาวเทียมที่ใช้กับการดูทีวี (TV) แล้วเกิดทีวี (TV) จอดำดูไม่ได้ คนเดือดร้อนก็คือประชาชน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการต่อเนื่องให้สามารถทำงาน ต่อไปได้ด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เอ็นที (NT) ก็เข้าไปดำเนินการอยู่ บวกกับเรื่องของระบบรับ ส่ง สัญญาณ ที่เรียกว่าอัปลิงก์ (Uplink) ดาวลิงก์ (Downlink) ข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่ได้โอนมาทั้งหมด ก็เป็นข้อโต้แย้งหรือข้อสัญญาแล้วกันนะครับ ที่มีการพูดคุยกันมาก่อนว่าส่งมอบเฉพาะส่วน ของดาวเทียม ส่วนสถานีรับ ส่งสัญญาณไม่ได้ส่งมอบมา เพราะฉะนั้นการที่จะมีการเชื่อมต่อ ข้อมูลกับภาคพื้นดินก็จะต้องมีการทำงานร่วมกับไทยคมหรือผู้ที่มีเครื่องรับ ส่งสัญญาณ อาจจะมี บริษัทอื่นด้วยที่จะเข้ามาใช้บริการดาวเทียมต่อไป เพราะฉะนั้นในภาพรวมก็อยากจะให้ท่าน เข้าใจว่าถึงแม้ทางรัฐบาลจะมีนโยบายสำคัญก็คืออยากให้เอ็นที (NT) เข้ามาบริหารจัดการ ดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ด้วยเอ็นที (NT) เอง แล้วก็มีเรื่องของการให้เตรียมที่จะสร้าง ดาวเทียมดวงใหม่ แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องคำนึงถึงความพร้อมของเอ็นที (NT) และแนวทางของเอ็นที (NT) ที่จะทำงาน ต่อไป ซึ่งอันนี้กระผมก็ไม่ได้ลงไปแทรกแซงเอ็นที (NT) นะครับ ก็คือให้เอ็นที (NT) สามารถทำ ธุรกิจหรือทำงานได้อย่างเป็นอิสระภายใต้กรอบและระเบียบที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องที่จะมี การฟ้องร้อง มีคดีเรื่องค่าเสียหายต่าง ๆ หรือข้อตกลงที่ยังไม่มีข้อยุติ กระผมก็คิดว่าคงเป็นเรื่อง ของกระบวนการทางกฎหมาย หรือว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาตัดสินใจกันต่อไป ยังมีเวลาที่เรา จะต้องหาข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาเรื่องนี้ต่อไป ในเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ เช่นเรื่องที่ ทางเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงมีการฟ้องร้องคดีอะไรต่าง ๆ ก็ทำไปครับ อันนี้ก็เป็นการดำเนินการ ตามกฎหมาย ซึ่งกระผมก็เรียนว่าตั้งแต่กระผมมารับหน้าที่เรื่องที่เกี่ยวกับไทยคมเป็นเรื่องที่ กระผมระมัดระวังมาก เพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ แล้วก็มีเรื่องของ สัญญาสัมปทานซึ่งเป็นสัญญาณที่ต่อเนื่องมา ๓๐ ปี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ที่เราเข้ามานี่ คือมารับช่วงในที่สัมปทานมันหมดแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปกับสิ่งที่เหลืออยู่ของดาวเทียม ที่ยังใช้งานอยู่เท่านั้นเองนะครับ แต่สัมปทาน ๓๐ ปีมันจบไปแล้ว เรามาแก้ปัญหาในอดีต ที่มีเงื่อนต่าง ๆ ผูกไว้มากมาย มันไม่ได้ง่ายนะครับ แต่เรียนให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจว่าไม่มีเรื่อง ของผลประโยชน์ เรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้ใครเลยนะครับ คือท่านอาจจะพูดว่าคนโน้น รู้จักคนนี้ คนนี้รู้จักคนนั้น แต่ท่านไม่ได้พูดว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ใคร อย่างไร ถ้าท่านพูดแต่ว่า คนนั้นรู้จักคนนี้ ท่านมองด้วยอคติว่าคนโน้นไม่เป็นกลาง คนนี้ไม่เป็นกลาง แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ ครับ เอื้อประโยชน์อย่างไร มีใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ มีทุจริตตรงไหน ท่านไม่ได้พูด ก็ขอตอบสั้น ๆ แค่นี้ครับ