วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือประเด็นสถานะกัญชาที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างชัดเจน หลังการถอนมาตรากำหนดให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติดจากร่างกฎหมาย พร้อมชี้แจงความแตกต่างระหว่างกฎหมายระดับพระราชบัญญัติและประกาศกระทรวงที่ยังคงมีผลบังคับใช้ ทำให้กัญชายังไม่กลับไปเป็นยาเสพติดตามกฎหมายเดิม โดยเน้นความจำเป็นในการเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง เพื่อควบคุมการใช้ ป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน และคุ้มครองทั้งผู้ป่วยและสังคมจากผลกระทบทางกฎหมายและสุขภาพ โดยเห็นด้วยกับการถอนมาตรา 3 เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจนและทันต่อสถานการณ์
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่กรรมาธิการเสนอมาต้องผ่านท่านประธานไปถึงประชาชน ทางบ้านด้วยว่าเรื่องราวมันเปึนอย่างไรกันแน่ ตอนนี้ประชาชนฟังติดตามดูทางบ้านงง คือตอนแรกกรรมาธิการเสนอมาตรา ๓ มาแบบนี้ครับ เขียนบัญญัติมาว่า ให้กัญชาและกัญชง ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถือเปึนยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดหรือประมวล กฎหมายยาเสพติด และสิ่งที่เรากําลังพิจารณาอยู่คือกฎหมายระดับพระราชบัญญัติครับ อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ได้ถอนมาตรานี้ทิ้งไปทั้งมาตราแล้ว ไม่ว่าจะด้วยรับฟังพวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรก็ตาม หรือแรงกดดันจากประชาชน จากภายนอกรัฐสภาก็ตาม แต่เอาเปึนว่ากรรมาธิการถอนมาตรานี้ออกไปแล้ว ซึ่งถามว่า ถ้าถอนออกไปแล้วกฎหมายฉบับนี้ผ่าน กัญชาจะกลับมาเปึนยาเสพติดหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ายัง ถูกต้องไหมครับท่านประธาน เพราะว่ายังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขซึ่งออกโดยอํานาจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. โดยใช้อํานาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติดประกาศให้กัญชาไม่เปึนยาเสพติดทั้งต้นอยู่ ทีนี้ถามว่ากฎหมายระดับพระราชบัญญัติกับประกาศกระทรวงมันต่างกันอย่างไร ก็เพราะว่า
ประกาศกระทรวง โอเค (OK) ถ้าตอนแรกเขียนมาตรา ๓ ทิ้งไว้ รอบหน้าเปลี่ยนรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านใหม่ขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะนํากัญชากลับมาเปึน ยาเสพติดได้ แต่ถ้าเปึนระดับประกาศกระทรวง อีกไม่กี่เดือนเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขคนใหม่ ก็อาจจะสามารถดึงกลับมาเปึนยาเสพติดได้ แล้วถามว่าการที่กัญชา จะเปึนยาเสพติดหรือไม่เปึนยาเสพติดมันต่างกันอย่างไร หลัก ๆ คือเรื่องของสภาพบังคับ แล้วก็กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศมีหลายท่านอภิปรายไปแล้ว เราไม่ พูดซ้ําแล้วกัน แต่ว่ากฎหมายระหว่างประเทศคืออนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ค.ศ. ๑๙๖๑ อย่างไรก็บัญญัติให้ประเทศภาคีสมาชิกซึ่งประเทศไทยเองก็เปึนหนึ่งในประเทศ สมาชิกของเขา ต้องบัญญัติกฎหมายให้มันสอดคล้องกับอินเตอร์ลอว์ (Inter law) ก็คือ กฎหมายระหว่างประเทศนี้ให้กัญชาเปึนยาเสพติด ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยขัดอยู่นะ ถึงแม้ จะถอดมาตรา ๓ ออกไป สภาพบังคับตอนนี้ในประเทศไทยกัญชาก็ไม่ใช่ยาเสพติดอยู่ดี แต่ก็ถือว่าเปึนนิมิตหมายที่ดี ซึ่งท่านประธานครับ อภิปรายยังสับสนกันอยู่หลายท่านว่า การถอดกัญชาออกจากเปึนยาเสพติดหรือไม่เปึนยาเสพติดมันจะเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ หรือกัญชาสันทนาการหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าตามมาตรานี้ไม่ได้เกี่ยวเลย การจะพูดถึงเรื่อง กัญชาทางการแพทย์หรือกัญชาสันทนาการค่อยไปว่ากันต่ออีก ๙๐ กว่ามาตราครับ เวลาเรา เหลืออีกมากมาย แต่มันมีผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือตัวผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ประชาชน ทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ๓ องค์ประกอบนี้ ๓ ฐานรากที่สําคัญของสังคม ถ้ากัญชา จะเปึนยาเสพติดหรือไม่เปึนยาเสพติดย่อมมีผลกระทบกับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการ หลายท่านสะท้อนกลับมาที่พวกเราว่าแต่ก่อนหน้านี้โดนไล่จับกันอีนุงตุงนังเลย ตํารวจ ปราบปรามยาเสพติดนะครับ
แต่ผมได้คุยกับผู้ประกอบการแล้ว ในกลุ่มของผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตอนนี้ ก็เปึนสมุนไพรควบคุม คนที่เขาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง กัญชา จะเปึนยาเสพติดหรือไม่ไม่ได้รับผลกระทบเลย แต่ผู้ประกอบการที่ไม่ถูกใจคือผู้ประกอบการ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนของผู้บริโภคผมแบ่งออกเปึน ๒ ขา ขาแรกคือผู้ป์วย ขาที่ ๒ ก็คือยูสเซอร์ (User) ขอใช้คํานี้ก็แล้วกัน คนที่เอาไปปุ็นนะครับ สําหรับผู้ป์วยถ้าไปหาหมอ ไปหาตามระบบก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ไม่ว่ามันจะเปึนยาเสพติดหรือไม่ แต่ในกลุ่มที่เอาไป ใช้เอง รักษาโรคเองก็อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อให้ได้ใบ คล้าย ๆ กับเปึนตั๋วเพื่อเอามาใช้ ทางการแพทย์ว่าอย่างนั้นเถอะ ส่วนในส่วนของยูสเซอร์ (User) ก็คงจะต้องมีกฎหมายควบคุม และคุ้มครองก็คือร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ฉบับนี้ละที่เรากําลังพิจารณา กันอยู่ เพราะต้องเรียนตามตรงว่าตอนนี้สังคมไทยเหมือนกับถูกจับเปึนตัวประกัน สถานภาพตอนนี้ไม่มีกฎหมายควบคุม ควบคุมได้ไม่เพียงพอ เราเห็นเด็กและเยาวชน เอาไปปุ็น เอาไปพี้กันเยอะแยะมากมาย อย่ามาบอกกันเลยว่าสร้างภาพ ประชาชนเห็นกัน ทั่วไปแบบนี้ มันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วถ้าเราไม่ร่วมกันพิจารณาให้กฎหมายมันออกกันได้ แล้วค้างเติ่งกันไปแบบนี้ ปรากฏอาจจะยุบสภาอะไรขึ้นมาหรือไม่ทันในสภารอบนี้ อีกกี่เดือน กว่าจะตั้งสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ อีกกี่เดือนกว่าจะมีกฎหมายแบบนี้เข้ามาใหม่ รวมมาแล้วเปึนป้ท่านประธานครับ และประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จะต้อง มีกฎหมายมาช่วยคุ้มครองเขานี้เราจะทํากันอย่างไร
สุดท้ายครับ ถ้าเราย้อนกลับมาก้าวหนึ่ง สองก้าว แล้วมองกลับเข้าไป เรื่องนี้ คือเรื่องของอะไรครับ จริง ๆ มันคือเรื่องของสิทธิมนุษยชน มันคือเรื่องของสิทธิเหนือเนื้อตัว ร่างกายและชีวิตของปัจเจก ว่าเขามีสิทธิที่จะทําอย่างไรกับร่างกายของตัวเองก็ได้ แต่กับอีก ขาหนึ่งก็คือเรื่องของพับบลิก โพรเทกชัน (Public protection) พันธกิจของรัฐในการปกปัอง คุ้มครองดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ที่รับฟังผู้แทนราษฎรแล้วก็ประชาชนที่ได้ให้ความกรุณาประชุมกันเมื่อ ๑๐ นาที แล้วก็ถอนมาตรา ๓ ออกไปทั้งยวง อย่างน้อยถือเปึนนิมิตหมายที่ดีที่จะนํากัญชา กลับมาเปึนยาเสพติดให้เกิดสภาพบังคับขึ้นได้ในสังคม แล้วเราก็จะได้ออกกฎเกณฑ์ว่ากัน ต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ว่าเราจะควบคุมดูแลเขาได้อย่างครอบคลุม ถูกต้อง ปลอดภัย หรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ครับ