สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคําปรารภและกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเจตจำนงของกฎหมายและความไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลายท่านอาจจะ สงสัยว่าทําไมจึงมีการลุกขึ้นอภิปรายในส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคําปรารภ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับอื่นเราอาจจะลงรายมาตรากันแล้ว แต่ผมเรียนท่านประธานว่าในส่วน คําปรารภของกฎหมายนั้นเปึนการแสดงถึงเจตจํานงของตัวกฎหมายด้วย ในกฎหมายฉบับนี้ เขียนไว้ ๒ ที่ คือในส่วนของคําปรารภและในส่วนของเหตุผลที่ต่อเนื่องกับเรื่องของหลักการ แต่ที่ผมลุกขึ้นอภิปรายนี้ก็เพราะเหตุว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ประชาชนให้ความ
สนใจเปึนอย่างมาก อีกทั้งยังมีที่มาของตัวกฎหมายฉบับนี้ที่สภามีการอภิปรายไปเมื่อสมัย ประชุมที่แล้ว เมื่อรับหลักการในวาระหนึ่งนั้น ผมเข้าใจว่าสภานี้รับหลักการไปโดยมีเงื่อนไข พรรคประชาธิปัตย์ ตัวกระผมเองและสมาชิกอีกหลายท่านจากหลากหลายพรรคการเมือง ได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการเห็นกฎหมายที่ทําให้กัญชาเปึนเรื่องของการใช้ เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ท่านประธานจะเห็นว่าตอนที่กฎหมายฉบับนี้ผ่าน คณะกรรมาธิการแล้วเข้าสู่สภาช่วงปลายสมัยประชุมที่แล้ว ผมเปึนคนลุกขึ้นขอให้มีการ ทบทวนโดยการถอนร่างกลับไปเพื่อทบทวนใหม่ เนื่องจากเราเห็นว่าตัวกฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีการศึกษากันแล้วตั้งแต่คําปรารภไปถึงทุกมาตรานั้นยังไม่ใช่เปึนกฎหมายที่จํากัดเฉพาะ กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีความหละหลวม กํากวม และมี วัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ เปึนที่น่าเสียดายที่คณะกรรมาธิการไม่ได้มองเห็น ความสําคัญเหล่านั้น แล้วยังคงยืนยันความเห็นเดิมของท่าน เมื่อกลับมาถึงคําปรารภในครั้งนี้ ท่านมีการแก้ไขครับ แต่การแก้ไขของท่านนั้นยิ่งแสดงเจตนาให้เห็นชัดว่าตัวกฎหมาย ฉบับนี้นั้นอาจจะยกร่างขึ้นมาด้วยความไม่รอบคอบ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ได้ผ่านมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ เพราะมิได้เปึนกฎหมายของรัฐบาล แต่เปึนกฎหมายของพรรคการเมืองหรือ เพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามา ซึ่งอาจจะมีวัตถุประสงค์ที่เร่งรีบในการที่จะเสนอหรือประการใด ก็แล้วแต่ ผมเรียนท่านประธานว่าการเพิ่มเติมข้อความในคําปรารภนั้น แม้เพิ่มเติมขึ้นมาแล้ว ก็ยังมีความไม่ชัดเจน เช่น ถ้าคําปรารภหมายถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ ก็ยังคงเปึนกฎหมายที่ย้ําเรื่องประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชน โดยที่ไม่ได้ระบุว่า ประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้นเปึนประโยชน์เรื่องเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมทางการแพทย์ เท่านั้น ในตัวเหตุผลอาจจะเขียนเอาไว้ แต่ว่าเมื่ออ่านดูแล้วก็ยังกํากวมเพราะไม่ได้เขียนชัดว่า เพื่อประโยชน์เรื่องของทางการแพทย์เท่านั้น
ที่สําคัญก็คือว่าในการบัญญัติตัวกฎหมายฉบับนี้เมื่อคําปรารภซึ่งเสมือนเปึนหัวใจของ กฎหมายฉบับนี้มีความกํากวม ว่าท่านมิได้ประสงค์จะให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่เป่ดช่องเอาไว้เพื่อที่จะให้กัญชาสามารถนําไปใช้ทางนันทนาการได้ด้วย โชคดีที่กฎหมาย ฉบับนี้มาสู่สภาในช่วงที่มีการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ถ้านับจํานวนเดือนที่ผ่านมาเราจะเห็นสถานการณ์เกิดขึ้นที่เปึนจริง สถานการณ์ เกิดขึ้นที่เปึนจริงในขณะนี้คือสภาพของเสรีกัญชาสุดขั้ว เพราะเปึนการเป่ดล็อก ปลดล็อก ยาเสพติดคือเรื่องของกัญชาก่อนจะมีมาตรการใด ๆ มากํากับควบคุม แน่นอนครับ เมื่อกฎหมายฉบับนี้กลับขึ้นมาและนําไปเทียบกับสภาพความเปึนจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ตั้งแต่คําปรารภลงไปถึงอีกหลายมาตรานั้นก็ยังจะมีปัญหา ในการบังคับใช้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถกํากับควบคุมให้กัญชาใช้ประโยชน์เพื่อทาง การแพทย์เท่านั้นจะได้หรือไม่ คําปรารภเมื่อกํากวม ตัวของกฎหมายที่เกิดขึ้นก็ย่อมมี ลักษณะของเปัาประสงค์ของตัวกฎหมายที่แตกต่างกันและไม่ได้จํากัดเฉพาะเรื่องประโยชน์ ทางการแพทย์ไปด้วย นี่คือประเด็นที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในส่วนของคําปรารภ แน่นอนครับ ท่านอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าเรากําลังเอา กัญชาไปเสี่ยงกับเรื่องอนาคตของเด็กและเยาวชนไทยทั้งประเทศ โดยที่รัฐสภาไม่ได้พิจารณา อย่างรอบคอบไม่ได้ครับ กัญชาซึ่งเคยเปึนยาเสพติดนั้นทุกวันนี้เมื่อมีการปลดล็อกออกไป และถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายจําเปึนต้องมี แต่ถ้ากฎหมายเขียนโดยมีเปัาประสงค์ ในคําปรารภที่กํากวมมิได้ชัดเจน มิได้เปึนไปตามที่นโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมทางการแพทย์เท่านั้น คําปรารภในลักษณะ เช่นนี้จึงเปึนคําปรารภที่แก้ไขมาแล้วแต่ยังแก้ไขได้ไม่ดีพอ และผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับ คําปรารภในลักษณะที่เขียนกํากวมไม่ชัดเจนแบบนี้ได้ ขอบพระคุณครับ