สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับผลิตสุรา โดยเรียกร้องให้กรมการคลังชี้แจงเรื่องการออกประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และกฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาใหม่
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในมาตรา ๔ ผมขอมีส่วนร่วมในการซักถามกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่า เป็นมาตราสำคัญที่เกิดบริบทของรัฐบาลที่ร่วมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ได้ใช้อำนาจในการ ออกกฎหมาย ทำให้ประชาชนเข้าใจเป็นอย่างอื่นหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดนอกเหนือจากที่แก้ไขในมาตรา ๔ เพราะในมาตรา ๔ พูดถึง คำที่ถูกแก้ไขเติมคำว่า วันก่อนวันที่มีพระราชบัญญัติบัญญัติ และเติมคำว่า ให้ยังคงใช้บังคับ ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามความ ในพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขตามพระราชบัญญัตินี้ในวรรคแรก วรรคสองถ้าไม่แก้ไขสรุปว่าวรรคสองถ้าไม่แก้ไขภายใน ๑๘๐ วัน หากไม่ดำเนินการให้ รัฐมนตรีรายงานต่อคณะรัฐมนตรี มีอยู่ ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ ผมอยากได้คำตอบ จากตัวกรรมาธิการให้ชัด ๆ เลยว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายซึ่งกำลังจะออกหลังจาก ที่รัฐบาลได้ออกประกาศเมื่อวานซืนแบบเร่งรีบ ข้ามคืนลงกันไปดังที่ท่านผู้มีเกียรติหลายท่าน พูดไปแล้วว่าเป็นประกาศฉุกเฉินอย่างยิ่งหรือไม่ ซึ่งในการออกกฎหมายฉบับนี้หลักการก็คือ การสร้างนวัตกรรมสินค้าให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมขจัดการกีดกั้นและผูกขาดตลอดจนให้เกิดการจัดระเบียบ ของการประกอบอาชีพของประเทศ ตรงนี้ที่กำลังร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นไปตามนี้ แล้วประกาศที่ออกมาเมื่อวานนี้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาผมถามคำยืนยันจากตัวท่านผู้รู้ บนเวทีว่าเราจะออกประกาศทับในที่แก้ไขของประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้อย่างไรหรือไม่ ในประเด็นที่ขัดแย้งและอยากรู้ว่าประเด็นที่ขัดแย้ง เช่นกฎหมายฉบับนี้เขียนบอกว่าไม่มี ข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องของการทำกินเองคือไม่ผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลออกกฎหมายเล็กมาก่อน บอกว่าต้องใช้ดุลยพินิจของอธิบดี ๒๐๐ ลิตรต่อปี เราจะแก้ได้ใช่หรือไม่ เป็นคำถามแรก และในเรื่องของหลักการเกี่ยวกับสุราชุมชนที่จะต้องมีสิ่งแวดล้อมสาธารณสุขอีไอเอ (EIA) ก็ตาม ซึ่งเราไม่มีหลักขั้นต่ำอยู่ กฎหมายฉบับนี้เมื่อออกมาบังคับใช้แล้วสิ่งต่าง ๆ นั้น จะรับผิดชอบอย่างไร นั่นคือประเด็นสำคัญที่ผมอยากสอบถาม เพราะว่าในปี ๒๕๖๐ นั้น เราเห็นว่าการเน้นของตลาดนั้นตัวกำลังผลิตไม่มี พอปี ๒๕๖๕ มีการควบคุมขั้นต่ำ คือ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาเน้นเรื่องกำลังการผลิต แต่ของกฎหมายที่พรรคก้าวไกลเสนอไม่ได้เน้น อะไร ฟรีครับ เรียกว่าสุราก้าวหน้า ที่ก้าวหน้าล้ำอย่างไรช่วยอธิบายให้ผมทราบด้วย เพราะการห้ามกำหนดเกณฑ์กีดกั้นนั้นมันไม่เป็นคุณต่อประชาชนอย่างไร ในเรื่องของกรณี ดังกล่าว และมีคำถามอีก ๒ คำถาม ซึ่งในวรรคสุดท้ายของมาตรานี้ที่เขียนไว้บอกว่า การดำเนินการออกกฎหมาย หรือประกาศวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๘๐ วันนับตั้งแต่มีประกาศ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงาน รัฐมนตรี กระทรวงการคลังที่เป็นผู้ออกประกาศนี้ใช่หรือไม่ ที่เคยออกประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เมื่อวานซืนนี้ควรจะต้องรายงานอะไร ถ้าไม่ทำหรือขัดขืนและจะมีโทษหรือไม่ เป็นคำถาม สุดท้าย อยากให้ฝ่ายกฎหมายตอบให้ชัดเจนว่าประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่กระทรวงการคลังออกมาไร้สาระใช่หรือไม่ ไม่ใช่ปลดล็อกแต่เป็นเปลี่ยนล็อก ทำให้ ประชาชนเดือดร้อนอย่างไรช่วยตอบนะครับ เมื่อมีกฎหมายผลิตสุราปี ๒๕๖๕ เกิดขึ้น ปลดล็อกด้วยเงื่อนไขสุราแช่ชนิดเบียร์ หรือคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ด้วยการแก้ไข ปรับปรุงกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. ๒๕๖๐ คำถามต่อมาก็คือว่ากฎกระทรวง การผลิตสุรา ๒๕๖๕ มีผลไว้ใช้บังคับแล้วผู้ที่ต้องผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เสรี อันนี้ ผมถามคนที่เป็นคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เลย ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขอะไร แล้วกฎหมายฉบับนี้เมื่อตราแล้ว ส.ส. ผู้มีเกียรติทุกท่านช่วยกันออกได้แล้ว มันจะแก้ไข คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ดังกล่าวนี้ให้เกิดขึ้นกับชุมชนและผู้ที่ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) อย่างไร โดยเฉพาะเงื่อนไขที่จะออกตามหลักเกณฑ์ช่วยอธิบายให้ชัดเจน สำคัญคือ การที่จะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่ออธิบดีจำเป็นจริงหรือไม่ ช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ