ภาคิน สมมิตรธนกุล ชี้แจงถึงความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุรา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานคุณภาพควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตในระดับชุมชนและครอบครัว ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและป้องกันปัญหาสังคมที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเยาวชน และเรียกร้องให้มีการประกาศกฎกระทรวงภายใน 180 วันเพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในนามของกรรมาธิการ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปราย ได้สอบถาม ได้สนับสนุน ทั้งสนับสนุน และคัดค้านในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเราจะเห็นว่า มันเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ มีความจำเป็นที่คณะกรรมาธิการของเราได้ดูกันอย่าง รอบคอบ เพื่อหัวใจสำคัญ ก็คือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่เราจะต้องดูแลเป็นอย่างดี ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ทั้งคนจะดื่มสุรา คนไม่ดื่มสุรา ผู้ผลิตนะครับ ผู้จำหน่าย ผู้ที่จะเข้าไปควบคุมในการดำเนินงานติดตามควบคุมให้มีผลทางกฎหมายนะครับ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องไปเสียทั้งหมดนะครับ ฉะนั้นจะเห็นว่าเรื่องของสุรานั้นมันเป็นวิถีชีวิตของคนไทยครับ จากเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ได้ยกตัวอย่างว่าผลิตภัณฑ์อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราน่าจะมีการส่งเสริม เราน่าจะ มีการสนับสนุนให้เป็นภูมิปัญญาไทยสู่สากลเหมือนกับประเทศหลายประเทศที่เขาผลิตกัน เราไปต่างประเทศเราก็ไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้มากมายนะครับ แต่เราก็จะเห็นว่า มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยที่ขึ้นชื่อ ที่เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักดื่มทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็มีเหมือนกันนะครับ ฉะนั้นเราจะมองเห็นว่าหัวใจใหญ่ที่คณะกรรมาธิการ ของเราได้ห่วงใยยิ่งนั่นก็คือมาตรฐานครับ มาตรฐานและคุณภาพที่เราจะต้องเข้าไปคอยดูแล เอาใจใส่ เนื่องจากมีพี่น้องคนไทยที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อันนี้มากมาย เพื่อนสมาชิก ทราบไหมครับว่าทุกวันนี้คนไทยเรานั้นดื่มสุรากันถึง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ๗๐ ล้านคน หนึ่งในนั้นยังมีเยาวชนที่จะดื่มสุราอีกมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับสุรามากมายหลายฉบับ ฉบับนี้เราได้แก้ไขเพื่อให้มีการผลิต อย่าว่าเสรีเลยครับ มีการผลิต ให้ภายใต้การควบคุม โดยได้แก้ไขในมาตรา ๑๕๓/๑ ให้ผู้ที่จะผลิตสุราที่ไม่ใช่การค้าผลิตได้ ขอให้ไปจดแจ้งก็ผลิตได้แล้ว โดยที่ไม่จำกัดเครื่องจักร ไม่จำกัดกำลังคนอะไรทั้งหลายนี้ ก็อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว โดยที่เราไปแก้ไขในกฎหมายที่มันมีอยู่แล้วคือ พ.ร.บ. สรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ นะครับ ซึ่งก็แก้ไขเพียงมาตราเดียวเพื่อให้ความคล่องตัวในการ ปฏิบัติงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถดำเนินการได้ เราจะเห็นว่าหัวใจใหญ่ของกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือมาตรฐานครับ คณะกรรมาธิการของเราห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เราได้ยกทีมของเราไป ศึกษาดูงานยังผู้ผลิตในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีพื้นที่ในการผลิตสุราพื้นบ้านเป็นจำนวน มากพอสมควร เราได้เห็นการผลิตในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ผลิตขนาดเล็กมาก กับขนาดเล็ก ได้เปรียบเทียบกันให้เห็นว่าการผลิตที่ได้มาตรฐานนั้นมีการควบคุมดูแล จากหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดีและมีการส่งเสริมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกมา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี หัวใจใหญ่ของการผลิตคือสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม ของเสีย น้ำทิ้ง ที่ทิ้งออกมาจากอุตสาหกรรมประเภทนี้ก็พอสมควรอยู่นะครับ แต่ถ้าเรามาดูมาตรฐานของ การผลิตสุราขนาดเล็กลงมา เราไปเห็นแล้วแทบจะไม่อยากจะดื่ม เนื่องจากว่ามาตรฐาน ไม่มีเลย อันนั้นคือหัวใจใหญ่ที่คณะกรรมาธิการของเราห่วงใยยิ่งครับ ได้เข้าไปดูเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นที่เรากลับมากันแล้ว เราก็มาเห็นว่าควรที่จะมีมาตรฐานในการผลิตตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ในเมื่อทางกฎหมายฉบับนี้จะให้ผ่านให้มีการผลิต ให้มีการจดแจ้งในระดับ ครอบครัว ท่านนึกภาพครับว่าถ้าครอบครัวผลิต แล้วในครอบครัวมีลูก สมมุติว่าไปเรียน หนังสือ เห็นพ่อผลิตเหล้าอยู่ก็แอบไปดื่มไปชิมดูมันเป็นอย่างไรบ้าง อร่อยไหม อันนั้นก็เป็น ปัญหาอันหนึ่งเช่นกันนะครับ พอกลับไปโรงเรียนบอกว่าภายในรอบสถานศึกษาห้ามดื่มสุรา ในรัศมี ๕๐๐ เมตร ก็พกจากบ้านมาเลยดีกว่าไหมอะไรอย่างนี้ ฉะนั้นกรรมาธิการเราได้คำนึง เห็นในหลายประเด็น พอระดับที่น่าจะมีการส่งเสริมให้มีการผลิตให้ได้มาตรฐานคือระดับ ชุมชนที่กรรมาธิการเราเห็นพ้องต้องกันหมดนะครับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในที่นี้ด้วย ก็คือการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการผลิตสุราภายใต้กำกับมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ดีที่จะมีการสนับสนุนส่งเสริมให้ได้มาตรฐาน อันต่อมาคือการผลิตระดับ อุตสาหกรรม อันนี้คงไม่น่าห่วงใยเพราะอยู่ในมาตรฐานอุตสาหกรรมอยู่แล้ว อันนี้คือ ความห่วงใยของกรรมาธิการที่เราได้ไปศึกษาดูงานมาแล้วว่าน่าจะมีการเข้าไปช่วยให้มีการ กำกับเรื่องของคุณภาพมาตรฐานให้มากให้มากขึ้น ถ้าหากว่ากฎหมายได้ผ่านออกไปใช้สู่การปฏิบัติได้จริง ฉะนั้นเราจะเห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ ได้เอาไปใช้แล้ว ก็จะต้องออกกฎกระทรวงอยู่ดี กฎกระทรวงก็ต้องประกาศภายใน ๑๘๐ วัน เพื่อจะให้มีผลบังคับใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ เพราะฉะนั้นกฎกระทรวงก็เป็นการนำสู่ การปฏิบัติที่มีการทำให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้ห่วงใย เรื่องของกฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อวาน เราจะเห็นว่ากฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อวานนั้น ก็เป็นกฎกระทรวงที่เห็นพ้องตามร่างกฎหมายฉบับนี้หมดทุกประการ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดี ที่สามารถใช้ได้ทันที ปฏิบัติได้ทันทีด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นในนามของกรรมาธิการทุกท่าน ที่ร่วมกันทำงานทั้ง ๒๕ ท่าน ต้องขอขอบคุณทั้งท่านกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกที่ได้ช่วยกัน แสดงความคิดเห็นอภิปรายเรื่องของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขอบคุณครับ