สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม หารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต เพื่อเปิดโอกาสให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของประชาชนได้ผลิตสุราพื้นบ้าน โดยไม่ต้องถูกกีดกันหรือกดดันจากกลุ่มทุนใหญ่

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ซึ่งพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านวาระที่หนึ่งมาเรียบร้อย เราเห็นพ้องต้องกันว่าการแก้ไขมาตรา ๓ เป็นการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ผู้ที่จะมีการผลิตสุราพื้นบ้านตามท้องถิ่น ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เราได้ยินว่าไม่ว่าจะเป็น การที่เราจะผลิตสุราท้องถิ่น นอกจากจะเป็นการส่งเสริมรายได้ให้พี่น้องมีรายได้แล้ว ยังจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ชาวต่างประเทศหรือชาวไทยของเราอยากไปสัมผัส ในพื้นที่นั้น ๆ เช่นบางท่านอาจจะบอกว่าตอนนี้เริ่มหนาวแล้วอยากไปดูดอุที่สกลนคร นครพนม อยากไปชิมสาโทที่อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย อยากไปชิมสุรากลั่น ซึ่งโด่งดังก็คือที่แพร่ อย่างนี้หลาย ๆ ที่ทั่วประเทศ เราเห็นว่าเมื่อมีภูมิปัญญาท้องถิ่นของ พี่น้องประชาชน เราก็ควรที่จะเปิดโอกาส การเปิดโอกาสนั้นก็ต้องมีกฎหมายรองรับให้ พี่น้องประชาชน มาตรา ๓ เป็นกฎหมายที่จะสามารถให้กลุ่มทุนเล็กทุนน้อย ภูมิปัญญา ท้องถิ่นของเราพี่น้องประชาชน ในเทศกาลต่าง ๆ เราก็ทราบกันดีว่าไม่ว่าจะเป็นการที่จะเอา ข้าวขึ้นลาน ชาวบ้านก็จะมีการหมักสาโท แล้วก็ขอลงขันลงแขกไปช่วยกัน อันนี้ก็เป็น วัฒนธรรมประเพณีที่เรามีมา แต่สิ่งที่เราอยากทำให้ในฐานะกรรมาธิการก็คือให้ พี่น้องประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ตีกรอบเหมือน ทุนขนาดใหญ่ซึ่งเข้ามาครอบงำและกีดกัน กดดันภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราไว้ เราจะเห็นว่า ไวน์ของประเทศต่าง ๆ มีเป็นพัน ๆ ยี่ห้อ แต่ละคนที่ไปท่องเที่ยวก็อยากไปเมืองนั้น ไปชิมไวน์เมืองนี้ ประเทศนั้นประเทศนี้เราทราบกันดี แต่ว่าของเรานี่เราก็ส่งเสริมว่านอกจาก มีไวน์องุ่นแล้ว แล้วก็มีไวน์หมากเม่าอีกอะไรอย่างนี้ ที่เป็นที่ทราบกันดีก็คือสมัยรัฐบาล พรรคไทยรักไทย เรามีหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมสร้างรายได้ ขยายโอกาสให้พี่น้องประชาชนในสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น แต่เราจะไม่ได้มองว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการแสดงออกถึงว่าเราต้องอยู่ภายใต้กรอบกติกาของกลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งมีไม่กี่คน มีไม่กี่ทุนในประเทศไทย แต่เราจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้มีโอกาสที่จะผลิตสุราพื้นบ้าน สุราท้องถิ่น เพื่อที่จะมาใช้บริโภคและ ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมรายได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะ นำรายได้เข้าประเทศเราได้ครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพี่น้องทราบดีว่าถึงจะมีสุราเสรี เราก็อยากให้ มีมาตรา ๓ มาตรา ๑๕๓ วรรคสอง เราก็บอกไว้ชัดเจนว่าเราจะไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไร มากนัก เพราะเราทราบดีว่าชาวบ้านไม่มีทุนหรอกครับ ที่จะเป็นหมื่นเป็นแสนอะไรต้องมา ทำตามเครื่องจักรต้องแบบนี้ การผลิตต้องจำนวนเท่านี้ขึ้นไป นั่นก็คือเป็นการที่จะส่งเสริมนายทุนใหญ่ ๆ แล้ว ไม่ใช่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนที่จะ ผลิตสุราพื้นบ้าน สุราเสรีหรือสุราชุมชนได้ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ซึ่งมาจาก ทุกพรรคการเมืองก็เห็นว่าควรจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน เราจะต้องมีกรอบ ของกฎหมาย มาตรา ๓ เป็นหลัก ที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนมีรายได้และสามารถใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาผลิตที่จะใช้ในท้องถิ่นของตัวเองและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจรายได้ของท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย จึงเป็นที่มาที่เราตรามาตรา ๓ มาตรา ๑๕๓ วรรคสอง แต่ผมก็มาดูมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง กำลังจะเข้าสภาเมื่อวานนี้ ปรากฏว่ามีกฎกระทรวงออกมา ครม. มีมติว่าเป็นกฎกระทรวง ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงแล้ว กฎหมายนี่ เราสามารถที่จะตราแล้วให้ใช้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน คนยากคนจน คนรากหญ้าได้ แต่กฎกระทรวงนี้ ตอนนี้ท่านก็อาจจะเห็น อย่างนี้ ก็โดยเอาเทียบเคียงของคณะกรรมาธิการ แต่สักวันหนึ่งท่านยกเลิกกฎกระทรวง แล้วชาวบ้านเขาจะมีกฎหมายอะไรมารองรับ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ๆ นะครับ เพราะในมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง บอกว่าไม่ใช่เพื่อการค้า ตามชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง นี่แหละครับคือหัวใจตรงนี้ ผมเชื่อว่าถ้ากลุ่มทุนใหญ่อ่านตรงนี้ น่าจะเป็น สิ่งที่เราเป็นห่วงมาก ขอกราบขอบพระคุณครับ