จุลพันธ์ แจงแก้ พ.ร.บ.สรรพสามิต รัดกุม-ไม่กระทบหลักการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต โดยยืนยันความจำเป็นของกฎหมายเพื่อสร้างความเสมอภาคในอุตสาหกรรมสุรา หลังมีการออกกฎกระทรวงแทน พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาด้วยเจตนารมณ์ของสภาฯ โดยไม่ถูกแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ต่อประเด็นที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต หรือเรื่องของสุรา การเปิดเสรีสุรา ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าในขั้นตอน ของกรรมาธิการมีการถกแถลงกันมาก และกระบวนการแก้ไขในมาตรา ๓ ที่เกิดขึ้นได้มีการ แยกมาตรา ๓ ออกเป็นมาตรา ๓/๑ และมาตรา ๓/๒ ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ตามข้อสังเกต ของทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็นกฤษฎีกา ซึ่งกระบวนการ ซึ่งมีการแก้ไขออกมานั้นเป็นเพียงแค่ทำให้ตัวกฎหมายมีความรัดกุมขึ้นในประเด็นของการ แยกกลุ่มของผู้ผลิตสุราเพื่อการค้าและไม่ใช่เพื่อการค้า และมีมาตรา ๓/๒ ออกมาเป็นเรื่อง ของการกำหนดโทษให้มีความเหมาะสม ต้องเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ กระบวนการ แก้ไขที่เราได้ทำมา เดินหน้ามา น่าจะเป็นสิ่งซึ่งทำให้กระบวนการออกกฎหมายของเรา รัดกุมขึ้น โดยที่ไม่ได้มีการปรับแก้ในหลักการและเหตุผลจากที่เราในฐานะกรรมาธิการได้รับ มาจากทางเพื่อนสมาชิกที่เข้าไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการเลย ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการสอบถามในประเด็นที่มีความสำคัญตั้งแต่ก่อนการที่เราจะเริ่ม เข้าสู่วาระของตัวร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตนี้ รวมถึงเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ท่านศิริกัญญาก็สอบถามความแตกต่างระหว่างกฎกระทรวงที่ออกเมื่อวานกับ ร่างพระราชบัญญัติที่เรากำลังทำกันอยู่ ต้องเรียนต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก อย่างนี้ครับ ในส่วนของกระบวนการผมต้องเรียนตรง ๆ ว่าเวลานี้ถึงแม้ผมจะขึ้นมาแล้วผม บอกว่าผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ตาม แต่ฟังดูกระแสทิศทางของสมาชิกในสภา ณ เวลานี้ทำท่าจะกลายเป็นเสียงข้างน้อย เพราะว่าเราอาจจะมีทิศทางซึ่งจะเดินไปสู่การพิจารณาโดยให้ความเห็นว่าตัวร่างพระราชบัญญัตินี้ อาจจะหมดความจำเป็นไปแล้วหรือไม่กับการที่มีกฎกระทรวงออกมาจากทางคณะรัฐมนตรี เมื่อวาน ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่ากฎกระทรวงที่ออกเมื่อวานนี้มีเนื้อหาซึ่งค่อนข้าง ใกล้เคียงครับ ต้องยอมรับความจริง อาจจะมีบางประเด็นที่ยังขาดตกบกพร่อง ที่ยังไม่ครบถ้วนตามสิ่งที่เราได้ทำกันอยู่ แต่ตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เองเป็น ร่างพระราชบัญญัติซึ่งเราเดินหน้ามาเป็นเวลานานนะครับท่านประธาน เราเดินมากับปัญหา ที่มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจนี้โดยตรง แล้วเราจะหาทางที่จะออก กฎหมายเพื่อที่จะไปแก้กฎกระทรวงที่ทาง ครม. ได้ออกมาเมื่อวานนั่นแหละ ถึงแม้ว่า ในทัศนะของผมเองนั้น การแก้กฎกระทรวงเมื่อวานทำอย่างเร่งด่วน มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาภายในวันเดียวซึ่งไม่ค่อยปรากฏนักในกระบวนการที่จะออก กฎกระทรวงหรือออกกฎหมายใด ๆ นะครับ แสดงให้เห็นถึงความที่มีความเร่งรีบ อาจจะ เพื่อให้มีผลกระทบกับกระบวนการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ก็เป็นได้ แต่ผมต้อง เรียนต่อท่านประธานครับ กระบวนการทำงานของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ เราไม่ควรจะเอาปัจจัยภายนอกเข้ามาเป็นปัจจัยในการพิจารณาตัวกฎหมาย สิ่งที่เราทำอยู่เป็นการแก้กฎหมาย ซึ่งแน่นอนครับ ประเด็นแรกที่สำคัญที่สุดคือศักดิ์ มันสูงกว่าตัวกฎกระทรวง เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ทิศทางการเปิดเสรีเรื่องของสุรานี้เป็นสิ่งซึ่งเราอยากจะให้เกิดความเสมอภาคต่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจเรื่องของสุรา ไม่ให้รายใหญ่มีการผูกขาดอีกต่อไป ไม่ให้รายใหญ่สามารถครองตลาดได้จนกระทั่งรายเล็ก ๆ ไม่สามารถยืนบนลำแข้งแล้วก็ต่อสู้ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเจตนารมณ์ซึ่งเราออกกฎหมายกันครับ ถ้าเราจะไปหวังพึ่งว่าวันนี้ มีกฎกระทรวงมาแล้วเราก็เห็นอยู่ว่ากฎกระทรวงอันนี้พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้องให้มีการ แก้ไขมานับสิบปีแต่ไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้เรากำลังจะออกกฎหมาย มามีกฎกระทรวง ออกมา ๑ ฉบับแล้วบอกว่าเพียงพอแล้ว มันไม่เป็นสิ่งที่จะยืนยันให้เกิดความมั่นใจได้เลยว่า ในอนาคตทิศทางของตลาดเรื่องของสุราจะเป็นไปอย่างไร หมายความว่าอะไรครับ วันนี้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้ แปลว่ากฎหมาย ซึ่งเป็นแม่เป็นหลักของตัวกฎกระทรวงต่าง ๆ ไม่มีผลบังคับใช้ วันนี้มีกฎกระทรวงซึ่งออก เมื่อวาน มะรืนอาจจะมีกฎกระทรวงไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่เปลี่ยนกลับก็ยังได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้เพียงหนทางเดียวคือเราต้องยืนยันด้วย กฎหมาย ซึ่งเราได้ทำกันมาผ่านวาระที่หนึ่ง ผ่านความเห็นชอบในหลักการ ผ่านการทำงาน ในชั้นกรรมาธิการ แล้วเราจะเดินหน้าไปสู่การลงมติในวาระที่สามในวันนี้นั่นเอง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่นะครับ ผมต้องเรียนต่อท่านประธาน ในขั้นตอนกระบวนการซึ่งผมได้พบมาในชั้นกรรมาธิการสักเล็กน้อย ในการพิจารณาในชั้น กรรมาธิการเราพบปัญหาว่ากระบวนการแก้กฎหมายผมต้องยอมรับความจริงครับ ผมเอง ใจอยากจะให้มีเรื่องของเสรีในเรื่องของการค้าการผลิตในเรื่องสุรานะครับ แต่สิ่งที่เราได้พบ มาก็คือถึงแม้ว่าตัวกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันอยู่เองนั้น เราทำกันมาอย่างดีที่สุดครับ แต่กระบวนการทำของเรานั้นมันก็ยังมีจุดโหว่ สิ่งที่ได้พบมาในขั้นตอนการพิจารณานั้นก็คือ ถึงแม้ว่าเราจะเดินหน้าจนกระทั่งกฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบในวาระ ๓ สิ่งที่เป็น ผลลัพธ์ออกมานั้นก็ยังไม่สามารถยืนยันให้กับพี่น้องประชาชนให้กับสภาแห่งนี้ได้ว่าการค้า อย่างเสรีในอุตสาหกรรมสุรามันจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะกฎหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องกันไม่ว่า จะเป็นกฎหมายในเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอีไอเอ (EIA) การบริหารจัดการต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งมันจะเป็นอุปสรรคแล้วก็ยังจะเป็นจุดที่ยังเป็น ล็อกอยู่ ที่จะไม่สามารถทำให้ธุรกิจในเรื่องของสุราเป็นการค้าที่เสรีได้จริง วันนี้กฎกระทรวง ที่ออกมาเมื่อวานก็เป็นเช่นเดียวกันนั่นเอง เพราะว่ากฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานเป็นการ ผูกมัดให้กับทุกคนที่จะเข้าสู่ธุรกิจต้องเข้าสู่กระบวนการในเรื่องของการทำโรงงาน อุตสาหกรรม การเข้าสู่อีไอเอ (EIA) ซึ่งก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเราจะเปิดเสรีให้กับเขา ในการที่จะทำมาหากิน ในการที่จะทำมาค้าขาย ปัญหาเหล่านี้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมจึงได้เสนอกับกรรมาธิการทุกท่านให้บรรจุอยู่ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ อยู่ข้อหนึ่งคือข้อ ๙ เป็นการอธิบายความว่ามันยังมีกฎหมายอีกมากมายซึ่งยังจะเป็นอุปสรรค ต่อการเปิดเสรีในครั้งนี้ ผมเองและกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตและอยากจะให้ เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบด้วยเช่นกัน นั่นก็คือให้ความเห็นชอบว่ากฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ทางราชการที่มันยังเป็นอุปสรรคอยู่นั้น ก็ขอให้มีการเดินหน้าเพื่อที่จะไป แก้ไขในวาระต่อ ๆ ไป เพื่อให้สุดท้ายเป้าประสงค์ของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะให้มีความเสรีให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมเกิดขึ้นได้จริงนะครับ ขอบพระคุณครับ