โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 153/1 เกี่ยวกับการผลิตสุรา โดยต้องการให้แน่ใจว่าผู้ผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องมาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และเรียกร้องให้กระจายอำนาจในการขออนุญาตให้ผลิตสุราไปยังจังหวัด พร้อมทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานตามที่กระทรวงกำหนด
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ซึ่งผมได้ขอแปรญัตตินั้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าโดยที่ในมาตรา ๑๕๓ ซึ่งทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไขแล้วก็เพิ่มเติมจากเดิม ผมอยากเรียนท่านประธานว่า มี ๒ เรื่องที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก นั่นก็คือว่าในเรื่องของการ ผลิตสุราซึ่งมี ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่จะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้ากับการผลิตสุราเพื่อการค้า ผมอยากเรียนท่านประธานไว้ที่ทางกรรมาธิการได้เขียนไว้ในมาตรา ๑๕๓/๑ ซึ่งผมก็อ่าน ให้ท่านประธานได้ทราบว่าในมาตรานี้ระบุว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ตามชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงให้จดแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกลั่น สำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิตและปริมาณการผลิตต่ออธิบดีตามที่ อธิบดีประกาศกำหนด นั่นคือในส่วนของทางกรรมาธิการ ผมได้ขอแปรญัตติไว้ดังนี้ครับ ซึ่งความไม่ค่อยต่างกันมากนักในส่วนของผู้ผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ซึ่งผมได้ระบุไว้ว่า ผู้ใดจะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่อง มาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย
ส่วนที่ผมเพิ่มไปมีอยู่สัก ๒-๓ ประเด็น ประเด็นเรื่องของการผลิตสุรา ที่จะต้องมีการกำกับในเรื่องมาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมและไม่ให้เกิดอันตราย นั่นส่วนที่ ผมเพิ่มไป ซึ่งผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการก็ได้กำหนดในส่วนนี้ แต่ว่าไม่ได้ลงรายละเอียด อย่างที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ในส่วนที่ ๒ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุราเพื่อการค้า ในส่วนนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมเองได้เขียนขอแปรญัตติไว้ว่า ผู้ประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้าให้ยื่นคำขออนุญาตต่อ อธิบดีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งในส่วนนี้ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตตามวรรคสองที่ผมกล่าวถึงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยให้ระบุการกำหนดมาตรฐานคุณภาพและกำหนดให้ มีการขึ้นทะเบียนผู้ขอต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดแบบพหุภาคี ซึ่งในส่วนที่ผมเติมไปว่า ต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดแบบพหุภาคีที่มีความหลากหลายเป็นธรรม เพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้ขึ้นทะเบียน และต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เกี่ยวกับขนาด กำลังการผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักร จำนวนพนักงาน หรือประเภทบุคคลผู้มีสิทธิ ขออนุญาต กรณีผู้ขออนุญาตให้เป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ต้องไม่กำหนด จำนวนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ยกเว้นการกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าในส่วนนี้ที่กรรมาธิการได้ดำเนินการนั้นมีความต่างจากที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการเขียนไว้ว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้าหรือมีเครื่องกลั่น สำหรับผลิตสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีและต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งในส่วนท้ายนั้นก็คล้ายกับทาง กรรมาธิการ มีส่วนที่คล้ายกับที่ผมได้แปรญัตติ แต่มีความต่างอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ในการขออนุญาตต่ออธิบดี ตรงนี้ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย ผมจึงมองว่าการทำอะไรก็ตามที่ไปสู่ ส่วนกลางนั้น ผมมีจุดยืนว่าผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย ผมคิดว่าน่าจะกระจายอำนาจไปยังจังหวัดในการขออนุญาต เพราะว่าการตั้งคณะกรรมการ พิจารณาระดับจังหวัดนั้นจะเป็นการกระจายอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนที่จะผลิตสุรา เพื่อการค้า แต่ก็มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่อธิบดีกำหนด นั่นคือผมมองว่า ถ้าแบบพหุภาคีนั้นอาจจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด มีสาธารณสุขจังหวัด มีมหาวิทยาลัยที่เป็น นักวิชาการที่เป็นนักวิจัยภายในจังหวัดมาเป็นกรรมการตรวจสอบคุณภาพและหลักเกณฑ์ ตามที่กระทรวงกำหนด และกรรมการอื่น ๆ ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จึงเรียนท่านประธานว่า ทั้ง ๒ ส่วนที่ผมแปรญัตตินั้น ในส่วนที่ ๑ ก็ไม่ได้ต่างจากที่กรรมาธิการได้ดำเนินการในเรื่อง ของคุณภาพและมาตรฐานเพื่อป้องกันอันตราย แต่จุดต่างอยู่ในส่วนที่ ๒ ว่าจะขออนุญาต เรื่องนี้ต่อใครเท่านั้นเอง ก็นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ และเพื่อนสมาชิก ทุกท่านในความต่างในส่วนที่ ๒ ขอบคุณครับ