อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางการจัดหาสินเชื่อ เช่น เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง และคราวด์ฟันดิง เข้าเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองการใช้ข้อมูลและสิทธิของเจ้าของข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิต โดยชื่อย่อ) ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ข้อมูลเครดิต และบทนิยามคำว่า สมาชิก และเพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓)
๒. แก้ไขเพิ่มเติมวิธีการและข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลแก่สมาชิก หรือผู้ใช้บริการ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ วรรคสี่ และมาตรา ๒๔
๓. กำหนดหน้าที่ของผู้ใช้บริการในการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามมาตรา ๒๔/๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๒
๔. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลาง ในการจัดหาสินเชื่อเป็นการเพิ่มหมวด ๓/๑ บทบัญญัติเพิ่มเติมสำหรับสมาชิกประเภท ซึ่งกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และเดบต์ คราวด์ ฟันดิง (Debt Crowd Funding) กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่ผู้ให้สินเชื่อโดยตรงเหมือนเช่นการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน ดังนั้นการกำหนด ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อสามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูล เครดิตได้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์สินเชื่อ กล่าวคือผู้ขอสินเชื่อ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) จะสามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ได้มากขึ้น และช่วยลดการกู้ยืมเงินนอกระบบ นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณ ข้อมูลในฐานข้อมูลเครดิตของประเทศให้มีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น จึงได้เสนอให้มีการแก้ไข กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ให้ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหา สินเชื่อ สามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ข้อมูลเครดิต และบทนิยามคำว่า สมาชิก ให้มีความหมายครอบคลุมถึงผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ เช่น ธุรกิจ เพียร์ ทู เพียร์เลนดิง แพลตฟอร์ม (Peer to Peer Lending Platform) ธุรกิจคราวด์ ฟันดิง (Crowd Funding) เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ สามารถดำเนินการกับข้อมูลของลูกค้าที่ใช้บริการผ่านระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ของตน ในทำนองเดียวกับสมาชิกประเภทสถาบันการเงินได้ เช่น การรายงานและส่งข้อมูล ให้แก่ข้อมูลบริษัทเครดิต การใช้และการเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทข้อมูลเครดิต หรือการจัดทำและการใช้แบบจำลองด้านเครดิต เป็นต้น
๒. เพิ่มนิยามคำว่า ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ และกำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตมีอำนาจออกประกาศกำหนดประเภท ของธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ เพื่อให้ประเภทธุรกิจที่ได้ประกาศกำหนดสามารถ เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตได้
๓. เพิ่มบทบัญญัติหมวด ๓/๑ เป็นบทบัญญัติเฉพาะที่กำหนดหน้าที่ ของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยและข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า แนวทาง ในการจัดทำแบบจำลองด้านเครดิต เพื่อให้สมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลาง สินเชื่อสามารถวิเคราะห์สินเชื่อแทนผู้ที่จะให้สินเชื่อ และบริหารความเสี่ยงของผู้ที่จะให้ สินเชื่อได้ และแนวทางในการปฏิเสธการให้บริการหรือการขึ้นค่าบริการลูกค้า ซึ่งจะต้องแจ้ง ให้ลูกค้าทราบเป็นหนังสือ
๔. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า เพื่อให้ แนวปฏิบัติของสมาชิกทุกประเภทเป็นไปในทางเดียวกัน
๕. แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิของเจ้าของข้อมูลในการที่จะได้รับทราบเหตุ แห่งการปฏิเสธคำขอสินเชื่อ หรือบริการในกรณีที่ใช้ข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตมาเป็น เหตุในการปฏิเสธ เพื่อให้ครอบคลุมถึงสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจ เป็นตัวกลางในการ จัดหาสินเชื่อ
๖. แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน การส่งข้อมูล การเปิดเผยหรือการให้ข้อมูลแก่บริษัท ข้อมูลเครดิต การจัดทำและการใช้แบบจำลอง ด้านเครดิต การปฏิเสธการให้บริการ เพื่อรองรับสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็น ตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อให้เหมือนกับสมาชิกประเภทสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิตดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน และ สร้างโอกาสเข้าถึงข้อมูลและแผนปฏิรูปในเรื่องเศรษฐกิจ ยกระดับผลิตภาพและ ความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศให้สูงขึ้น มีการเติบโตอย่างครอบคลุม ทุกภาคส่วน มุ่งเน้นการใช้ระบบมาตรฐานและนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ และ สถาบันทางเศรษฐกิจให้มีสมรรถนะสูงขึ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิตจะทำให้ ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อสามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้นั้น จะทำให้ผู้ขอสินเชื่อโดยเฉพาะผู้ประกอบเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) ได้รับสินเชื่อโดยผ่านผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อได้
๘๒/๑ ซึ่งจะทำให้มีช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น นอกจากการขอสินเชื่อจากสถาบัน การเงิน ทั้งนี้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) หรือ ผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมจะทำให้การประกอบ ธุรกิจมีการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของ ประเทศต่อไป
ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ สุดท้ายนี้ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบ ขอบพระคุณครับ