วิชัย ไชยมงคล หารือเรื่องพระราชบัญญัติยาเสพติด โดยอธิบายว่าพระราชบัญญัตินี้มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมเท่านั้น และเน้นย้ำว่าการขายพืชกระท่อมโดยไม่มีการควบคุมอาจผิดกฎหมาย แต่การขายโดยใช้เครื่องขายที่มีลักษณะเฉพาะไม่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังอภิปรายเกี่ยวกับการห้ามขายพืชกระท่อมโดยใช้เครื่องขายที่มีลักษณะเฉพาะ และชี้แจงว่ากระท่อมที่มีอยู่ตามที่ชาวบ้านมีไม่ได้ผิดกฎหมาย
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ขออนุญาตตอบข้อซักถาม แล้วก็ชี้แจงในส่วนที่ยังเข้าใจไม่ตรงกัน แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นความคิดเห็นของท่านสมาชิกเราก็ได้รวบรวมไว้เพื่อที่จะนำไปปรับในชั้นกรรมาธิการ ต่อไปนะครับ ผมขออนุญาตตอบในภาพรวมอย่างนี้ว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือที่เราเข้าใจว่าปลดล็อกกระท่อม หลักก็คือในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะมีผลใช้ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ก็คือกระท่อมจะปลดล็อกจากยาเสพติด ประเภท ๕ ทันที ก็คือกระท่อมจะไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป แต่พระราชบัญญัติพืชกระท่อม ที่เสนอในวันนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะไม่ให้เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เข้าไป ยุ่งเกี่ยวหรือว่าไปใช้ในทางที่ผิด กับเป็นการควบคุมในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในทาง อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ถ้าใช้แบบวิถีชาวบ้านก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมายต่อไป แล้วก็มีสมาชิก หลายท่านก็เป็นห่วงว่าถ้าชาวบ้านมีอยู่ ๒ ต้น ๓ ต้นหรืออย่างไรนี้จะผิดหรือไม่ ไม่ผิดนะครับ จะปลูกกี่ต้นก็ได้ไม่ต้องขออนุญาตถ้าหากมีวัตถุประสงค์ไม่เอาไปใช้ในทางอุตสาหกรรม อันนี้ ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่าถ้าหากไม่เอาไปใช้ในการอุตสาหกรรมนี้จะไม่ผิดกฎหมาย แล้วบางท่านก็ว่ามันจะย้อนมาเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่เหมือนนะครับว่าในฉบับที่ใช้อยู่ ปัจจุบัน แม้แต่กระท่อมใบเดียวก็ถือว่าผิดกฎหมายแต่ถ้าตาม พ.ร.บ. ที่แก้ไขในวันที่ ๒๔ ที่จะประกาศใช้ กระท่อมมันจะไม่ผิดกฎหมายแล้วไม่ผิดกฎหมายแล้วนะครับ อันนี้เข้าใจ ตรงกันอย่างนี้ก่อนนะครับ
ในคำถามต่อไปที่ท่านเป็นห่วงในมาตรา ๒๕ ว่าในกรณีที่ไม่ขออนุญาตหรือ ไม่ต่อใบอนุญาต และสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคำสั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนี้ถือว่าเป็นที่สุด ท่านกลัวว่าจะไปร้องต่อที่ไหนไม่ได้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ว่าถือเป็นที่สุดนั้นเป็นคำวินิจฉัยหรือเป็น คำสั่งทางบริหาร ถ้าหากท่านคิดว่ายังมีข้อกังขาอยู่ว่ายังอยากจะต่อไปอีก ผู้รับขออนุญาต ก็สามารถที่จะใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ อันนี้ก็นำเรียนเพื่อทราบนะครับ
สำหรับในเรื่องถึงแม้ว่าไปผสมกับโค้กกับยาแก้ไออะไรนี่ ในตัวยาแก้ไอเอง มันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๓ที่จะต้องมีใบสั่งจากแพทย์ก่อนที่สั่งให้ซื้อได้ไม่เกิน ๓๐ เม็ด หรือว่ามีปริมาณไม่เกิน ๒๕๐ มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นยาแก้ไอก็ผิดกฎหมาย ในการที่ จะเอาพืชกระท่อมไปผสม ๔ คูณ ๑๐๐ ถ้ามียาแก้ไออยู่ก็ผิดกฎหมายที่ยาแก้ไอ หรือว่าถ้าไป ผสมกับยาบ้าก็ผิดในเรื่องของยาบ้า อันนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อน แล้วก็ส่วนมากที่หลาย ๆ ท่านเป็นห่วงก็คือในมาตรา ๒๙ ว่าในการที่จะขายพืชกระท่อมที่ว่าจะเอื้อประโยชน์กับ นายทุน ที่เราไม่ให้ขายโดยใช้เครื่องขายผมคิดว่าถ้าชาวบ้านทั่วไปเขาจะไม่มีเครื่องขายแล้ว ที่เราห้ามอย่างนี้เพื่อไม่ให้นายทุนได้ประโยชน์ ที่มีเครื่องขายแบบหยอดเหรียญ และอีกอย่างหนึ่งลักษณะอย่างนี้เราไม่สามารถควบคุมเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปีในการที่จะไป ซื้อได้ เพราะฉะนั้นในการที่เราห้ามขายโดยใช้เครื่องขายนั้นผมว่ามันเป็นการเอื้อประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ส่วนพี่น้องประชาชนจะขายอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนจะตั้งโต๊ะ ขายหน้าบ้านก็ได้ พี่น้องประชาชนจะขายข้างทางหรือว่าตามตลาดชุมชนทำได้หมด ไม่ได้ ผิดกฎหมายอะไร ผมว่าตรงนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้ เข้าใจตรงกัน แต่ว่ามีเงื่อนไขอื่นที่ท่านเป็นห่วงก็เดี๋ยวจะรวบรวมไว้ในส่วนของในชั้น กรรมาธิการนะครับ
ในส่วนของเรื่องนิรโทษกรรม อันนี้ผมก็นำเรียนอย่างนี้ว่ากระท่อมที่ท่านมีอยู่ ในวันที่ ๒๔ ก็ไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีโทษไม่มีอะไร แต่ถ้าท่านมีเยอะแล้วก็ประสงค์จะเอา ไปปลูกเพื่อในเชิงอุตสาหกรรมท่านต้องไปขออนุญาตจดแจ้งภายใน ๙๐ วันหลังจากที่มี กฎกระทรวงออก แต่ถ้ามีอยู่แล้วตามที่ชาวบ้านมีทั่วไปมี ๒ ต้น ๓ ต้น ๕ ต้นอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร อันนี้ก็ชี้แจงให้เข้าใจตรงกันอีกอันหนึ่งนะครับ
อีกอันหนึ่งในเรื่องของสารในใบกระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งถ้ามันมีมากเกินไปมันก็จะทำให้ส่งผลต่อสุขภาพ ทีนี้จากผลการวิจัยของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในใบกระท่อมสด ๑ กิโลกรัมมีประมาณ ๔๐๐-๖๖๗ ใบ แล้ว ๑ กิโลกรัมก็จะมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ๑๐ กรัม อันนี้แจ้งท่านสมาชิกที่ได้ สอบถามไปเมื่อสักครู่นี้ ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องของข้อห่วงใยข้ออะไรต่าง ๆ ทางกระผมก็จะขอน้อมรับไปเพื่อที่จะเอาไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณครับ