ธีรัจชัย ชี้ร่างพ.ร.บ.กระท่อมขัดวิถีชีวิต ขอทบทวนควบคุมไม่เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔

ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม โดยชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวขัดกับวิถีชีวิตเดิมของชุมชน และมีข้อกำหนดที่ซ้ำซ้อน แม้มีเป้าหมายส่งเสริมเศรษฐกิจและคุ้มครองสุขภาพ แต่กลับจำกัดการใช้ในทางการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าร่างกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนใหญ่ ขณะที่กีดกันประชาชนรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก จึงเรียกร้องให้ทบทวนมาตราที่จำกัดสิทธิอย่างไม่เป็นธรรม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... เดิมเราอยู่ใน พ.ร.บ. ยาเสพติดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ คือ ๔๒ ปี เป็นยาเสพติดประเภท ที่ ๕ แต่พืชกระท่อมเป็นพืชที่คนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้ใช้เป็นการรักษาโรคเรื้อรัง ได้แก่ ท้องร่วง ปวดฟัน เบาหวาน หรือโรคอื่น ๆ หรือใช้บำบัดแทนยาเสพติดอื่นได้ หรือคนติดแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ก็ทำได้ โดยพืชกระท่อมมีความรุนแรงทางด้านสารเสพติด ต่ำกว่ามอร์ฟีน (Morphine) ประมาณ ๑๐ เท่า มีข้อดีกว่ามอร์ฟีน (Morphine) คือไม่กด ระบบทางเดินหายใจ กระท่อมไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และไม่มีปัญหาอาการ อยากได้ยาสิ่งเหล่านี้กระท่อมก็ไม่ต่างอะไรกับกาแฟของเราดี ๆ นี่เองครับ คือถ้าทานมาก ก็จะนอนไม่หลับอะไรเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่สำคัญพืชกระท่อมนั้นสามารถทำให้คนนั้นมีแรง กระปรี้กระเปร่าทำงานได้ดีสดชื่นขึ้นมา ดังนั้นตามที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายฉบับนี้มา ผมดู ในตรงเหตุผลเขาบอกว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุดและเพื่อ คุ้มครองสุขภาพของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และกลุ่มอื่นที่เสี่ยงในพืชกระท่อม ผมดูแล้ว ตามหลักการและเหตุผลมันได้ แต่พอดูเนื้อหานั้นก็มีที่น่าแปลกใจครับท่านประธาน เนื้อหา ในการรักษาจำเป็นที่จะต้องผ่านแพทย์แผนไทยอะไรเท่านั้น แพทย์แผนไทย ผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรม หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย ในอดีตคนในพื้นที่ภาคใต้เขาใช้รักษาโรคกันอยู่แล้ว ถามว่าถ้าเขา รักษากันเองโรคปวด โรคปวดฟัน โรคเบาหวานต่าง ๆ ถามว่าเขาต้องถูกจับไหมครับตรงนี้ เราดูเหมือนปล่อยจากการควบคุม แต่เราก็มาควบคุมซ้ำซ้อนไป ฝืนจากวิถีชีวิตเดิมของ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ตรงนี้อยากให้ทางคณะกรรมาธิการ ทางรัฐมนตรีไปลองจัดการดู และแก้ไข

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของเพื่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด เราเห็นชัดเจนครับในประโยชน์ ทางเศรษฐกิจก็คือมีการควบคุมการผลิตขาย นำเข้าส่งออกในเชิงอุตสาหกรรม กรณีอย่างนี้ การทำผมว่าชอบแล้วครับ ก็ควบคุมกำกับไป แต่สิ่งที่มันสวนทางกับผลประโยชน์กับ ประชาชนมากที่สุดก็อยู่ในส่วนของมาตรา ๒๙ มาตรา ๒๙ เขาบอกห้ามผู้ใดขายใบกระท่อม หรือน้ำต้มใบกระท่อมในสถานที่โดยวิธีการหรือในลักษณะดังต่อไปนี้ คือ ๑. สถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ๒. หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก ๓. สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก ๔. ขายโดยใช้เครื่องขาย ๕. ขายโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ๖. เร่ขายในลักษณะจูงใจให้บริโภคน้ำกระท่อม ใบต้มกระท่อม ๗. ขายใน สถานที่โดยวิธีการหรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด ตรงนี้คืออะไรครับ มันเปิดเผยทางเศรษฐกิจ มันส่งเสริมเศรษฐกิจมากที่สุดหรือครับ ตรงนี้ คือกีดกันประชาชนรายเล็กรายน้อยรายย่อยไม่ให้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับใบกระท่อมเลย แต่มอบให้กับนายทุนใหญ่ครับ ทางอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ทำ และนายทุนใหญ่มีเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) มีร้านสะดวกซื้อเต็มไปหมดทั่วราชอาณาจักร สามารถมีช่องทางจำหน่ายได้ ทั้งหมด ไม่ต้องมาขายตรงนี้ก็ได้ แล้วประชาชนล่ะครับ ออกมาเหมือนกับว่าปลดปล่อย ส่งเสริม แต่เนื้อแท้คือให้นายทุน ซึ่งบางทีนายทุนเครื่องดื่มยาชูกำลังเขาได้ประโยชน์จาก กลุ่มนี้เต็ม ๆ ท่านมีมาตรา ๒๙ นี้ไว้ทำไมครับ ไว้ขัดขวางไม่ให้รวมตัวเป็นวิสาหกิจขนาดย่อม ธุรกิจขนาดเล็กเอสเอ็มอี (SMEs) รวมตัวกันเพื่อขายใบกระท่อมเพื่อรักษาโรค เพื่อเครื่องดื่ม ท่านยังบอกเรื่อง ๔ คูณ ๑๐๐ เอาส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดมารวมกันและเป็นยาเสพติด นั่นคือท่านกันทุกวิถีทางเพื่อจะไม่ให้ประชาชนหรือคนเล็กคนน้อยได้เติบโต ได้ใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจมากที่สุด เหมือนกับที่เขียนไว้ในเหตุผลในร่างพระราชบัญญัตินี้ คนที่ขายตาม มาตรา ๒๙ แบบนี้นะครับ ถูกปรับ ๕๐,๐๐๐ บาทครับ มาดูอีกมาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๓๔ ให้อำนาจเจ้าพนักงานเข้าไปในสถานที่เพาะปลูกพืชกระท่อม สถานที่ส่งออก สถานที่ขาย ใบกระท่อม สมมุติว่าประชาชนเขากำลังต้มน้ำกระท่อมจะเอาไปขาย เขาเข้าไปเลยไม่ต้อง มีหมายค้นนะครับ เราบอกว่าให้พ้นจากยาเสพติดประเภท ๕ แล้ว ทำไมนี่ทำเหมือนกับ กระท่อมเป็นพืชเสพติดอยู่ ให้เข้าไปค้นได้ ตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายค้นได้ เรื่องอย่างนี้ การออกกฎหมายท่านคำนึงถึงประชาชนรายเล็กรายน้อย รากหญ้า ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือคำนึงถึงแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ออกมาเอื้อให้ธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วขาย กระท่อมก็คือเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอีก ๑ อย่าง แทนเครื่องดื่มในท้องตลาดที่มีอยู่ ซึ่งมีมูลค่าเป็นหมื่น ๆ ล้านต่อปี ท่านจะตัดช่องทางของคนทั่วไปไม่ให้ทำมาหากินเลย หรือครับ ให้อยู่เฉพาะคนกลุ่มใหญ่ขาย เอาน้ำโหลมาขาย ต้มใบกระท่อมมาขายถูกจับครับ ขายตรงสวนสาธารณะโดนจับ ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท คนจนคนเล็กคนน้อยเรียบร้อยไม่กล้า ที่จะทำอะไรได้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังและต้องคำนึงถึง ประชาชนส่วนใหญ่ และให้ตรงตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ในหลักการและเหตุผลให้ได้ แต่ที่ทำมาในเนื้อในที่ผมเห็นด้วย อ่านดูแล้วเห็นแล้วมันไม่ได้ช่วยเลยครับ มีบางท่านผมเห็น เรื่องโรคเบาหวาน ๒๗๐ เขากินแค่ ๒ เดือน เหลือมาต่ำกว่า ๑๒๐ มันน่าสนใจมาก พืชกระท่อม ดังนั้นถ้าเกิดเราปล่อยให้เขาทำ อย่าไปควบคุม อย่าไปเอาโทษมาชนักติดหลัง เขาปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทำอย่างอื่นได้ ให้เขาปลูกโดยเสรี นิรโทษกรรมที่ลุโทษไปแล้ว อย่าไปควบคุม อย่าไปออกประกาศควบคุม รวบอำนาจไปอยู่ที่กระทรวงการยุติธรรม แล้วออกประกาศโน้นประกาศนี้จนกระทั่งทำอะไรไม่ได้และไปเอื้อต่อกลุ่มทุน ตรงนี้ผมคิดว่า มันออกกฎหมายแบบมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ผมจึงขอให้กรรมาธิการได้โปรดได้แก้ไขนะครับ ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมด้วยครับ