เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายคัดค้านร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม โดยชี้ว่ากฎหมายนี้รวมอำนาจควบคุมคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากพืชกระท่อมเป็นพืชปกติที่ไม่อันตราย และเสนอให้แก้ไขหมวดโฆษณาเพื่อเปิดโอกาสการขายทางออนไลน์และการตลาดที่ชัดเจนแทนการห้ามขายอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจำกัดธุรกิจขนาดเล็ก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมที่ทางรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้เสนอแล้วก็ผลักดันมา ผมทราบดีครับว่าท่านผลักดันมา ว่ากันง่าย ๆ ครับท่านประธาน ผมและท่านเป็นแก๊งกระท่อมในสภาครับ เราเจอกันทุกกรรมาธิการเลย แล้วก็เห็นตั้งแต่ การเอาพืชกระท่อมออกไป ก็มีการได้แลกเปลี่ยนหลายครั้งเกี่ยวกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ซึ่งวันนี้ผมจะมาอภิปรายในมุมมองของผม ซึ่งท่านรัฐมนตรีเองก็น่าจะพอทราบดีอยู่แล้วว่า เป็นเช่นไรครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมพูดตรง ๆ ครับท่านประธาน มันคล้าย ๆ กับ รวมพระราชบัญญัติสรรพสามิต รวมพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอยู่ ในฉบับเดียวกัน ถ้าจะให้เปรียบกระท่อมกับเหล้าเบียร์ คล้าย ๆ กันครับ ก็คือให้อำนาจ ท่านรัฐมนตรีไปออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นกฎกระทรวง อย่างไร แต่โชคดีที่ในมาตราที่บอกให้ท่านไปออกกฎกระทรวงสลับใบอนุญาต แบบอุตสาหกรรมนี้ก็มีห้ามผูกขาดด้วย อันนี้ผมก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ใส่ตรงนี้มาด้วย นะครับ เอาว่าวาระนี้เราจะอภิปรายกันในหลักการ ซึ่งผมต้องขอประทานอภัยจริง ๆ ครับ ท่านประธานว่าผมไม่สามารถเห็นชอบกับพระราชบัญญัติและหลักการนี้ได้ ก็เนื่องจากว่า ผมคิดว่ากระท่อมเป็นพืชปกติธรรมดา มันก็คือต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิกหลายคน ได้อภิปรายไปแล้วว่าจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรขนาดนั้น คือจะบริโภคมากจริง ๆ ต้องบริโภคแบบอันตราย คือต้องเป็นหลัก ๑๐ กิโลกรัม ๒๐ กิโลกรัม ซึ่งคนปกติเขาไม่กิน เราเป็นคนนะครับ เราไม่ใช่ยีราฟ เราจะไปกินกระท่อมได้ ๒๐ กิโลกรัมกันจริง ๆ หรือ ถ้ามีคนบอกว่าแล้วเอากระท่อมไปใส่ยาเสพติด ซึ่งผมอ่านก็มีมาตราบอกว่าถ้ากระท่อม นำไปใส่ยาเสพติดไปต้ม หรือที่เรียกกันว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ก็มีบทกำหนดโทษไว้ ผมถามจริง ๆ ว่าจำเป็นหรือเปล่าครับ เพราะว่ายาเสพติดในตัวมันเองก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ยาบ้า ก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว มันไม่จำเป็นว่าต้องมาใส่กระท่อมหรอกครับ เอายาบ้า เอายาเสพติด ไปชงกับกาแฟมันก็เหมือนกัน กระท่อมไม่ได้มีผลอะไรในตรงนี้เลย แต่เข้าใจความห่วงใยของ ท่าน ผมคิดว่าในเมื่อเราจะปลดล็อกทั้งทีแล้วนี้เราก็ควรปลดล็อกไปเลยทำให้มันเป็น นอร์มอลไลซ์ (Normalize) ไปเลย ถามว่าถ้าเอากระท่อมไปทำยา ทำเป็นแคปซูลแปรรูปก็มี พระราชบัญญัติเกี่ยวกับอาหารและยา อย. อยู่แล้วใช่ไหม ซึ่งถามว่าเราต้องมีพระราชบัญญัติ นี้อีกไหม อันนี้ก็เป็นคำถามครับ ถามว่าห้ามเด็กต่ำกว่า ๑๘ ปีใช้ เราก็มีพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กอยู่แล้ว เราไปแก้ตรงนั้น ไปเพิ่มตรงนั้น ซึ่งผมว่าเป็นแค่การเพิ่ม ในประกาศระเบียบต่าง ๆ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ครับ แต่ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติม หลังจากหลักการก็คือในเรื่องของหมวด ๖ เกี่ยวกับการโฆษณา ผมอยากทิ้งประเด็นตรงนี้ไว้ ว่าการร่างออกมาอย่างนี้มันเป็นปัญหาอย่างยิ่งนะครับ และควรจะแก้ไขอย่างยิ่ง ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการ แล้วก็ถ้าผมไม่มีโอกาสก็ฝากเพื่อนสมาชิกที่ได้ เป็นกรรมาธิการในการไปแก้ไขด้วย อย่างในมาตรา ๒๙ (๕) ห้ามขายโดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ ผมถามจริง ๆ ครับ ห้ามขายทางอิเล็กทรอนิกส์ คือถ้าผมจะซื้อใบกระท่อมนี้ ผมต้องเดินไปซื้อได้อย่างหนึ่ง อันที่ ๒ ผมต้องส่งจดหมายทางไปรษณีย์ไปสั่งซื้อนะครับ ถ้าผม จะขายเมืองนอกผมต้องส่งไปรษณีย์ไทยไปซื้อ ผมอีเมล์ (e-Mail) ไม่ได้เลยครับ อิเล็กทรอนิกส์ ผมโทรศัพท์ไม่ได้ครับ อิเล็กทรอนิกส์ ผมส่งไลน์ (Line) กันไม่ได้ครับ อิเล็กทรอนิกส์ จะเอากันอย่างนี้จริง ๆ หรือ อันนี้คือลอกของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเลย ที่ห้ามขายพวกออนไลน์ (Online) ซึ่งเขาต้องการไม่ให้ขายออนไลน์ (Online) เพราะว่าตรวจอายุไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า ทางอิเล็กทรอนิกส์ บังคับอย่างไรก็จับได้หมด ไลน์ (Line) ส่งหากันก็โดนจับหมดล่ะครับ อย่างนี้ถามว่าอันนี้มันได้จริง ๆ ไหม แล้วในมาตรา ๓๐ เกี่ยวกับเรื่องของการโฆษณา ผมถาม จริง ๆ ครับว่าการโฆษณากระท่อมโดยมีวัตถุประสงค์จูงใจสาธารณะให้บริโภคกระท่อม น้ำต้มกระท่อม หรือว่าเอากระท่อมไปปรุงกับยาเสพติด ถามจริง ๆ ครับ มันจะเหมือนตอนที่ โพสต์ (Post) รูปภาพเบียร์ โพสต์ (Post) รูปขวดเบียร์ แก้วเบียร์ลงโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเปล่า อะไรคือโฆษณา ใครคือคนโฆษณา ควรระบุไหมว่าคนขายคือผู้โฆษณา หรือว่าควรจะโฆษณาได้ทางไหนบ้าง อันนี้จะดีกว่าหรือเปล่า หรือว่าจริง ๆ แล้วถ้าจะให้ อำนาจท่านรัฐมนตรีไปกำหนดเป็นกฎกระทรวง ก็เอาเรื่องนี้ไปกำหนดเป็นกฎกระทรวงให้ ชัดเจน คือบังคับว่าจริง ๆ แล้วเราต้องโฆษณาได้ ไม่อย่างนั้นธุรกิจรายเล็ก มันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร สุดท้ายธุรกิจรายใหญ่เท่านั้นล่ะครับที่มีปัญญาในการทำการตลาด ทางอ้อม รายเล็ก ๆ ไม่มีอำนาจไปเสียค่าปรับ ไม่มีเงินไปเสียค่าปรับหรอกครับ ดังนั้น ผมจึงแนะนำในเรื่องของการโฆษณา ก็คือเราควรจะจำกัดอายุของสื่อให้เห็น อย่างเช่น ถ้าออนไลน์ (Online) ก็ควรจะเข้าเว็บไซต์ (Website) ไป มีกำหนดอายุว่า ๑๘ ปีใช่ไหมครับ ถึงจะเข้าไปดูได้ในเว็บ (Web) ของกระท่อมอะไรก็ว่ากันไป แล้วควรจะมีขั้นต่ำของเงินหรือ เขาเรียกว่าทุนในการที่จะโฆษณาให้เท่ากันไปเลย เพื่อป้องกันรายใหญ่ในการโหม ทำการตลาด ถ้าคิดว่ากระท่อมมันแย่ ซึ่งผมไม่คิดว่ากระท่อมมันแย่นะครับ ตรงนี้นี่เอง ด้วยหลักการที่เราจะมาจำกัดพืชที่ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ถ้าใช้อย่างธรรมชาติ แล้วก็ถูกวัตถุประสงค์ อีกทั้งยังมีพระราชบัญญัติกฎหมายอื่นที่ควบคุมดูแลอยู่แล้วด้วย ผมจึงไม่สามารถเห็นชอบในหลักการนี้ได้ครับ ถ้าเราเห็นชอบกับหลักการนี้วันหลังก็เสนอ อันนี้กันดีกว่าครับ พ.ร.บ. ควบคุมกาแฟ พ.ร.บ. ควบคุมชา พ.ร.บ. ควบคุมน้ำเปล่า เพราะทุกอย่างมันเยอะไปมันก็ไม่ดีหมดล่ะครับ ขอบคุณครับท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ