ศุภชัย ใจสมุทร หารือการควบคุมพืชกระท่อมภายใต้ร่างกฎหมายใหม่ โดยสนับสนุนการนำออกจากยาเสพติด แต่เน้นให้การกำกับดูแลเอื้อต่อการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจและประโยชน์ทางการแพทย์ พร้อมเสนอให้ควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์เพื่อคุ้มครองศักยภาพเชิงวิทยาศาสตร์และป้องกันการใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะกับเยาวชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอบคุณโดยเฉพาะเจาะจงไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เมื่อท่าน ได้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วท่านก็ได้เห็นว่าเรื่องพืชกระท่อม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อจะแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะสิ่งที่เราเองต้องยอมรับก็คือว่าดูเหมือนว่าประเทศไทยเองนั่นล่ะเป็นประเทศแรกที่มี การประกาศควบคุมการใช้พืชกระท่อม โดยตราพระราชบัญญัติพืชกระท่อมมาตั้งแต่ ปี ๒๔๘๖ ซึ่งระบุห้ามการปลูกและครอบครอง รวมทั้งห้ามจำหน่ายและเสพใบกระท่อม จนมาถึงปี ๒๕๒๒ กระท่อมก็ถูกบรรจุไว้ให้เป็นยาเสพติดประเภท ๕ มาตั้งแต่ตอนนั้น ทั้ง ๆ ที่ ความจริงก็คือไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าพืชกระท่อมมีผล ที่จะก่อให้เกิดการเสพติดเช่นยาเสพติดประเภทอื่น เช่น พืชฝิ่น แล้วก็จริง ๆ ก็คือ นานาอารยประเทศหรือสากล หรือยูเอ็น (UN) เองก็ไม่ได้มีการบรรจุให้กระท่อมเป็นยาเสพติด หรือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และเทศไทยเราก็ดำเนินรักษาความเป็นยาเสพติดของพืชกระท่อม มาโดยตลอด จนกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพืชซึ่งเติบโตมาพร้อม กับการเกิดของคนแถวนั้น โดยเฉพาะอย่างทางภาคใต้ ผมเป็นจังหวัดตรังผมก็เห็นพืชกระท่อม มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วคนก็ได้เคี้ยวแล้วก็ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องของ กระท่อมกันมามากขึ้น เราก็พบว่าจริง ๆ พืชกระท่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีความ หลากหลายทางชีวภาพ มีศักยภาพที่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ มีสาระสำคัญอยู่หลายสาร ซึ่งผมคิดว่าหลายท่านก็คงทราบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไมทราไจนีน (Mitragynine) ไดนีน (Dynein) ซึ่งในที่สุดแล้วแพทย์แผนปัจจุบันก็ได้พบว่าสารที่อยู่ในนี้ จะเป็นประโยชน์ในการที่จะสามารถพัฒนาและวิจัยนำมาใช้ในประโยชน์ในทางการแพทย์ เพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาทางแพทย์แผนไทย แล้วก็เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน เราก็เห็นว่าในที่สุด สิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้ผลักดันจนเอาพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดมาได้ ซึ่งผมคิดว่านี่คือเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ สิ่งที่ต้องมองกันเป็นโจทย์อันสำคัญก็คือว่าในที่สุดแล้วการที่เราให้พืชกระท่อมออกมาจาก ความเป็นยาเสพติด สิ่งที่ท่านกำลังเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร มันก็เป็นกลไกอีกกลไกหนึ่งที่ดูเสมือนว่ารัฐก็มีมุมมองเหมือนว่าพืชกระท่อมเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องเข้ามาควบคุม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับผมนะครับ ถ้าท่านจะสามารถควบคุมโดยใช้กลไกที่ถูกต้องและเป็นธรรมและเป็นความสะดวกสบายต่อ พี่น้องประชาชนในการที่จะมีวิถีชีวิต ดำรงชีวิตต่อไปได้กับพืชกระท่อม ในขณะเดียวกันก็คือ สามารถที่จะส่งเสริม สนับสนุนให้พืชกระท่อม ซึ่งบางประเทศ อาทิเช่น ใกล้เคียงกับเรา อาเซียน (ASEAN) อย่างอินโดนีเซีย พืชกระท่อมผมเชื่อว่าท่านก็ทราบนะครับว่าวันนี้เป็นพืช เศรษฐกิจตัวหนึ่ง วันนี้คำถามของเราก็คือว่าหากว่าเราจะทำให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ การปลูกในเชิงอุตสาหกรรมก็มีการกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอเข้ามามันควร ที่จะเป็นการควบคุมโดยสามารถที่จะเป็นการอำนวยความสะดวก แต่ไม่ใช่เป็นข้อขัดข้อง อุปสรรคที่ไม่สามารถที่จะส่งเสริมให้พืชกระท่อมอันเป็นพืชที่ควรจะเป็นพืชเศรษฐกิจของเรา กลับสะดุดหยุดลง ไม่สามารถที่จะเติบโตในทางเศรษฐกิจได้ด้วยเหตุผล เพราะมีกฎเกณฑ์ เข้ามาควบคุม การขออนุญาตไม่ได้เป็นไปด้วยความสะดวก แต่ในทางกลับกันอาจจะมีความ ยุ่งยากและลำบาก ซึ่งในที่สุดแล้วความคาดหวังที่เราจะได้ตรงนี้มันก็จะมีผลกระทบ แน่นอนครับสิ่งที่ท่านเองเข้ามาควบคุมในเรื่องของเยาวชนหรือเด็กที่จะต้องเข้ามาควบคุม ในเรื่องของการที่เยาวชนหรือเด็กจะไม่ต้องนำเอายาเหล่านี้ พืชกระท่อมไปผสมกับตัวยาอื่น เพื่อจะนำไปเสพเป็นยาเสพติดชนิดอื่น เป็นการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าสู่ยาเสพติด อย่างกระท่อมก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แล้วก็สามารควบคุมได้ แต่สิ่งที่ผมยังยืนยันว่าเมื่อเรา กำลังจะมองเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์คือสารที่อยู่ในกระท่อมเป็นสิ่งที่สามารถที่จะนำเป็น ประโยชน์ในเชิงทางการแพทย์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดผมคิดว่าเรื่องหนึ่งซึ่งท่านเองไม่ทราบจะ ดำเนินการอย่างไรได้ในกฎหมายฉบับนี้หรือในฐานะท่านเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ในการควบคุม ผมอยากจะเสนอให้ท่านได้มีการไปควบคุมแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์ของมัน เลยครับ ท่านสามารถที่จะควบคุมเรื่องเมล็ดพันธุ์ได้ไหม ถ้าเรารู้ว่าวันนี้มันมีสารที่อยู่ในนี้ และเป็นประโยชน์ในเรื่องของการนำเอามาเป็นทางการแพทย์ เราจะทำอย่างไรให้สารที่มี ในเมล็ดพันธุ์เมื่อไปปลูกแล้วมันมีสารที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากและเป็นประโยชน์ เพราะ ในที่สุดแล้วถ้าท่านจะเอาไปผลิตเป็นยา ไม่ว่าจะเป็นยาเพื่อที่จะแก้เรื่องเบาหวานหรืออะไร ก็ตาม สิ่งเหล่านั้นถ้ามีการสืบย้อนกลับไปเห็นว่าพันธุ์ใดที่มีคนปลูก และปลูกแล้วพันธุ์นั้น มีสารตัวนี้อยู่มาก ผมว่าแทนที่เราจะปล่อยปละละเลย ท่านก็ไปควบคุมตรงนั้นด้วยก็น่าจะ สามารถเป็นประโยชน์และมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจยิ่งกว่าที่จะปล่อย ใครอยากจะปล่อย ใครอยากจะปลูกพันธุ์ไหนก็ปลูก พันธุ์ไหนก็ปล่อยปละละเลยไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตที่จะเรียนท่านว่าเราปลดล็อกแล้ว กำลังจะออกกฎหมายเข้ามาคุม ก็ขอให้ว่าเราจะทำอย่างไรให้องค์เภสัชกรรม หรือมหาวิทยาลัย หรือภาคอุตสาหกรรมที่จะ เข้ามาลงทุนในเรื่องนี้ในอนาคตสามารถที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารก็ดี เครื่องดื่มก็ดี หรือยารักษาโรคที่มาจาก พืชกระท่อมสามารถที่จะเป็นประโยชน์สร้างมูลค่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตอีกด้วย ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานตามเวลาที่มีอยู่แค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ