กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ วิพากษ์แผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะในด้านระบบสาธารณสุข ทรัพยากรน้ำ การจัดสรรงบประมาณ และปัญหาความเหลื่อมล้ำ ชี้การจัดสรรงบด้านสุขภาพยังต่ำกว่าเป้าหมายแม้ตั้งไว้ที่ร้อยละ 17 และเรียกร้องให้ปรับการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสนอแนวทางลดบทบาทส่วนกลาง เพิ่มการลงทุนในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสาน และผลักดันความสมดุลในการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการรายงานแผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งทั้ง ๒ เล่มนี้ต้องบอกว่าทางสภาพัฒน์ทำมาได้สวยงาม แต่ว่าเรื่องเนื้อหา นี้ผมยังมีปัญหาอยู่ ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องระบบสาธารณสุข เรื่องทรัพยากรน้ำ เรื่องการเหลื่อมล้ำ แล้วก็เรื่องการปฏิรูประบบบริหารงบประมาณนะครับ ด้านสาธารณสุข ด้านสุขภาพนี้ในแผนปฏิรูปที่ ๑๐ ของระบบสุขภาพบอกว่า มีเป้าหมายให้บรรลุ ในปี ๒๕๖๕ คือรายจ่ายสุขภาพรัฐที่เหมาะสม อันนี้ผมดีใจนะครับ เพราะว่าปีที่แล้วผมได้อภิปรายว่า งบประมาณภาครัฐที่เกี่ยวกับระบบสุขภาพที่เหมาะสม คือ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านก็เอามาใส่ ในรายงานฉบับนี้ แต่ในข้อเท็จจริงก็คือว่าทางรัฐบาลไม่ได้เข้าใจเลยว่า นี่คือเป้าหมาย เพราะระบบสาธารณสุขตอนนี้งบสาธารณสุขในปี ๒๕๖๕ นี้ ๓๓๙,๐๗๔ ล้านบาท เทียบเป็นเงินกับงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ นี้คือ ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ยังห่างไกลจาก ๑๗ เปอร์เซ็นต์อีกมาก นี่คือประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ แล้วก็ที่เหมาะสมก็บอกว่า ไม่น้อยกว่า ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) อันนี้ก็เรียกว่ายังห่างไกล ประเด็นคืองบ ต้องมากขึ้น แต่เงินก้อนเดียวกันนี้ผมจะพูดในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณของ ภาครัฐที่ให้เกิดความเหมาะสม เงินมี เรียกว่าไม่น้อยไม่มาก แต่ว่าการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของรัฐ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องของระบบสุขภาพนี้เรายังเห็นว่าปัญหาของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต. โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาล ชุมชนนี้ยังขาดแคลน ประชาชนยังล้นเตียงนะครับ คือไปที่โรงพยาบาลไหน ทางอีสานก็จะ เห็นว่าเตียงคนนอนระเบียงอะไรต่าง ๆ แต่ดีนะครับ อีสานนี้ยังนอนระเบียง แต่ว่า ไม่มีการปฏิเสธคนไข้นะครับ คือไม่มีบอกว่าเตียงเต็มเหมือนกรุงเทพฯ คือผมอยู่ใน โรงพยาบาลมหาสารคาม คนไข้มาเท่าไร มาจำนวนเท่าไร เรารับหมด เพราะว่านี่คือสิ่งที่ เราทำกันมาตลอดในการบริการประชาชน แต่ว่า รพ.สต. ก็ยังไม่เพียงพอเหมือนกัน งบฟิกคอสต์ (Fix Cost) อะไรต่าง ๆ มากมาย จะสร้างตึกสำนักงบประมาณก็ให้เฉพาะตัวตึก งบอุปกรณ์การแพทย์ งบอื่น ๆ เตียงไม่มี งบบุคลากรไม่มี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ทำอย่างไรครับ รพ.สต. ก็ขาด โรงพยาบาลก็ขาด ก็ต้องไปทำผ้าป่า ซึ่งอันนี้ก็เรียกเป็นประจำของระบบ สาธารณสุขเราคือผ้าป่าในการแก้ปัญหา แต่ที่น่าเสียใจก็คือว่าเงินที่เราไปใช้อย่างอื่น ที่จำเป็นน้อยกว่ากลับไปใช้ เรียกว่าเสียดายงบประมาณ ผมไม่อยากจะบอกว่าสิ่งที่จำเป็น มากกว่าคือเรื่องระบบสาธารณสุข ระบบพวกนี้ผมมองว่ายังมีสิ่งอื่นที่จำเป็นน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม หรือบางทีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ชิมช้อปใช้ งบคนละครึ่งนี้ ถามว่าดีไหม ดี แต่ว่าจำเป็นกว่าเตียงกับสิ่งที่จำเป็นกับระบบสาธารณสุขไหม ผมว่าเทียบเท่าไม่ได้นะครับ ก็เสนอในการจัดสรรงบประมาณในการบริหารเรื่องของแผน ให้ได้มากขึ้นถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ส่วนการปฏิรูประบบสาธารณสุขอีก เรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้เข้ามาในรายงานฉบับนี้ ก็คือว่างบในการบริหารสาธารณสุขนี้จะต้อง ลดส่วนกลางลง แล้วก็เพิ่ม เพื่อเอาเงินนี้ไปเพิ่มในส่วนบริการ หลายคนบอกว่ากระทรวง สาธารณสุขประเทศไทยอาจจะใหญ่ที่สุดในโลกนะครับ เช่นเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ ก็เช่นเดียวกันก็อาจจะใหญ่ที่สุดในโลกนะครับ ทำอย่างไรเราจะลดส่วนกลางลงให้เป็นสมาร์ต แอนด์ สมอลล์ (Smart and Small) โดยใช้ ประสิทธิภาพให้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ท่านจะต้องทำในแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนปฏิรูป ประเทศว่าเราจะลดส่วนกลางลงอย่างไร เพื่อจะเอาเงินที่มีอยู่น้อย มีอยู่จำกัดนี้ไปให้ ประโยชน์ที่มากกว่าในส่วนพื้นที่ เช่น ครูที่ไม่ได้สอนอาจจะมากกว่าครูที่ได้สอน ซึ่งตรงนี้ งบในการจัดการควรจะน้อยกว่านี้ ควรจะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ ทางคณะกรรมการในเรื่องของการบริหารแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาตินี้จะต้องไป คำนึงถึง คือการลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนพื้นที่ลง แล้วเรื่องของการปฏิรูประบบบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ แล้วก็แผนปฏิรูปแผนยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ อันนี้ผมขอนำเรียนว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากระบบชลประทาน คนอีสานระบบชลประทาน ที่ผมจำได้คือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ระบบชลประทานของพื้นที่ แต่ภาคกลาง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ รายได้ภาคอีสานแปลตามน้ำเลยนะครับ น้อยกว่าภาคกลาง ๓ เท่า นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทำไมเราไม่ให้น้ำกับคนอีสาน เรื่องแจกเงิน เรื่องอะไรไม่สำคัญเท่าเรื่องของการให้น้ำนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำถือว่าต้องเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ หรือความสำคัญแรก ๆ ที่รัฐจะต้องมาจัดการ โดยการที่จะให้การเพิ่มระบบชลประทาน ในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ขาดแคลนกว่าคนอื่น ก็คือระบบชลประทานให้อีสานก่อนได้ไหม เพิ่มเงินให้ตรงนี้ก่อนได้ไหม ให้เขาทัดเทียมกับภาคอื่น ๆ ก่อนได้ไหม ภาคอื่นก็อาจจะต้อง น้อยลงอะไรอย่างนี้นะครับ แล้วก็การปฏิรูปประเทศเรื่องของการปฏิรูประบบงบประมาณ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ระบบชลประทาน บางทีเรายังมีความจำเป็น ถนนในชนบทมี ความจำเป็น ระบบสาธารณสุขมีความจำเป็น แต่เราไปให้น้ำหนักโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) อีอีซี (EEC) รถไฟฟ้า รถความเร็วสูง โพรเจกต์ (Project) ใหญ่ ๆ ก็นำเรียน ด้วยความเคารพว่าดุลยภาพในการบริหารจัดการงบประมาณนี้จะต้องมีระหว่างการพัฒนา ชนบทกับการพัฒนาในเมือง แล้วชนบทนี้ในอนาคตก็จะเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ ก็นำเรียนว่าท่านต้องทำแผนในการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อให้เกิดดุลยภาพ ในการพัฒนาประเทศระหว่างชนบทกับเรื่องของเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) หรือความสามารถในการแข่งขันให้มีความเหมาะสม ขอบคุณครับ