กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายเกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศและข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปประเทศใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและยังไม่ก่อให้เกิดผล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่เมื่อสักครู่ท่านได้ย้ำไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มาชี้แจง ในสภาในวันนี้ ให้ความสำคัญกับการอภิปรายข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้อภิปราย ก่อนหน้านี้ เพราะผมมีความรู้สึกว่าเวลาเป็นวาระรายงานการรับทราบ เหมือนกับ เป็นที่ระบายของ ส.ส. เป็นที่ระบายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้สิทธิในการอภิปราย เพื่อเสนอแนะ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีอะไรคืบหน้า ผมเคยอภิปรายในเรื่องแผนปฏิรูป ประเทศก่อนหน้านี้ เพราะการมาชี้แจงของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศต่อสภาแห่งนี้ ผมถือว่าคณะกรรมการคือตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องรายงานทุก ๓ เดือน และในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีมาแจ้ง ต่อสภาให้ทราบถึงความคืบหน้าตลอดระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อดที่จะอภิปรายเกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ฝากไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศผ่านท่านประธาน เพราะผมเห็นว่าการปฏิรูปประเทศ ยังไม่เป็นไปตามหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้เอาหลักการหรือไม่ได้เอาทฤษฎีอื่น เลยครับ ผมเอาหลักการตามรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ในมาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๕๘ เป็นตัวตั้ง ผมว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการปฏิรูป ประเทศยังไม่ได้เกิดผล ตามมาตรา ๒๕๘ เพราะรัฐธรรมนูญเขาบอกว่า การปฏิรูปประเทศ ต้องทำให้เกิดผล ใช้คำนี้เลยนะครับ แต่เท่าที่ดูที่ผ่านมาโดยเฉพาะกับพี่น้องผมตัวชี้วัดง่าย ๆ เลย ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านเศรษฐกิจ ๒-๓ ปีหลังก็ยังเป็นคนยากจนที่สุดในประเทศ ผมไม่รู้ว่าท่านมีแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดอย่างไร ด้านการศึกษาก็ต่ำสุดของประเทศมากี่ปีแล้วครับ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๕๗ นั่นคือมีความสงบสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไร ผมถึงบอกว่าการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการที่มีอยู่ยังไม่ได้ตรงตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และยังไม่ก่อให้เกิดผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นี้นะครับ ประเด็นปัญหาความขัดแย้งใน ๓ จังหวัด มีมาตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี ความไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นคำหนึ่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๗ เจตนารมณ์เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำก็ยังคงมีอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายที่มีอยู่ แผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ แล้วก็ด้านกระบวนการยุติธรรมที่ท่านจะขจัด ความเหลื่อมล้ำมันก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมดูรายงานแผนปฏิรูปประเทศในหนังสือ ฉบับนี้ ผมผิดหวังครับ เพราะปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นปัญหาหนึ่ง ของประเทศ เพราะแม้แต่งบประมาณยังมีการแยกเป็นงบบูรณาการเฉพาะ แต่ในส่วนของ แผนปฏิรูปประเทศ รายงานที่ท่านเขียนความคืบหน้า ๓ เดือนนี่นะครับไม่มีการกล่าวถึง ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในด้านกฎหมายและด้านกระบวนการยุติธรรมเลย เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งตั้ง กระทู้สดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมาย พิเศษใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทราบไหมครับว่าพี่น้องเราใน ๓ จังหวัดถูกปกครอง โดยมีกฎหมายพิเศษทั้งกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา ๑๗ ปี ผมไม่รู้ว่า ในคณะกรรมการปฏิรูปของท่านนี้ท่านได้มีการหยิบยกปัญหา ทบทวนกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่อย่างไร เพราะในรายงานของท่านไม่มีกล่าวถึงเลย ท่านประธานครับ ผมเรียนต่อท่านประธานว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความไม่เป็นธรรมของ การบังคับใช้กฎหมายยังคงมีอยู่ในพื้นที่ แม้ตอนนี้ข่าวโควิด (COVID) จะกลบเรื่องเหล่านี้ เพราะอะไรเป็นตัวชี้วัดครับ ยังมีพี่น้องในพื้นที่ที่ยังไม่เข้าใจกฎหมายพิเศษที่ได้รับผลกระทบ ยังเดินเข้ามาหาผมอยู่อีกเป็นจำนวนมาก มันเกิดวิวัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมาย จนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่เป็นกฎหมายพิเศษและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิด ปัญหาในวันข้างหน้า ท่านอย่าเอาจำนวนสถิติที่ลดลงเป็นตัวชี้วัด เพราะสิ่งที่เกิดความไม่เป็นธรรม กับในพื้นที่มันสามารถที่จะก่อตัวให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นในอนาคต แล้วก็ผมหวังว่า รายงานของคณะกรรมการในอีก ๓ เดือนข้างหน้านี้จะมีความคืบหน้าในเรื่องของ การทบทวนการบังคับใช้กฎหมายหรือในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยครับ ขอบคุณครับ