มานพ คีรีภูวดล หารือถึงความจำเป็นในการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง โดยเน้นให้เห็นปัญหาการรวมศูนย์อำนาจ การขาดกลไกกระจายอำนาจ และการไม่สามารถเข้าถึงงบประมาณและสิทธิของประชาชน 15 ล้านคนในพื้นที่ของรัฐ พร้อมเสนอให้ใช้ตัวชี้วัดผลลัพธ์ในเชิงพื้นที่แทนการประเมินตามหน่วยงานราชการเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ด้านบรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ มันเป็นบทบาทหน้าที่ที่ผมอยู่ในส่วนของนิติบัญญัติ ที่จะต้องแสดง ความเห็นเสนอแนะในเรื่องรายงานของส่วนต่าง ๆ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ครับ ผมได้ติดตาม มาตลอดเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็เรื่องการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ทั้งหมดมีอยู่ ๒๓ ด้านนะครับ ถ้าจะทำให้ยุทธศาสตร์บรรลุเป้าหมายก็ต้องมีการปฏิรูปใช่ไหมครับ ในขั้นตอนเป็นอย่างนั้น เรื่องปฏิรูปผมดูแล้วโดยเป้าหมายนี้สำคัญนะครับ แล้วก็ผมคิดว่า ในตัวหนังสือค่อนข้างที่จะดูดีมากเลยนะครับ เราพูดถึงเรื่องความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ เราพูดถึงเรื่องความสุขความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียม เราพูดถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่มี ความสุข ท่านประธานครับ มีอยู่ทั้งหมด ๑๒ ด้าน ทีนี้ผมพยายามจินตนาการว่า ๑๒ ด้านนี้ มันจะไปแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะสื่อสารให้กับคณะกรรมการที่ยกร่างเรื่องของการปฏิรูปประเทศนี้ว่า ผมยกตัวอย่างความเหลื่อมล้ำนี้ เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับมากเลยที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของผู้คนแล้วก็พื้นที่ ผมนึกภาพไม่ออก ๑๒ ด้าน มันจะไปบูรณาการกันในพื้นที่อย่างไร เพราะว่าเราไม่มีกลไกกระจายอำนาจหรือระบบตัดสินใจในพื้นที่ เราจะมีระบบสนับสนุน งบประมาณอย่างไรที่มันนำไปสู่เป้าหมายจริง ๆ เพื่อแก้ปัญหาจริง ๆ ทั้ง ๑๒ ด้าน ผมดูแล้ว ก็คือว่ามันเป็นแผนของหน่วยงาน แผนของส่วนราชการว่าแต่ละหน่วยงานจะทำอะไร ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน เรามีท้องถิ่นในประเทศไทยนี้ไม่สามารถเข้าถึงงบประมาณ แผ่นดินได้ในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นงบประจำปีหรืองบพิเศษของรัฐบาล ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะ เป็นงบประมาณโคก หนอง นา โมเดลอย่างนี้ครับ ท่านนายก อบต. ก็บอกว่าทำไป ๑๒ โครงการอย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะว่าอยู่ในเขตป่าเห็นไหมครับ อันนี้คือปัญหาหลัก เรามีพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐไม่น้อยกว่า ๑๕ ล้านคน ทั้งที่ดินของอุทยาน ป่าสงวน ราชพัสดุ หรือที่ดินอื่น ๆ ของรัฐ เมื่อที่ดินเหล่านี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายงบประมาณประจำปี อย่างปีนี้ ๓.๑ ล้านล้านบาท บวกกับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกู้นี้ไม่เคยถึงมือของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ยุทธศาสตร์ที่เราบอกว่า ๒๓ ยุทธศาสตร์ ด้านสังคมก็ดี เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ แผนปฏิรูปในด้านสังคมก็ดี เรื่องกฎหมายก็ดี ผมคิดว่าถ้าท่านไม่ไปแตะโครงสร้างที่เป็น ปัญหาอยู่ตอนนี้ ๑๒ ด้านอย่างไรมันไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงหัวใจของปัญหาของ ประเทศชาติได้ คน ๑๕ ล้านคนที่ไม่มีอาวุธหรือเครื่องไม้เครื่องมือหรือสิทธิที่เท่าเทียมกับคน ทั่วไปจะเข้าถึงระบบ มันจะเข้าถึงอุดมคติหรือว่าความฝันของท่านในร่างนี้ได้อย่างไร เมื่อเขา ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานเสมือนคนทั่วไปได้ เราละเลยตรงนี้และในกระบวนการ หรือเครื่องมือที่มีอยู่ผมไม่เห็นนะครับ ไม่ว่ากฎหมายแต่ละส่วนมันจะไปบูรณาการในพื้นที่ อย่างไร สุดท้ายแล้วก็คือว่าส่วนราชการที่ถือกฎหมายก็ต้องเอางบประมาณและแผนงาน ตัวเองเป็นตัวตั้ง ช่วงท้ายนี้ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะเห็น การปฏิรูปประเทศ ท่านจะไปดูกฎหมายกี่ฉบับกี่หมวดแล้วแต่นะครับ ผมอยากจะเห็น ตัวชี้วัดในเชิงพื้นที่ ไม่ใช่ตัวชี้วัดของหน่วยงานว่าราชการกรมนี้ กระทรวงนี้ ได้งบไป กี่หมื่นล้านบาท ได้ทำอะไรไปบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ที่ผ่านมาเราก็ดูอย่างนี้ครับ มันเป็นตัวชี้วัดของ ส่วนราชการซึ่งเป็นพนักงานตาม พ.ร.บ. พนักงานตามกฎหมายฉบับ ๑ ๒ ๓ ๔ แล้วแต่ละ กระทรวงที่มีอยู่ แล้วก็บอกว่าเกิดอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ แต่มันไม่สามารถจะเห็นผลชี้วัดในเชิงพื้นที่ อันนี้คือปัญหาครับ ผมอยากจะเห็นระบบกระจายอำนาจนะครับ เพราะว่าทั้งหมดที่ลงมา เป็นแท่ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรม ก ข ค ง ที่ลงไป สุดท้ายก็คือไปทำงานเหมือนแย่งกัน จะทำอย่างไรให้หน่วยงานที่เป็นฝ่ายถืองบประมาณภายใต้ ๒๓ ยุทธศาสตร์นี้ให้ไปปรากฏใน พื้นที่ซึ่งจะต้องมีตัวชี้วัดในพื้นที่ครับ ระบบตัดสินใจกระจายอำนาจผมอยากจะเห็นอยู่ใน ระดับจังหวัด หน่วยงานภูมิภาค หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ อย่างจังหวัด เชียงใหม่นี้มีพื้นที่ ๑๓ ล้านไร่ มีประมาณเกือบร้อยหน่วยงานมีประชากรประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน จะเอาอย่างไรว่าจังหวัดเชียงใหม่นี้ภายใต้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวชี้วัดของมันคืออะไร ด้านทรัพยากร ด้านอาชีพ ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม แต่ถ้ามาเป็นแท่ง ๆ อย่างนี้ผมคิดว่าอย่างไรประชาชนก็ไม่ไปถึงนะครับ สุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าการปฏิรูปประเทศ ตัวชี้วัดที่สำคัญในทัศนะของผม ผมอยากจะฝาก ไปถึงคณะกรรมการที่ยกร่างนะครับ วันนี้เราบอกว่าที่มันเดินไม่ได้ก็คือระบบราชการมันแข็ง มีระเบียบเยอะแยะ มีการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง ทุกอย่างก็อยู่ที่ส่วนกลางมันก็เลย ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ปัญหาการรวมศูนย์ซึ่งมันอยู่ในรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอสำคัญก็คือว่า ถ้าจะปฏิรูปประเทศ ก็คือว่าในเนื้อหาการปฏิรูปประเทศจะต้องเขียนให้ชัดเจนเลยว่าจำเป็น จะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน อย่างนี้ผมถือว่า เป็นเนื้อหาการปฏิรูป ซึ่งถ้าดูเอกสารผมถามว่ามันดีไหมครับ รูปเล่มก็ดีครับท่านประธาน เนื้อหาหลายตัวก็ดีครับ แต่ว่าถ้าจะตอบยุทธศาสตร์ ๒๓ ข้อ แผน ๑๒ ด้านเหล่านี้ ผมคิดว่า มันไปไม่ถูกทางนะครับ ผมอยากจะเห็น อันที่ ๑ ก็คือตัวชี้วัดในเชิงพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีระบบ กระจายอำนาจ อันที่ ๒ ก็คือว่าจะต้องมีการบูรณาการในทางงบประมาณ ซึ่งการบูรณาการนี้ ก็คือใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใหญ่ที่สุดก็คือว่าเมื่อเห็นว่าปัญหาของประเทศนี้ถ้าจะปฏิรูปกันจริง ๆ ก็คือมันอยู่ในโครงสร้างอำนาจคือรัฐธรรมนูญ ท่านก็เขียนไปเลยครับว่ารัฐธรรมนูญจะต้องมี การปรับแก้ แก้ไข หรือจัดทำใหม่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือระบบ สสร. ที่เราเคย มีมาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน