พิมพ์รพี จี้บีโด ปรับงบฯ สนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพและเสนอให้ปรับงบประมาณของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (บีโด) ให้สอดคล้องกับภารกิจ เน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ วันนี้ดิฉันพูดประเด็นเรื่องของแผน ปฏิรูปประเทศมองในประเด็นเล็กที่สุด เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ หรือไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) ซึ่งเราพูดอยู่เสมอว่านี่คือความยั่งยืนและเป็นปัญหาที่เราต้องพัฒนาและตอบ โจทย์ประเทศของเราให้ได้ จากเอกสารที่ทำมาค่ะ เขียนว่าความหลากหลายชีวภาพมี ประเด็นที่ต้องปฏิรูปมีตั้ง ๖ เรื่อง เรื่องแรก ในเรื่องของกลไกทางด้านกฎหมาย คือ พ.ร.บ. เรื่องที่ ๒ คือการปฏิรูปผ่านระบบการวิจัย เรื่องที่ ๓. เรื่องของข้อมูล ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศเพื่อการอนุรักษ์ ขีดเส้นใต้ค่ะ คุ้มครองใช้ประโยชน์ และแบ่งปันประโยชน์ที่เป็นธรรม มีการจัดทำคลังข้อมูลความหลากหลายของประเทศ โดยสำนักงานที่ชื่อว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ชื่อเล่นชื่อ บีโด (BEDO) เรื่องที่ ๔ ปฏิรูประบบและเครือข่ายฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ครอบคลุม และเรื่องที่ ๕ ปฏิรูปบุคลากร เรื่องที่ ๖ กลไกรองรับประโยชน์ ท่านประธานคะ ที่เราจะดู ก็คือว่าปัญหาคืองบประมาณแผ่นดินนี้ตอบโจทย์ไหมคะ ความหลากหลายทางชีวภาพนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน เราไม่ต้องขายข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม ยางพารา ข้าวโพดอีกต่อไป เราสามารถขายจุลินทรีย์ เราสามารถ ขายเห็ด ขายสาหร่าย ขายพริกแกง ขายสมุนไพร ขายแมลงเป็นสินค้าส่งออก ซึ่งเข้าสู่ นิวเอสเคิร์ฟ (New S-Curve) แต่ท่านประธานคะ งบประมาณแผ่นดินของบีโด (BEDO) ลดลงจาก ๑๒๓ ล้านบาทในปีที่ผ่านมาเหลือ ๑๑๗ ล้านบาท แล้วงบสำคัญที่สุดคืองบพัฒนา ยุทธศาสตร์ สร้างความเติบโตยั่งยืน อนุรักษ์ฟื้นฟูต้องการลดจาก ๖๒ ล้านบาท เหลือ ๑๙ ล้านบาทท่านประธานคะ แล้วงบแค่นี้มันจะแบกภารกิจอันหนักหนาเข้าไป ได้อย่างไร ถ้าประเทศไทยมีถอบแถบสมุนไพรในป่าไม้ แต่ถ้าไม่สามารถจดทะเบียน ในอาร์เซ็ป (RCEP) ในอาร์ซีอีพี (RCEP) ได้สุดท้ายสิทธิบัตรต่าง ๆ ก็จะหายไปหมดค่ะ เราไม่สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของของทรัพยากรธรรมชาติเราได้เลย งบประมาณ ท่านประธานคะ งบประมาณในเรื่องของการดูแลพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าได้ ๑๘ ล้านบาท ลดลงอย่างมหาศาล งบประมาณในการจดทะเบียนพันธุ์พืชเหลือแค่ ๑ ล้านบาท และสิ่งต่าง ๆ นี้จะตอบโจทย์ประเทศได้อย่างไรท่านประธานคะ งบประมาณสร้าง ความเข้มแข็ง วิสาหกิจชุมชนชีวภาพเหลือแค่ ๑๐ ล้านบาท แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย งบประมาณสร้างความเติบโตยั่งยืน องค์กรชุมชนเหลือแค่ ๓ ล้านบาท มันไม่ตอบโจทย์ค่ะ มันเหมือนกับผิดฝาผิดตัว และบีโด (BEDO) เองก็ไม่สามารถแบกรับหน้าที่หลักอันใหญ่โตนี้ ได้ ลองหลับตาคิดดูว่าวันนี้ที่เราต้องการให้ปลูกป่าทั้งประเทศ ดิฉันถามว่าปลูกป่าทั้ง ประเทศนี้ชาวบ้านจะกินอะไรคะ ชาวบ้านไม่ปลูกหรอกค่ะ ชาวบ้านปลูกปาล์ม ปลูกยาง ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ากำลังจะเข้าสู่แดนประหารจากการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพราะรอไม่ไหว จาก ๕ ปี ๑๐ ปี ป่า ๓๐ ปีเมื่อไรจะโต ท่านประธานคะเราลองคิดดูว่าถ้าเรามีนวัตกรรม อินน็อกซ์สารเห็ดลงไปในต้นเล็ก ๆ ของต้นเต็ง ต้นรัง ต้นตะเคียนทอง แล้วเมื่อ ๒ ปี มันโตขึ้นมาด้วยระบบที่มันคู่กันนี้ แล้วต้นไม้ที่มันโตขึ้นมันมีเห็ดต่าง ๆ ในป่าเต็มไปหมด ชาวบ้านมีโปรตีนทานด้วยการใช้เงินแค่ ๓ บาท ๖ บาท โดยใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืน ทางชีวภาพแบบนี้ และสิ่งต่าง ๆ นี้ถูกจดเป็นสิทธิบัตรของประเทศไทย เราจะมั่นคงยั่งยืนได้ ถึงขนาดไหน ท่านประธานคะ ดิฉันขอสรุปว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญมาก ในระบบเศรษฐกิจของไทยในอนาคต เข้าศูนย์นิว เอส-เคิร์ฟ (NEW S-CURVE) สมุนไพร ต่าง ๆ จุลินทรีย์พรีไบโอติก (Prebiotic) โพรไบโอติก (Probiotic) จะสร้างความแตกต่างใน รายได้ประเทศชาติอย่างมหาศาล อนาคตเรื่องนี้ ๑. ต้องใช้ความรู้เทคโนโลยีและการวิจัย ดิฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าโจทย์ต่าง ๆ นี้ตอบโจทย์ของประเทศหรือยัง ดิฉันไม่ขอพูดเรื่องของ อว. อาจจะพูดครั้งต่อไป และ ๒. ปรับกฎระเบียบแนวคิดของข้าราชการที่รับผิดชอบ ต้องคิดว่า จะให้ประชาชนอยู่กับป่าอย่างไร ประชาชนของบ้านดิฉันที่จังหวัดกระบี่สามารถเก็บกุ้ง เก็บเคยอย่างไรจากป่าชายเลน ไม่ใช่จับชาวบ้านตลอดเวลา หรือให้เขาอยู่ร่วมกันในป่าชุมชน ได้อย่างไร คนในภาคอีสานสามารถหามดแดงอย่างไร ดิฉันหาหอยอย่างไร กินร่วมกันได้ ข้าราชการต้องปรับมายด์เซต (Mindset) ข้อ ๓ คือต้องปรับโครงสร้างค่ะ ต้องคิดเพื่อจะ พัฒนาเข้าไปช่วยชาวบ้านอย่างยั่งยืน สามารถช่วยชาวบ้านนำมูลค่าเพิ่มเติมได้ และที่สำคัญ ที่สุดนะคะสภาพัฒน์ต้องกำชับให้ส่วนราชการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อปฏิรูป ประเทศในความสามารถในการยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในประเทศ และสิ่งที่ สะท้อนในงบประมาณแผ่นดินนี้มันไม่ได้ตอบโจทย์จริง ๆ ฉันหวังว่าสิ่งที่ดิฉันอภิปรายในวันนี้ จะเกิดผลให้กับประชาชน ดิฉันอาจจะเห็นว่าสภาพัฒน์เจรจากับสำนักงบประมาณ ให้งบประมาณให้บีโด (BEDO) มากขึ้น ให้ วว. มากขึ้นในการเพาะเชื้อเห็ดแจกกับพวกเรา ให้ชาวบ้านมีเห็ดเติบโตพร้อมกับต้นเต็ง ต้นรัง มีเห็ดตับเต่าเติบโตตั้งแต่หางนกยูง ต้นมะม่วง และนี่คือประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสร้างความมั่นคง ยั่งยืน แล้วก็ ความร่ำรวยให้กับประเทศไทย ขอบคุณมากค่ะ