สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

วราวุธ ศิลปอาชา หารือเรื่องการจัดสรรทรัพยากรน้ำในประเทศไทย โดยแบ่งการจัดลำดับความสำคัญออกเป็น 4 ส่วน และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้น้ำ และการชำระเงินสำหรับการใช้น้ำโดยอุตสาหกรรม เพื่อรักษาสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงตอบกระทู้ถามเรื่องการจัดสรรการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ท่านได้ให้ความสำคัญและเป็นห่วงเป็นใยกับเรื่องนี้ ทุกครั้งที่ตอบกระทู้ผมเองจะชอบมาก พอสมควร เพราะว่าตัวผมเองจะได้ความรู้ใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นในกรณีนี้ครับ ท่านประธานต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าประเทศไทยเราตั้งแต่ไหนแต่ไร มาไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำโดยตรง พึ่งมามีเอาครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมาแล้วถามว่าก่อนหน้าปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยเราบริหารจัดการน้ำกันอย่างไร อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ครับท่านประธานว่ามีทั้งภาคอุตสาหกรรมเอย อะไรเอยต้องเรียนว่าที่ผ่านมาจริง ๆ เรามีกฎหมายหลายฉบับมากเกี่ยวกับการบริหารจัดการ น้ำอยู่หลาย ๆ หน่วยงานมีทั้งหมด ๔๒ หน่วยงานครับท่านประธานครับ ที่ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำใต้ดิน น้ำบนดิน น้ำในเขตชลประทาน น้ำเพื่อการอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ ทีนี้ในประเทศไทยเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้ถามว่ารัฐบาลออกแบบการจัดสรร ทรัพยากรน้ำอย่างไรเบื้องต้นต้องขอเรียนว่าการจัดลำดับความสำคัญหรือไพรออริตี (Priority) ของการใช้น้ำในประเทศไทยครับท่านประธานครับ เราแบ่งเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน

ประเด็นแรก น้ำจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อุปโภคบริโภคเสียก่อน อย่าอะไรก็แล้วแต่จะแล้งจะฝน แต่พี่น้องประชาชนต้องมีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง เมื่อมี น้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียงแล้ว

ประเด็นต่อมาก็คือต้องเอาไว้รักษาระบบนิเวศ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงจะ ทราบดีผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าการรักษาระบบนิเวศก็คือยกตัวอย่างเช่นเขื่อนต่าง ๆ จะต้อง ปล่อยน้ำออกมาดันน้ำเค็มเพื่อไม่ให้ลุกขึ้นมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นปัจจุบัน ถ้าไม่ได้ด้วยพระปรีชาและพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ของเราในการสร้าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ของเรานั้น เราอาจจะได้กินปลาเก๋าแถว ๆ นครสวรรค์ก็ได้นะครับ ท่านประธาน ถ้าหากเราไม่รักษาระบบนิเวศเอาไว้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญอันดับที่ ๒ ของการใช้ น้ำก็คือการรักษาระบบนิเวศเพื่อพี่น้องประชาชนและเกษตรกรทั้งหลาย ต่อมาก็คือการใช้ เพื่อการอุตสาหกรรมพอใช้อุตสาหกรรม พอมีทุกอย่างพอแล้วก็จะมีทั้งอุตสาหกรรมขนาด เล็กและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กฎหมายพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นเป็นกฎหมายกลางที่จะรวบรวมเอา ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมาแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อนช่องโหว่อาจจะ ไม่มากเท่าไรแต่ที่มันมีหนักหนัก ๆ ก็คือการซ้ำซ้อนของหลาย ๆ กฎหมายด้วยกัน ดังนั้น พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นได้แบ่งออกมามีความรับผิดชอบอยู่ ๓-๔ ส่วนหลัก ๆ ในส่วนแรกจะเป็นกฎหมายลำดับรองที่อยู่ภายใต้อำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีจะมี สผ คำถามที่ ๒ ของผม ยินดีที่ได้รับทราบว่ามีการจัดทำกฎหมายลำดับรองอยู่นะครับ ก็คือสิ่งที่ ผมเป็นห่วงและอยากฝากไปทางรัฐบาลก็คืออย่างที่ผมไปเปิดพลิก ๆ ดูผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอย่างอุตสาหกรรมเจาะน้ำบาดาล ๑ ลูกบาศก์เมตรหรือ ๑,๐๐๐ ลิตร เสียแค่ ๒๐ สตางค์ ท่านประธานครับ เราคิดดูแล้วไปซื้อน้ำขวดละ ๗ บาท ๕๐๐ มิลลิลิตร ผมรู้สึกว่าตรงนี้ เราจะไปใส่ในกฎกระทรวงหรือกฎหมายลำดับรองได้หรือไม่ในการที่แบบว่าแบ่งประเภท อุตสาหกรรม หมายความว่าถ้าเขาขายน้ำมันควรจะได้สัดส่วนเพราะอย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไปนะครับว่าสมมุติอย่างบ้านท่านประธานนครพนมเกษตรกรเขาใช้น้ำรดต้นไม้ น้ำบาดาลมันก็คือเหมือนโรงงานที่เขาเอามา คือทุกคนต่างมีสิทธิที่ต้องใช้น้ำด้วยกันมันควร จะต้องมีความแฟร์ (Fair) กว่านี้ อาจจะคล้าย ๆ กับหลักในสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าโพลลูเตอร์ เพย์ส (Polluter Pays) ก็คือหมายความว่าคนที่ทำโพลลูต (Pollute) หรือทำให้สิ่งแวดล้อม เสียไปก็คือเป็นคนจ่าย มันอาจจะมีการจัดสรรที่เท่าเทียมกว่า ดังนั้นคนที่อยู่รอบ ๆ โรงงาน อย่างที่ผมไปเจอชาวบ้านแต่ก่อนเขาขุดไป ๒๐ เมตร ๕๐ เมตรเขาได้น้ำใช้ แต่ตอนนี้โรงงาน มาก็สูบไปน้ำในดินก็หายไปอย่างนี้ก็มี อันนี้ก็ต้องฝาก จริง ๆ แล้วคำถามที่ ๒ ผมก็คล้าย ๆ กับคำถามแรกนะครับ ถ้ารัฐมนตรีอยากเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาความจำเป็นใน การใช้ทรัพยากรหรือว่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมแบบชี้ชัดไปเลยว่าตอนนี้ราคามัน เท่าไรอะไร อย่างไร โรงงานเขาจ่ายเพียงพอหรือไม่ อันนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ ขอบคุณครับ