สมศักดิ์ แจงปัญหาพิจารณาคดีนักโทษซ้อน ชี้ทำพร้อมกันได้เปรียบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงกรณีปัญหาการพิจารณาคดีพร้อมกันของนักโทษที่มีคดีหลายคดีในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการได้รับการพักโทษหรืออภัยโทษ โดยเสนอให้พิจารณาดำเนินการร่วมกันเพื่อความยุติธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารราชทัณฑ์

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามแทน ในกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ในคำถามนี้ถ้าหากว่าเราไม่มีพื้นฐานในส่วนของ การพิจารณากำหนดโทษหรือในการพักโทษในเหตุต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำแล้ว แต่ดูแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องสลักสำคัญอันใดเลยที่ถามมา แต่การที่ท่านอาดิลันได้นำเอาคำถาม ดังกล่าวนี้มา ถือว่าเป็นความเข้าใจและได้เห็นความยุ่งยากในการที่จะพิจารณาคดีต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังหรือให้กับนักโทษ ในกรณีผู้ต้องขังหรือนักโทษคนนั้นมีเรื่องหลายเรื่อง มีหลายคดีที่เกิดขึ้นในระยะเวลาต่อเนื่องกันหรือพร้อมกัน ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ เพราะผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมาย ก็อาจจะใช้คำที่ไม่ได้สละสลวยเหมือนกับนักกฎหมาย อาจจะฟังยากหรืออาจจะทำให้ผู้คนเข้าใจไขว้เขว ก็ขออนุญาตใช้ภาษาธรรมดา ๆ เช่นกรณี นักโทษคนหนึ่ง ชื่อนาย ก และนาย ก ถูกจำคุกที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นโทษ ๕ ปีเด็ดขาดแล้ว แต่นาย ก นั้นก็ยังมีเรื่องที่อยู่ในจังหวัดอื่น เช่นมีเรื่องอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกอีก ๑ เรื่อง จังหวัดปทุมธานีอีก ๑ เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง ๒ จังหวัด คือทั้งจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดปทุมธานีก็ต้องดำเนินการทำคดีสืบสวนให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ในกรณี ที่นักโทษถูกจำคุกอยู่จังหวัดภาคเหนือซึ่งไกล การดำเนินคดีถ้าไม่มีผู้ต้องขังหรือนักโทษ เข้ามาเพื่อจะมาดำเนินการสั่งฟ้องในอำนาจศาลในจังหวัดพิษณุโลก หรือในจังหวัดปทุมธานี ไม่สามารถดำเนินการทำได้ เมื่อทำไม่ได้ ไม่สามารถดำเนินการได้ พนักงานสอบสวนก็รอให้คดีแรกที่ถูกจำคุกไว้ที่เรือนจำ ในภาคเหนือดังกล่าวนั้นจนหมดคดี แล้วก็เริ่มมาดำเนินการสืบสาวราวเรื่องต่ออำนาจศาล ที่ตัวนักโทษคนนั้นทำผิดที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน หรือจังหวัดปทุมธานีก่อน เรียงลำดับไป ในลักษณะนั้น มันอาจจะมองดูเห็นเป็นธรรมดา แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนักโทษเสียโอกาส มาก ๆ ตามที่ท่านอาดิลันได้กรุณาตั้งกระทู้ถามมานี้ อันนี้ถือว่ามันเป็นความก้าวหน้าหรือ ความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการคดี ถ้าหากว่าเราสามารถได้พิจารณาไปพร้อมกันนะครับ เช่น โทษที่ ๑ เขาโดน ๕ ปี แล้วโทษในคดีที่ ๒ ถ้าพิจารณาพร้อมกันได้ เขาโดนอีก ๕ ปี รวมแล้ว เป็น ๑๐ ปี และโทษในศาลที่ ๓ ที่จังหวัดปทุมธานีเขาโดนอีก ๕ ปี เป็น ๑๕ ปี ถ้าพิจารณา พร้อมกันเขามีโทษเด็ดขาดแล้วรวม ๑๕ ปี แต่ในชั้นของการบริหารในกรมราชทัณฑ์นั้น เขาได้จัดชั้นนักโทษให้ ชั้นกลางเวลามีพระราชทานอภัยโทษเข้ามาได้รับโทษส่วนหนึ่ง อาจจะ ๑ ใน ๖ ๑ ใน ๕ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของคดีความต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้ พิจารณาเอาจำนวนโทษทั้ง ๓ คดีเอามารวมกัน หมายความว่าจำคุกครั้งแรก ๕ ปีจบไปแล้ว เขาขาดความเป็นนักโทษ ชั้นลำดับที่เขาได้รับการโพรโมต (Promote) เข้าไว้ เริ่มต้นคือ ชั้นกลาง แล้วก็มาชั้นดี ดีมาก และชั้นเยี่ยม อย่างในกรณีถ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ใน ๕ ปีแรก เขาทำตัวประพฤติดี ปฏิบัติดี เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และอีก ๒ คดีที่ตามมานั้นเป็นโทษธรรมดา เป็นโทษเรื่องลหุโทษ หรือโทษเช็ค โทษอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เขาจะได้นับต่อเนื่อง เพราะการที่ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมมีพระราชทานอภัยโทษลงมาก็จะได้ลดครึ่งหนึ่ง แต่ถ้านับรวมกันทั้ง ๓ คดี มัน ๑๕ ปี เอามาต่อรวมกัน ๑๕ ปีมันก็จะเหลือ ๗ ปีครึ่ง แต่ว่าถ้าปล่อยให้คดีแรกดำเนินการ ไปจนจบแล้วไม่สามารถพิจารณาดำเนินการในคดีที่ ๒ ได้ พอจบก็ต้องนับหนึ่งใหม่นะครับ ถ้าเขาจำไปครบ ๕ ปี แล้วต้องมานับหนึ่งใหม่มันเสียเวลาและเสียโอกาส การอำนวยความยุติธรรมตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ท่านอาดิลันก็ได้สอบถามมาตรงนี้ คือหมายความว่าคงอยากเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินการทำอย่างไรที่ให้สามารถพิจารณาคดี ไปพร้อมกันได้ ต้องเรียนครับว่าศาลก็ได้มีคำสั่ง ถ้าหากว่าเรามีทนายความเก่ง ๆ ได้ขอดำเนินการไปเสียพร้อมกัน อาจจะต้องขออนุญาตว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก เราขอตัวผู้ต้องขังที่มีอยู่ในจังหวัดอื่นนั้นมาพิจารณาที่จังหวัดพิษณุโลกก็ได้ หรือจะขอเอา สำนวนที่รวบรวมจากพนักงานสอบสวน ในจังหวัดพิษณุโลก แล้วกลับไปดำเนินการขอให้ ศาลในจังหวัดที่ผู้ต้องขังถูกจำจองอยู่ในลักษณะนั้น แต่ต้องเป็นอำนาจของศาล ท่านคงคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่จะต้องขอดำเนินการตรงนั้น อยากให้รัฐบาลได้คิดและออกกฎหมาย ในแนวทางต่าง ๆ เหล่านั้น ผมก็ต้องเรียนว่าต้องขอขอบคุณที่ท่านได้ชี้แนะ และผมคิดว่า ถ้าหากว่าพวกเราสนใจกันจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะคุณอาดิลันครับ ลองพิจารณาทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่อง ของกรรมาธิการวิสามัญสักคณะหนึ่งหรืออย่างไร ผมยินดีครับ เพราะผมเห็นตัวปัญหาของมันแล้ว ถ้าหากว่าเรามาดำเนินการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ผู้คนจะสัญจรไปมาโดย การนำเอาตัวผู้ต้องขังจากจังหวัดโน้นไปจังหวัดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นเรื่องที่ยากและ เข้าใจ ผมยินดีที่อยากช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะตอบคำถามรวมไปเลย ทั้งหมดนะครับ ในเรื่องของการดำเนินการเราจะอำนวยความยุติธรรมให้กับบุคคลที่จะต้อง ถูกคดี หรือถูกดำเนินคดีในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีกองทุน เรียกกองทุนยุติธรรม ก็จะดูว่าในแนวโน้มของผู้ที่จะมาถูกกระทำดังกล่าวเหล่านั้น ในลักษณะเอารัดเอาเปรียบของผู้คนอื่นเขาหรือไม่ อย่างไร เช่นในกรณีที่มีรถสี่ล้อ เป็นรถพิกอัป (Pickup) ถอยตกคู แล้วมีประวัติเคยลักวัวควายพี่น้องเกษตรกร แล้วตกมา เป็นจำเลยแล้วถูกขัง แล้วสุดท้ายศาลก็ปล่อยเพราะว่าพยานหลักฐานไม่ครบ ในลักษณะนี้จะ มาขอเยียวยา ขอค่าเสียหาย ค่าทดแทน ค่าเสียหายจากจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมาย อันนี้เราก็ไม่ให้ เพราะเรามองเห็นว่าการอำนวยความยุติธรรมเราจะต้องให้กับผู้คนที่เรามี ความรู้สึกเขาบริสุทธิ์ หรือเป็นแพะ เป็นแกะที่ไปถูกคุมขังโดยที่ไม่มีความผิดในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งจะต้องช่วยกันดูนะครับว่าเราจะออกกฎหมายหรือดำเนินการเพื่อช่วยคนบริสุทธิ์ ในขั้นตอน แล้วรัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดไว้ว่าผู้ต้องขังหรือผู้ถูกกล่าวหาสามารถที่จะนำเสนอ เอกสาร พยาน หรือสิ่งต่าง ๆ ได้ในขั้นตอนเริ่มต้นจากทนายที่จะต้องไปดำเนินการให้ ถ้าหากว่าทนายไม่สามารถจะทำให้พร้อมในระยะแรกได้ก็ขอเพิ่มเติมเอกสาร พยานต่าง ๆ ที่อัยการ หรือแม้แต่ในการพิจารณาในขั้นตอนของศาล รัฐธรรมนูญก็สามารถจะให้เราได้ ต่อสู้คดีได้อย่างถึงที่สุดในระยะต้น ในระยะกลางระหว่างการพิจารณา ผมได้อธิบายความ ไปแล้วว่าผมเห็นด้วยกับการพิจารณาในหลาย ๆ คดีกับผู้ต้องขัง หรือนักโทษคนเดียวให้มัน เสร็จสิ้นกระบวนความไป เพราะราชทัณฑ์หรือราชทัณฑ์คุกไม่ต้องการอยากขังคนหรอกครับ ในวันนี้ผมพิจารณาดำเนินการว่าเราจะใช้มาตรฐานของคนไทย ๑.๒ ตารางเมตรต่อคน มันก็ แน่นแออัดมาก ผมให้ในส่วนราชการไปพิจารณาว่าห้องน้ำ ห้องส้วม หรือส่วนอื่น ๆ ใด มันเพียงพอกับผู้คนที่เราจะขังเขาไว้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนหรือไม่ อย่างไร ก็ให้ดำเนินการ กันให้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด แล้วก็ในส่วนของการดำเนินการที่จะมาถึงในแต่ละงวด แต่ละครั้ง ต้องขอพระราชทาน มีคนเจ็บไข้ได้ป่วย ในขณะนี้ท่านทราบไหมครับว่า การพิจารณาให้ชั้นผู้ต้องขังนี้เราอำนวยความยุติธรรมให้ ในขณะที่เขาต้องสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าเป็นข้าราชการก็จะให้ ๒ ขั้นนั่นล่ะ ผู้ต้องขัง เราก็จะมีขั้นพิเศษ ใน ๖ เดือนเราจะพิจารณาจากชั้นกลางเป็นชั้นดี ชั้นดีเป็นดีมาก เป็นชั้นเยี่ยมอะไรต่าง ๆ เราก็อาจจะลดหย่อนให้ เอาแค่พิจารณา ๓ เดือน เพราะต้องการ อยากให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมตามแนวทางของการดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่ง ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกรุณาพวกเราอย่างมากเลย ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ มันมีผู้ต้องขังที่รับโทษในอัตราโทษเก่าที่สูงมากนะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กรุณาบรรจุระเบียบวาระประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ญาติพี่น้อง ของผู้คนทั้งหลายที่มาติดคุกอยู่ในเรือนจำมากตั้ง ๑๕ ปี ๒๐ ปี ทั้ง ๆ ที่โทษสูงสุด ขั้นตอนใหม่สุดมันแค่ ๑๐ ปี ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการลดโทษ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่ท่านมองเห็น ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้คนอยู่ในเรือนจำล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่าย คนหนึ่งปีหนึ่งก็ ๒๑,๐๐๐ บาท เศษ ต่อคนต่อหัวต่อปีมันมากมาย เป็นการลดงบประมาณอะไรต่าง ๆ ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณในส่วนของการดำเนินการของท่านอาดิลัน ที่ถามมาทั้งหมด ผมอาจจะตอบ เกินเลยไปบ้างนะครับ เพราะไม่อยากตอบเป็นข้อ ๆ เพราะส่วนที่ท่านปรารถนา นั่นคือ ท่านต้องการให้ผู้คนได้รับโทษอย่างยุติธรรม คือไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งว่าเราพิจารณาต่อเนื่อง เพราะการลดโทษ ถ้าหากว่าได้ชั้นโทษมันจะต่อเนื่องกันไป แล้วมันจะออกเร็ว ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน