สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

มานพ คีรีภูวดล พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากยาเสพติด โดยพูดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่และหนัก ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจังและเป้าหมายที่ชัดเจน เขาแนะนำให้มีการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานี้ และมีการวางแผนและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วน กลุ่มชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหา ค่อนข้างที่จะหนัก แล้วก็ใหญ่จริง ๆ ผมคิดว่าในช่วงรัฐบาล ๔-๕ ปีมานี้ มาตรการหรือว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดนี้ดูจะเบาบางนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็น ตัวชี้วัดและสะท้อนได้ดีที่สุดเวลาผมลงพื้นที่ คือจะเป็นผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน ผู้หญิง ออกมาพูดและมาหารือว่า ท่าน ส.ส. ตอนนี้ทั้งลูก ทั้งสามีติดหมดแล้ว อันนี้ผมคิดว่า ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกในสภาว่า ป.ป.ส. จำเป็นจะต้องมีการประมวลและประเมิน สถานการณ์ปัญหายาเสพติดโดยภาพรวมทั้งหมด ว่าสถานการณ์ในวันนี้ที่กระทบ รุนแรงหรือไปเข้าถึงในระดับครอบครัว ชุมชน ความรุนแรงของปัญหาขนาดไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราไม่มีข้อมูล ถ้าหากว่ามันมีแผนเรื่องการปราบอย่างเดียว หรือจัดการในปลายทางอย่างเดียว ผมคิดว่าเราไม่สามารถที่จะออกแบบหรือว่าจัดการได้ เมื่อกี้ท่านเลขาธิการก็พูดถึงเรื่องบางพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป หมายถึงว่าต้นทางหรืออาจจะเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำที่เกิดขึ้นในขบวนการยาเสพติดนี้ ในส่วนที่เราไม่สามารถเกี่ยวข้องได้ อาจจะอยู่นอกขอบเขตอำนาจของกฎหมายในประเทศเรา ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นที่เข้าใจ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าถ้าเราวางเป้าหมายว่าภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๕ ปีนี้เราจะจัดการ เรื่องนี้อย่างไร มันต้องมีโรดแมป (Roadmap) มันต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งผมดู ในรายงานนี้ ในข้อเสนอแนะนี้ผมก็เห็นด้วย อย่างที่ท่านเลขาธิการได้นำเสนอว่าถ้าเรา มี พ.ร.บ. เรื่องยาเสพติดฉบับใหม่นี้มันจะช่วยแก้ปัญหา ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าถ้าเข้าสภานี้ อย่างไรพวกเราก็สนับสนุนอยู่แล้ว เพราะว่ามันจะช่วยคลี่คลายแก้ปัญหา แต่อย่างไร ก็ตามแต่ ในรายงานผมคิดว่าถ้าเราเห็นเชิงเป้าหมายว่าเป้าหมายที่เราจะไปถึงเพื่อที่จะ แก้ปัญหานี้มันจะเป็นอย่างไร แล้วแผนที่ออกมานี้มันก็จะติดตามแล้วก็เห็นได้ชัดเจน แล้วสิ่งที่มันไปไม่ถึงนี้เพราะว่าอุปสรรคปัญหา ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มาจากหลายหน่วยงาน ซึ่งก็อยู่ในรายงานนี้ ผมคิดว่ารูปแบบรูปธรรมนี้มันจะหาทางออกได้ ในเชิงข้อเสนอแนะนี้ ผมเข้าใจว่าผมเองก็มาจากพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่า ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในข้อกล่าวหนึ่งนอกจากเรื่องของอยู่ต้นน้ำทำลายป่า ปัญหาเรื่องความมั่นคง ผมคิดว่าอันนี้ จะต้องทำ ยิ่งจะต้องทำข้อมูลนะครับว่าข้อมูลที่มีอยู่นี้ คนเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง พี่น้องคนไทย ทั่วไป พี่น้องคนไทยที่เป็นชาติพันธุ์หรือชนเผ่า ถ้ามันมีสถิติข้อมูลผมคิดว่ามันจะเกิดความ กระจ่าง ยิ่งลงลึกไปว่าเป็นชาติพันธุ์ไหน เป็นชนเผ่าไหน แล้วเขาเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ ขั้นตอนไหน เป็นต้นน้ำ หรือเป็นกลางน้ำ หรือเป็นปลายน้ำ ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นข้อมูลที่จะ นำมาประมวล มาสรุป มาวิเคราะห์ เพื่อที่จะให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาและสามารถ ที่จะแบ่งบทบาทหน้าที่ว่าใครจะทำอะไร ผมคิดว่ากรณีเรื่องนี้ถ้าเรามีเป้าที่ชัดเจน มีแผน แล้วก็ออกมาแต่ละด้าน แล้วก็ที่สำคัญคือแยกแยะในข้อมูลที่ท่านเลขาธิการได้กล่าวมานี้ ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่มให้ลงรายละเอียด แล้วก็เป็นข้อมูลว่าสถิติในการจับกุมแต่ละพื้นที่ แต่ละครั้งนี้ คือใคร อย่างไร เพราะเวลาเราตีเหมารวมว่าเป็นชนเผ่า อย่างนี้ผมก็ไม่รู้ว่า กลุ่มไหน อย่างไร ผมเชื่อว่าในทุกสังคมเป็นคนดีและมีการประกอบอาชีพแบบสัมมาอาชีพ ก็เยอะแยะ แล้วก็มีคนที่ออกนอกลู่นอกทางก็เยอะแยะ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการมอง บางอย่างที่มันเป็นทัศนคติเมื่อประมาณ ๕๐ ปี ๔๐ ปีที่แล้ว ซึ่งมันเขียนไว้ในเรื่องของ หมวดความมั่นคง พอเป็นเรื่องหมวดความมั่นคง ผมคิดว่ากระบวนการพัฒนาถึงการเข้าสิทธิ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่น ๆ อันนี้ก็ถูกเหมารวม ผมคิดว่าอันนี้เป็นกระบวนทัศน์ ในการมองที่อาจจะมีลักษณะในอดีตที่เป็นอคติหรือเป็นว่ามายาคติที่ไม่เข้าใจ แต่ถ้าหากว่า เราวางเป้าหมายที่มีความชัดเจนว่าในระยะเวลา ๕ ปี ๑๐ ปีนี้ มันจะมียุทธศาสตร์กี่เรื่อง แต่ละเรื่องจะต้องทำอะไร แล้วจะต้องใช้งบประมาณอะไร แล้วของบประมาณจากรัฐสภาแห่งนี้ แล้วที่สำคัญพอมันมีแผนนี้ มันก็ต้องมีข้อมูลรายละเอียดของแต่ละแผน แล้วเราก็สามารถ ที่จะแยกแยะว่าขบวนการยาเสพติดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผู้ที่เกี่ยวข้องนี้ เป็นอย่างไร แล้วก็นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน