ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตการรวมรายงาน ป.ป.ส. สองปี ชี้ขาดเหตุผลชัดเจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตและท้วงติงหลายประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของ ป.ป.ส. ทั้งการรวมรายงานผลปฏิบัติงานของสองปีไว้ในเล่มเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน การนำเสนอตัวเลขการจับกุมที่คลุมเครือระหว่างจำนวนรายและจำนวนคดี การเพิกถอนสถานะเจ้าพนักงานหลังปฏิบัติหน้าที่ซึ่งอาจไม่เป็นธรรม การขาดการระบุสิทธิและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ในรายงาน รวมถึงปัญหายาเสพติดในภูมิภาค โดยเฉพาะเมตแอมเฟตามีนที่มีมูลค่าสูง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานชี้แจงความจำเป็น ความโปร่งใส และแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นระบบ รวมถึงการพิจารณาจัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย.

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ที่ได้รายงานต่อสภาแห่งนี้ ทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ความจริงในหลาย ๆ รายงานที่มาถึงสภา แม้จะมีความล่าช้า เช่น รายงานของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ที่ผ่านมา แต่ทุกรายงาน ก็จะมีการแยกออกมาเป็นปีต่าง ๆ แยกกันชัดเจน ไม่มีการนำแต่ละปีมาปะปนกัน ของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ที่ส่งมาเมื่อสักครู่ก็เป็นของปี ๒๕๖๑ ของปี ๒๕๖๒ แต่ผม พบว่าในรายงานของการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นการรวบรายงานประจำปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ มารวมอยู่ในเล่มเดียวกัน ซึ่งผมพยายามจะอ่านว่าในมาตราที่ท่านอ้างถึง ว่าท่านต้องมีการจัดทำรายงานส่งคณะรัฐมนตรี คือความในมาตรา ๑๔ วรรคท้าย ของ พ.ร.บ. ปราบปรามยาเสพติด ปี ๒๕๑๙ นั้น ได้มีการให้ส่งรายงานทุก ๆ ๒ ปีหรือไม่ ซึ่งผมไม่พบข้อความดังกล่าว ฉะนั้นอันนี้ต้องขอความชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณา สักนิดหนึ่งครับว่า เพราะเหตุใดรายงานฉบับนี้ถึงเป็นการรวบยอด ๒ ปี รวมเป็นรายงาน ฉบับเดียวกัน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเนื้อหาของรายงานแม้จะเป็น ๒ ปี แต่ว่า ก็มีรายละเอียดที่อ่านแล้วมีความชัดเจนอยู่หลายประเด็น ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีของ การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น ในปี ๒๕๖๑ นั้น เป็นจำนวน ๗,๖๐๐ ราย ในปี ๒๕๖๒ นั้น เป็นจำนวน ๗,๒๔๐ ราย แต่พอแตกออกมาเป็นรายงานคดี จาก ๗,๖๐๗ ราย ในปี ๒๕๖๑ แตกไปเป็นจำนวนคดีถึง ๒๐๒,๕๔๘ คดี ในปี ๒๕๖๒ จาก ๗,๒๔๐ ราย แตกออกไปเป็น ๒๓๐,๐๑๕ คดี ผมไม่มั่นใจว่าความหมายคืออย่างไร ความหมายคือว่า ในกรณีการจับกุมแต่ละรายนั้นพบว่ามีการกระทำความผิดหลายครั้ง หรือต่างกรรมต่างวาระ หรือเป็นการแยกข้อกล่าวหาว่า ในการกระทำความผิดครั้งเดียวกันนั้นมีข้อกล่าวหา หลายอย่าง หรือเป็นการแยกแบบไหน ประการใด เพราะว่าท่านเอาตารางที่ใส่จำนวน การจับกุมว่ามีจำนวนหลักแสนรายต่อคดีเข้ามาให้สภาพิจารณา พวกผมก็ชื่นชมนึกว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่มีอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นมีการจับกุมตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ ราย แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ถ้าเทียบกันโดยอัตราส่วน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประมาณ ๑๕,๐๐๐ รายนั้น ถ้านับเป็น จำนวนรายของการจับกุมมีอยู่เพียงแค่ ๗,๐๐๐ กว่ารายเองครับ นั่นหมายถึงว่าผมไม่คิด ตัวเลขแบบนั้น แต่เปรียบเทียบให้เห็นว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สัก ๒ คน อาจจะจับผู้กระทำ ความผิดยาเสพติดได้ ๑ คน ตัวเลขมันไม่สามารถหลอกได้ แต่มันมีวิธีการอภิปราย หรือการอภิปรายที่จะทำให้เห็นว่าตกลง แล้วข้อมูลหรือข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตที่จะขอความชัดเจนเพื่อจะนำไปสู่เป็นประการอื่น ๆ สักนิดหนึ่ง นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน มีการพูดถึงว่าในหลายครั้งสังคมกริ่งเกรง ว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เองจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ก็โชคดีในรายงานนั้น มีรายงานการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. น้อยมาก รวม ๆ ๒ ปี อยู่ที่ประมาณ ๑๓ คน ใน ๑๓ คนนั้นก็เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดน้อยลงไปอีก แต่ผมประหลาดใจ อยู่รายหนึ่ง คือกรณีของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ถูกยกเลิกเพิกถอนการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพราะเขาได้ต่อสู้ในการจับกุมผู้กระทำความผิด แล้วกลายเป็นผู้ตกเป็นต้องหา ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น คนแบบนี้ต้องได้รับการชื่นชมครับ เพราะเขาทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรี เขาต้องปกป้องตัวเอง เขาต้องดูแลเพื่อนร่วมงานของเขาที่มีส่วนในการจับกุม แต่เพราะเหตุใด มันดูย้อนแย้งกันนะครับ กลายเป็นว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คนนี้ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดเลย ตามรายงาน กลายเป็นถูกยกเลิกการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผมคิดว่าถ้าข้อเท็จจริง เป็นแบบนั้นไม่เป็นธรรมต่อตัวเขา ผมต้องขอความชัดเจนเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ

ประเด็นที่ ๔ ครับท่านประธาน ผมอ่านรายงานซึ่งขนาดไม่ยาวมากนัก นะครับ พยายามจะดูว่านอกเหนือจากปัญหาอุปสรรคที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้รับอยู่นั้น มีประเด็นเรื่องของการส่งเสริมหรือการให้สิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ หรือไม่ ผมคาดหวัง อยากจะเห็นในลักษณะแบบนี้นะครับ เพราะว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าหลายครั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้นมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือในการพยายามนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ มีข้อจำกัดเรื่องการประสานงาน มีข้อจำกัดเรื่องสิทธิของ สวัสดิการ แน่นอนครับ ท่านอาจจะได้รับเงินสนับสนุน ผมไม่แน่ใจภาษากฎหมายเรียกว่า อย่างไร แต่คล้าย ๆ เป็นสินบนนำจับ หรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ในการ จับกุม แต่ว่ารายงานฉบับนี้ผมไม่เห็นรายละเอียดว่าสิทธิและสวัสดิการที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ควรจะได้รับในการปฏิบัติหน้าที่ของเขา ผมไม่ได้เรียกร้องเอกสิทธิ์ แต่เรียกร้องความปลอดภัย เรียกร้องการตอบแทนที่สมเหตุสมผลในการที่เขาทำหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ซึ่งผมไม่เห็นในรายงานฉบับนี้ ต้องขออนุญาตที่จะขอคำอธิบายเป็นประเด็นที่ ๔ ครับ

ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้องค์การสหประชาชาติ หน่วยงานที่ทำประเด็นเรื่องยาเสพติดที่เรียกว่า ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ท่านแถลงข่าวเอง ครับสด ๆ ร้อน ๆ มีการรายงานไม่ถึง ๑ ชั่วโมงที่ผ่านมาว่าเขามีความห่วงใยต่อปัญหายาเสพติด ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่านทราบตัวเลขไหมครับว่ายาเสพติดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้นั้น โดยเฉพาะเมตแอมเฟตามีน (Methamphetamine) มีมูลค่าที่มี การจับกุมกันรวมแล้วถึง ๑.๙ ล้านล้านบาท ผมขออนุญาตขอรายละเอียดเพิ่มเติม ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ ถึงแม้รายงานจะเป็นปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ แต่ว่าจากสิ่งที่ เกิดขึ้นในรายงานฉบับนี้ ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ได้แถลงวันนี้ ป.ป.ส. จะมีการแถลง การแสดงเหตุและผล การตอบโจทย์ต่อสังคมไทยให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นมากนั้น เราจะมีกระบวนการจัดการอย่างไร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมสนับสนุนท่านเต็มที่ในการ รวบรวมกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาเป็นกระประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งผมเองนั่งเป็นหนึ่งในกรรมาธิการในการพิจารณา ต้องให้กำลังใจครับ แต่ก็ต้องมีคำถาม ที่ถาม ขอบคุณครับท่านประธาน