นารถนารี รัฐปัตย์ เสนอแนวคิดการให้สินเชื่อแบบอ่อนโยนผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างของธนาคารเอสเอ็มอีแบงก์ และขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุน
ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ สำหรับประเด็นในเรื่องของความล่าช้า อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เราก็มีความกังวลแล้วก็ยอมรับ อันนี้ต้องเรียกว่าธนาคารยอมรับด้วยดี โดยเฉพาะในเรื่องของภาวะโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการได้รับการบริการ หรือว่าต้องการได้รับเงินทุนอย่างรวดเร็วมีมาก นำเรียนอย่างนี้ค่ะ ขออนุญาตพูดรวม ๆ ไปด้วยนะคะว่า เนื่องจากลูกค้าของธนาคาร อันนี้ แน่นอนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่เราเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู แล้วก็มีการจำกัดเรื่องของวงเงิน สินเชื่อลดลงเหลือ ๑๕ ล้านบาท รวมถึงได้มาโฟกัส (Focus) รายที่ย่อยไปกว่านั้นอีก ก็คือว่า ในพอร์ต (Port) ของเราได้มีการปล่อยสินเชื่อในระดับไซส์ (Size) เล็ก ๆ ประมาณ ๒-๓ ล้านบาท เติบโตขึ้นตามลำดับ ในส่วนนี้วิธีการทำงานของเราไม่ได้มีความตั้งใจหรือว่าไปแข่งกับ ธนาคารพาณิชย์แต่อย่างใด จะเห็นได้ว่าในวิธีการทำงานที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ในการพยายามที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการที่ไม่สามารถที่จะกู้กับธนาคารพาณิชย์ได้รวมถึง การเข้าไปให้ความรู้เพื่อให้เกิดความพร้อม ต้องนำเรียนอย่างนี้ค่ะ เนื่องจากว่าพอเป็น ลูกค้ารายเล็ก ๆ ธนาคารเอสเอ็มอีแบงก์ เราไม่ได้รับฝากเงินฝากรายย่อย เราเป็นธนาคาร เพื่อการให้สินเชื่อโดยแท้ ดังนั้นธุรกรรมต่าง ๆ อย่างที่นำเรียนก็คือว่าการที่เราจะพิจารณา สินเชื่อ โดยปกติทั่วไปของธนาคารก็ต้องดูรายรับ รายจ่าย แล้วก็จะทำการประมาณการ แน่นอนถ้าเราไม่รู้จักลูกค้ามันก็มีการขอเอกสารมากมาย ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นสำคัญเลย ที่เมื่อสักครู่ท่านสมบัติได้พูดถึงว่ามันทำให้เกิดความล่าช้า แล้วผู้ประกอบการที่เป็นรายเล็ก ๆ เขาไม่มี หรือว่าอาจจะมีแต่ไม่ครบถ้วน เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ สิ่งที่ท่านที่เป็นผู้แทน ของประชาชนได้คอมเมนต์ (Comment) มา เราเราน้อมรับนะคะ แล้วก็ในช่วง ๑ เดือนนี้ เราเห็นประเด็นปัญหานี้ แล้วเราต้องการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนในการปรับที่จะให้เร็วขึ้น แล้วก็สะดวกขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ เราพยายามที่จะหาหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านอื่น ๆ ที่เรียกว่าอัลเทอเนทีฟ อีวีเดนต์ (Alternative Evident) เอามาทดแทนชดเชยในกลุ่มลูกค้า ในแต่ละกลุ่ม ต่างจังหวัดก็จะมีมาก ๆ อาจจะเป็นบางช่วง เช่น เป็นพืชไร่ ซึ่งธนาคารเอง ก็อาจจะต้องการตัวเอกสาร ซึ่งลูกค้าก็ไม่ได้มี มีความไม่สะดวกหลายอย่าง เราก็พยายาม เข้าไปศึกษาในธุรกิจต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ เพื่อที่จะกำหนดหลักเกณฑ์อย่างนี้ เพื่อให้พนักงานที่ทำงานมีความเข้าใจแล้วก็ทำได้ชัดเจนมากขึ้น แต่แน่นอนค่ะ ในธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ตามต่างจังหวัดมันมีหลากหลายมาก ดังนั้นในการทำงานเราก็ได้ร่วมกับทางพันธมิตรต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดทุกที่ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สภาท่องเที่ยว รวมถึงสมาพันธ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัด เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาต่าง ๆ เพื่อเอามาแก้ไขเราก็มีความคาดหวัง แล้วก็เป้าหมายว่าเราจะปรับปรุงเรื่องนี้ให้ดีขึ้นนะคะ ในประเด็นนี้ไม่ได้มีข้อชี้แจงที่เป็นอื่น ก็น้อมรับและเห็นด้วย ในการทำงานในเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้งานมีความคืบหน้าแล้วก็ชัดเจน เรา ได้ใช้วิธีที่จะเข้าไปร่วม อาจจะเป็นโมเดล (Model) ต่าง ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ ตามพื้นที่ เพื่อให้มีผู้นำชุมชนหรือผู้นำการค้าในแต่ละที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ กับเรา เมื่อสักครู่ที่นำเรียนว่า เราได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู แต่ตอนนี้เราออกแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ตั้งแต่ตอนนั้นเราได้ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่แยกเป็นกลุ่ม ๆ แล้วก็มีความอ่อนแอ ส่วนหนึ่งที่จะเห็นได้ ชัดเจนก็คือว่าตั้งแต่ ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน ลูกค้าของเรา ธนาคารได้ให้สินเชื่อโดยที่ใช้ บสย. เป็นหลักประกันสินเชื่ออย่างเดียว ส่วนน้อยมากที่ธนาคารจะไปเรียกสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่จะเอามาจำนองหรือจำนำกับธนาคาร อันนี้เราจะเป็นธนาคารที่มีการใช้ บสย. เดี่ยว ๆ ใน พอต (Port) ถึงประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียวในช่วงที่ผ่านมา อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่มัน แตกต่างอย่างมากกับธนาคารพาณิชย์ที่อาจจะใช้ บสย. เป็นตัวเสริมเท่านั้นเอง แต่ว่า หลักประกันหลัก ๆ ของลูกค้ายังต้องมีอยู่
ในส่วนที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมกับเงิน ๑ ล้านล้านบาท ในส่วนนี้ของเอสเอ็มอี ดีแบงก์ (SME D Bank) เอง เราคงเข้าไปในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ในส่วนของ โครงการอื่น ๆ เราไม่ได้ขอเข้าไปเพิ่มเติม ในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้ทำออกมา ในปีที่แล้วเราได้ช่วยเหลือเงินไปประมาณ ๓,๖๐๒ ล้านบาท ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเงินจำนวนน้อย แต่ว่าจำนวนผู้ประกอบการที่เราได้เข้าไปช่วยเหลือเป็น จำนวนถึงประมาณ ๖,๔๐๐ ราย ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ตามนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ