ศิริกัญญา แจง กสทช. โปร่งใสน้อย จี้แก้ พ.ร.บ. เพิ่มตรวจสอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

ศิริกัญญา ตันสกุล หารือประเด็นความล่าช้าและความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยรายงานการตรวจสอบการใช้จ่ายและทรัพย์สินของ กสทช. โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่ยังพึ่งพาวิธีตกลงราคามากถึง 80% พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณจากปัญหาข้อกฎหมายที่ขาดกลไกถ่วงดุล และเรียกร้องให้มีการปรับปรุง พ.ร.บ. กสทช. รวมทั้งเร่งให้ สตง. สามารถเปิดเผยรายงานได้ทันที เพื่อป้องกันโครงการที่อาจเกิดความเสียหายเช่น โครงการยูโซเน็ต

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๒ ที่ดิฉันได้อภิปรายตัวรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินของ กสทช. ซึ่งวันนี้ก็มี สตง. ที่รับผิดชอบในการทำรายงานฉบับนี้มาชี้แจงให้กับเรานะคะ จริง ๆ ดิฉันก็เห็นด้วย กับที่ท่านสมเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าเราก็เพิ่งได้รับรายงานฉบับนี้ เมื่อเช้าวันนี้ แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะตรวจสอบอ่านรายงานให้ครบทั้งฉบับ แต่ว่ามัน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถทำงานได้ทันเวลา ดิฉันเข้าใจดีว่าอันนี้มันเป็นเรื่อง ของ พ.ร.บ. องค์การ หมายความว่า พ.ร.บ. เฉพาะของ กสทช. ที่ไม่ได้ให้อำนาจสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจที่จะเปิดเผยรายงานฉบับนี้โดยสาธารณะ แล้วก็คงจะต้องเป็น หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่จะยื่นเสนอขอแก้ไขกฎหมายของ พ.ร.บ. กสทช. เพื่อให้ สตง. เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วให้มีอำนาจในการเปิดเผยรายงานในการตรวจสอบบัญชี ได้โดยตรง ที่สำคัญมันเป็นรายงานของปี ๒๕๖๐ ๒ ปีที่แล้วดิฉันอภิปรายของปี ๒๕๕๙ ก็ไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงมาพิจารณาปี ๒๕๖๐ กันในเวลานี้ ซึ่งห่างจากครั้งเดิม ๒ ปี แล้วก็ยังล่าช้ากว่าปีปัจจุบันไปอีกหลายปีด้วยกัน ดิฉันเข้าใจว่า สตง. ทำรายงาน ผู้สอบบัญชีสำหรับ กสทช. ของปี ๒๕๖๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าเข้าไปดูในรายงาน ประจำปีของ กสทช. ก็เป็นงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว แต่ว่าก็ไม่มั่นใจว่าทำไมวันนี้เราถึงมา พิจารณา ๒ รายงานนี้ที่เป็นของปี ๒๕๖๐ แต่ไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันยังยืนยันคำเดิมว่า ตัวรายงานฉบับนี้มีประโยชน์มาก ๆ นะคะ เป็นรายงานการประเมินการใช้จ่ายและทรัพย์สิน ปีที่แล้วดิฉันได้พูดถึงว่าตัวรายงานจะเป็นการตรวจสอบในลักษณะของการตรวจสอบ ทางการเงิน ในลักษณะของไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ปีนี้ก็เริ่มเห็นความเป็น เพอฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้น มีการพูดถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แล้วก็ความคุ้มค่ามากขึ้น แต่ว่าดิฉันยังอยากเห็นมากกว่านี้นะคะ ประเด็นหลาย ๆ ประเด็น ถึงจะเก่าแต่ว่ายังไม่ล้าสมัย ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างที่ในนี้ก็มีการ พูดถึงว่า มีการจัดซื้อจัดจ้างในแบบที่เราเรียกว่าวิธีที่เป็นการตกลงราคา แล้วก็วิธีพิเศษต่าง ๆ ซึ่งตรงนั้นน่าจะยังเป็น พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม ก็คือใช้วิธีตกลงราคาและวิธีพิเศษ มากถึง ๘๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๒ ปีที่แล้วที่ดิฉันอภิปรายมันอยู่ที่ประมาณ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ แนวโน้มเหมือนจะดีขึ้น แต่ว่าเมื่อดิฉันดูปีปัจจุบัน ปี ๒๕๖๓ เท่าที่ตรวจสอบเฉพาะสัญญา การจัดซื้อจัดจ้างของ กสทช. แล้วก็ดูเฉพาะของส่วนกลาง ยังไม่ได้ดูของส่วนภูมิภาคนะคะ ทำไม่ทันจริง ๆ ก็พบว่าจาก ๗๓๓ สัญญา มีเพียงแค่ ๗๘ สัญญาเท่านั้นที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้าง แบบทั่วไป หรือว่าอีบิดดิง (e-Bidding) หรือว่าอีมาร์เกต (e-Market) ส่วนที่เหลืออีกเกือบ ๆ ๗๐๐ สัญญาเป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงหรือว่าตกลงราคา ซึ่งก็ยังคง แสดงให้เห็นว่า กสทช. เองยังไม่ได้มีการปรับปรุงความโปร่งใสในเรื่องของการจัดหา พัสดุ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ไม่มั่นใจว่าทาง สตง. จะมีมาตรการอะไรที่มากไปกว่านี้ นอกจากที่เรา กำลังทำกันอยู่ กำลังตรวจสอบกันอยู่ เราจะมีวิธีการที่จะเสนอแนะไปที่ กสทช. ให้ปรับปรุง กระบวนการการจัดหาพัสดุได้อย่างไรบ้าง

ในเรื่องของการเบิกจ่ายที่ยังล่าช้า ดิฉันก็ยังคิดว่าอันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ตัวปัญหาของข้อกฎหมายเช่นเดียวกันที่ไม่ได้สร้างระบบการถ่วงดุลเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมี การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หรือชื่อย่อว่า กตป. แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้มีโอกาสที่ จะเข้ามาตรวจสอบงบประมาณก่อนที่จะมีการจัดสรร วิธีการจัดสรรงบประมาณของ กสทช. ยังเป็นการจัดสรรแบบที่ทางสำนักงาน กสทช. เป็นผู้เสนอ แล้วบอร์ด (Board) กสทช. เป็นผู้อนุมัติยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. กสทช. ได้ให้อำนาจไว้ จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะ แก้ไขกฎหมายนี้อีกทางหนึ่ง

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ดิฉันก็คิดว่าด้วยความที่มันเป็นของปี ๒๕๖๐ เรากำลัง พยายามที่จะพิจารณาหลายเรื่องที่ได้ผ่านไปแล้ว อย่างเช่นโครงการบางโครงการในนี้ ถ้าเกิดทาง สตง. ได้มารายงานกับทางสภาแต่เนิ่น ๆ อาจจะทำให้เราสามารถที่จะยับยั้ง อะไรได้บ้าง อย่างเช่นโครงการยูโซเน็ต (USO Net) ที่ตอนนั้นโครงการในปี ๒๕๖๐ ยังเป็น การทำดีเทลดีไซน์ (Detail Design) อยู่เลย แล้วก็มีการเปิดประมูลในที่สุด แล้วตอนนี้ก็ต้อง มีการระงับโครงการไปบางส่วนในส่วนที่ทางทีโอที (TOT) ประมูลได้ไป เนื่องจากว่า มีการกระทำที่ล่าช้า แล้วสุดท้ายก็ต้องมีการยกเลิกโครงการไป ถ้าเราได้เห็นรายงานฉบับนี้ ก่อนล่วงหน้าก็อาจจะทำให้เราสามารถที่จะยับยั้งโครงการนี้ได้เร็วขึ้นหรือไม่ ก็อยากทราบ จากทาง สตง. ด้วยว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นการดีเลย์ (Delay) ไปถึง ๓-๔ ปี ขอบพระคุณมากค่ะ