ชวน ชี้ปัญหาซ้ำซ้อนวาระประชุม ย้ำเร่งพิจารณาค้าง-พัฒนาการอภิปราย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

ชวน หลีกภัย ชี้ประเด็นการซ้ำซ้อนของเรื่องที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม พร้อมย้ำความจำเป็นในการประชุมต่อเนื่องในวันศุกร์เพื่อเร่งพิจารณาคดีค้าง โดยเน้นการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการงดอภิปรายในกระทู้ถาม ส่งเสริมการพูดโดยไม่อ่านข้อความ และการจำกัดจำนวนเรื่องต่อสัปดาห์ รวมถึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมสองชุด พร้อมระบุว่ามีผู้ถูกร้องเรื่องจริยธรรมอยู่ในห้องประชุม แม้เรื่องดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระก็ตาม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยินดีมากนะครับ ที่มีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะว่านี่คือเหตุผลหนึ่งที่ต้องขอความร่วมมือพวกเราประชุมวันศุกร์ เพราะเรื่องที่ค้างเราสะสางไปทีหนึ่ง ๒๐-๓๐ ฉบับ มันก็เข้ามา บางเรื่องก็เป็นอย่างที่ คุณจิรายุพูด แต่ว่าประธานไม่มีสิทธิที่จะไปตัดเขาว่าเรื่องนี้ซ้ำกับเรื่องเดิม เพราะฉะนั้น ตีกลับไปมันทำไม่ได้ครับ อย่างที่เราเห็นนะครับ สมมุติคนส่งมา ๑ เรื่อง เดี๋ยวเพื่อนก็เสนอเข้ามา เรื่องคล้าย ๆ กันอีก ๕ เรื่อง เป็น ๖ เรื่อง เป็น ๗ เรื่อง ขณะนี้ที่จำได้เฉพาะเรื่องที่ค้างก็คือว่า เราแยกเรื่อง อย่างที่เราทำมาสมัยประชุมที่แล้ว แล้วพิจารณาวันเดียวผ่านไป ๒๐ เรื่อง ๑๕ เรื่อง โดยเป็นเรื่องที่คล้ายกัน เพราะว่าพวกเราเสนอปั๊บ เพื่อนไปเห็นปั๊บ เห็นเสนอเรื่องนี้ ก็เสนอตามเข้ามาด้วย อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่ว่าเราจะทำอย่างไร สมมุติมีคนเสนอญัตติมาแล้วส่งไปยัง คณะกรรมาธิการสามัญนี้มันทำไม่ได้ครับคุณจิรายุ โดยกฎหมายและข้อบังคับต้องให้สภา เป็นคนส่ง ประธานจะส่งไปเองในเรื่องที่เป็นญัตติที่เขาเสนอสภานี้ไม่สามารถทำได้ ถ้าทำได้ ก็ทำไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นสมาชิกก็โวยวายแน่ เพราะว่าเขาเสนอญัตติไม่ได้เข้ามาในสภา ไม่ใช่ประธานสั่งส่งไปที่นั่น ที่นี่ จนกว่าเราจะพิจารณาในนี้ ที่ผมคิดว่าเราจะร่วมกันได้ก็คือว่า ต้องบริหารเวลา ที่ผมย้ำเสมอนะครับ แม้กระทั่งกระทู้ถามนี้ต้องเอาข้อบังคับมาอ่านว่า กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย อย่างวันนี้ใช้ได้เลยครับ ทุกท่านที่ถามกระทู้ ไม่เกินเวลาแม้แต่ท่านเดียว เพราะว่าส่วนใหญ่ที่กระทู้เราเสียเวลามาก เพราะเป็น การอภิปรายกระทู้ ไม่ได้ถาม แต่ว่าต้องการแสดงความรู้ ความเห็นของตัวเอง แล้วมาถาม นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ว่าใช้เวลาทั้งหมดในการอภิปราย ข้อบังคับก็คงจะรู้ เขาเลยเขียนมาเลย ว่ากระทู้ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ผมพยายามย้ำ แต่ผมเข้าใจว่าเมื่อเราเลือกตั้ง เสร็จใหม่ ๆ ยังไม่เคยชิน แต่วันนี้เราย่างเข้ามาปีที่ ๓ แล้วครับ ผมเชื่อว่าทุกคน ได้มีประสบการณ์พอเข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้วสามารถร่วมกันได้ อะไรที่สามารถทำให้ ประหยัดเวลาได้ก็พยายามทำ เพราะผมไม่อยากให้เรื่องค้าง ผมไม่อยากให้เมื่อเราเสร็จวาระ สภาสมัยก่อนนี้ผมเห็นเลยนะครับ ค้างเป็นปึกเลย เดี๋ยวยังดีถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เรา สามารถสะสางงานไปได้มาก แต่ว่าญัตติเมื่อเราผ่านไป ๒๐ เรื่อง เพื่อนก็เสนอเข้ามาใหม่อีก ๓๐ เรื่อง อย่างที่เราเห็นกันอยู่ มันก็ไม่มีวันจบ แต่ว่าต้องยอมให้เขาผ่าน แต่ว่าถ้าเราเข้า ใจประเด็นนี้แล้ว เวลาเราอภิปรายที่ต่อมาเราได้กำหนดเวลา ซึ่งเราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี เช่น ๗ นาที ๕ นาที ๑๐ นาที เหล่านี้ก็ทำให้เราสามารถให้โอกาส เพราะว่าสภาก็เป็น ที่พูดอย่างที่เราทราบ ก็ต้องพยายามให้โอกาสสมาชิกได้พูด แล้วสมาชิกก็ได้พูดมากนะครับ สมัยก่อนไม่ได้อย่างนี้ครับ ผมอยู่มา ๕๐ ปีผมรู้ เรายกมือกัน ๒๐ คน ได้พูดสัก ๗ คน ก็เก่งแล้ว เพราะบางคนก็พูด ๑ ชั่วโมงครึ่ง บางคนก็พูดเกือบ ๒ ชั่วโมง แต่ปัจจุบันนี้ ศักยภาพจะอยู่ที่ว่าไม่ใช่พูดยาวแล้วเก่งกว่าพูดสั้น มันไม่ใช่ อยู่ที่เนื้อหาสาระ สิ่งที่ผมอนุโลม และต้องเตือนว่าต่อไปนี้อาจจะต้องระวัง เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนงบประมาณนึกออกไหมครับ มีคนท้วงนายกรัฐมนตรีเรื่องอ่าน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าท่านเขียนมาเอง แต่พวกเราก็อ่านนะครับ ไม่น้อยทีเดียวก้มหน้าอ่านไอแพด (iPad) ซึ่งความจริงแล้วเขาห้ามอ่าน แต่ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของพวกเราได้แสดงออกก็อนุโลม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วก็ต้อง เตือนว่าต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกระทั่งไม่อ่าน คือสามารถอภิปรายได้โดยไม่ต้องอ่าน ไอโฟน (iPhone) ไอแพด (iPad) อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะเรียน เพราะข้อบังคับเขาเขียนเอาไว้ แต่ว่าก็ต้องขอบคุณความห่วงใย ก็พยายาม ถ้าหากว่าคุณจิรายุมีความคิดอย่างนั้นจริง ๆ เวลาประชุมร่วมกันต้องขอร้องพวกเราว่าเราช่วยกันบริหารเวลา เช่น เรื่องเพื่อทราบต่อไปนี้ ตั้งแต่เรื่องที่ ๒๐ เป็นต้นไปที่ผมจะเรียนต่อไปนี้ มีค้างอยู่ขณะนี้ ๒๐ เรื่อง ได้หารือในประชุม ตัวแทนของผู้ควบคุมเสียงมาแล้ว เราบรรจุไว้ทั้งหมดแต่เราพิจารณาครั้งละ ๔-๕ เรื่อง เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่จะต้องมาชี้แจงคือราชการต้องมาอยู่ยาว ๓ อาทิตย์ยังไม่ถึงตัวเองเลย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ก็จำกัดว่าอาทิตย์นี้ขอสัก ๔ เรื่อง ๕ เรื่อง แล้วขอความร่วมมือพวกเราว่า อย่าพูดทุกเรื่องครับ เพราะบางท่านพูดทุกเรื่องเลย เอาเรื่องที่สำคัญแล้วก็ใช้เวลา เป็นประโยชน์ เราก็จะสามารถผ่านเรื่องเหล่านี้ไปได้ ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถ ทำได้ผลดีพอสมควร แต่ว่าไม่สามารถที่จะล้างได้หมด เอาเป็นว่าร่วมมือกันนะครับ ถ้ามีความคิดอย่างนี้ก็จะประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะงานเราที่รออยู่ข้างหน้าสมัยประชุมนี้ จะหนักพอสมควรในท่ามกลางวิกฤติโรคติดเชื้อนี้ แต่ว่าขณะเดียวกันงานท้าทายพวกเรา อยู่มาก ก็ขอความร่วมมือพวกเรานะครับ

ก่อนที่ไป ๒.๒๐ ซึ่งพวกเราขออภิปรายมา ผมขออนุญาตว่ามันมีเรื่องที่ ขออนุญาตที่ประชุมว่าไม่ได้บรรจุ แต่ว่าควรจะรับทราบก็คือเรื่องที่กรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวข้องกับพวกเรา เพราะพวกเราในห้องนี้ก็มีคนถูกร้องอยู่ ซึ่งไม่ได้อยู่ใน ระเบียบวาระนะครับ ขอให้ที่ประชุมรับทราบคำสั่งของคณะกรรมการจริยธรรมสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คือ คำสั่งของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรที่ ๑/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร สั่ง ณ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๔ อีกคำสั่งหนึ่งคือ ฉบับที่ ๒ คำสั่งกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่ ๒/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งประธานอนุกรรมการและรองประธาน อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร สั่ง ณ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เรียนที่ประชุมรับทราบ

ต่อไปจะเข้า ๒.๒๐ ที่พวกเราขออภิปรายนะครับ แต่ว่าท่านนิกร จำนง มีประเด็นข้อหารือ ขอเชิญท่านนิกรครับ