สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม ได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับปัญหาของการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร ได้มาตอบกระทู้ถามของ กระผม ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มา ณ โอกาสนี้ กระทู้ที่ผมได้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมีปัญหาของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจึงได้มีการดำเนินการจับกุมและปราบปราม อย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่คือผู้ค้ารายย่อย เป็นพ่อค้า แม่ขายรายเล็กที่หาเช้ากินค่ำที่นำสินค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาวางจำหน่าย ตามแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตามการจับกุม ผู้ค้ารายย่อยที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ยังพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการ และขั้นตอนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดโทษ ที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ค้ารายย่อยซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดหรือเทียบกับผู้ผลิตและผู้ค้า รายใหญ่ โดยปัญหาที่พบมากคือมีการแอบอ้างการรับมอบอำนาจจากเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์ หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ การใช้กระบวนการนอกกฎหมาย เช่น การเรียกรับค่าเสียหายจาก ผู้ค้ารายย่อย การไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดำเนินการจับกุม การเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้น หรือการไม่อธิบายขึ้นตอนการจับกุมในขณะที่เข้าจับกุม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ค้ารายย่อย ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความยุติธรรมในการต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติ อีกทั้งยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ ได้นำภาพมาให้ ท่านประธานได้รับทราบ ในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการทรัพย์สินทางปัญญา ในกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ได้ไปทำการประชุม แล้วก็ไปประชุมเวิร์กชอป (Workshop) หรือประชุมปฏิบัติการที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัด ราชบุรี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ทำมาค้าขายที่บริเวณตลาดนัด แกรนด์ พลาซา เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่าได้มีผู้ที่แอบอ้างเป็นตัวแทนของ เจ้าของลิขสิทธิ์มาทำการเก็บส่วย ซึ่งในตอนนั้นก็ได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทางจังหวัดราชบุรี ไปประชุมปฏิบัติการ ซึ่งก็พบว่าปัญหาที่พบเจอนั้นเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนเจอกัน ทั่วประเทศ คือมีการจับกุมแล้วก็ไปปรับกันที่โรงพัก โดยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม เราก็ได้มีการประชุมทำเวิร์กชอป (Workshop) กันครับท่านประธานว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายที่มีการกำหนดโทษไว้ค่อนข้างสูง มีการปรับถึง ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ในการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้ค้ารายใหญ่ หรือเป็นผู้ค้ารายย่อย ฉะนั้นในที่ประชุมจึงได้มีการเสนอให้มีการแก้ไข กฎหมายครับท่านประธาน ก็คือ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ให้มีการกำหนดโทษให้แตกต่างออกไป โดยมีพระราชบัญญัติยาเสพติดนี้เป็นโมเดล (Model) ครับท่านประธาน คือในอดีต ยาเสพติดเราจะมีการกำหนดโทษที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อย หรือแม้กระทั่งผู้เสพเองมีการกำหนดโทษที่แตกต่างออกไป แต่ว่า พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์นั้น ผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อยมีโทษเหมือน แม้กระทั่งการค้าขายที่ละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มียอดขายไม่กี่สิบบาท ไม่กี่ร้อยบาท เมื่อมีเจ้าหน้าที่ไปจับกุมแล้วก็มีทั้งโทษอาญา และโทษปรับ ซึ่งมีโทษหนักเหมือนกับผู้ผลิตรายใหญ่ ในที่ประชุมในระดับปฏิบัติการที่ สภ. บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีในตอนนั้นก็ได้มีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการแก้กฎหมาย ของ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ให้เป็นธรรมกับผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น โดยมีการกำหนดโทษว่าผู้ผลิต รายใหญ่หรือผู้ผลิตที่มีความจงใจในการละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา ก็กำหนดโทษให้สูงไปเลย ผู้ค้ารายใหญ่ก็มีโทษลดหลั่นกันมาจนถึงผู้ค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันนี้ ถ้าเราไม่มีการแก้ไขกฎหมายตรงนี้ก็จะทำให้มีกระบวนการหากินกับการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะนี้ครับท่านประธาน ที่มีการจับผู้กระทำความผิด ที่เป็นผู้ค้ารายย่อยไปที่โรงพัก แล้วก็มีการปรับกัน แล้วพี่น้องประชาชนก็ได้รับ ความเดือดร้อนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๘๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง แล้วแต่การต่อรองในการจับกุมดำเนินคดี ก็จะเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่หรือผู้ผลิตก็ยังมีการผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ผมเลยมีคำถามมายังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ หรือ พ.ร.บ. ทรัพย์สินทางปัญญา ในการกำหนดโทษที่ไม่เป็นธรรมนี้มีการ แก้ไขให้เป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร จึงขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ขอบพระคุณครับ