ชลน่าน อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เน้นหน้าที่รัฐสภาตรวจสอบกฎหมายพิเศษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

นายชลน่าน ศรีแก้วอภิปรายเรื่องพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 โดยเน้นย้ำหน้าที่รัฐสภาในการตรวจสอบกฎหมายพิเศษนี้แทนประชาชน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับมอบหมายจากทาง พรรคเพื่อไทย จากท่านหัวหน้าพรรค ท่านประธานวิป (Whip) พรรคฝ่ายค้าน ดอกเตอร์ สุทิน คลังแสง ได้ให้ผมเป็นผู้อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า การอภิปรายเป็นคนสุดท้ายของกระผม จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนำเอาประเด็นความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลที่ได้ร่วมกันพิจารณาพระราชกำหนดว่าด้วย การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคมที่เป็นที่เป็นผลจากการระบาดของโควิด ๒๐๑๙ (COVID 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ ในการอภิปรายของผม ผมจะขออนุญาตกราบเรียน กรอบการอภิปรายของท่านประธานด้วยความเคารพ การอภิปรายครั้งนี้เป็นการพิจารณา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่จะอนุมัติพระราชกำหนด ซึ่งเป็น กฎหมายพิเศษที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจกับรัฐบาลไปตราขึ้นบังคับใช้ และได้ผ่าน การโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยบังคับใช้ประกาศใช้ไปแล้ว ฉบับนี้เป็นฉบับเพิ่มเติม จากพระราชกำหนดกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ผมขออนุญาตใช้คำย่อ ๆ นะครับท่านประธาน เป็นที่รู้กัน เป็นการออกพระราชกำหนดเพิ่มเติม ปี ๒๕๖๔ นั่นหมายความว่า มีพระราชกำหนดเดิม ซึ่งมีเนื้อหาสาระในตัวพระราชกำหนดเหมือนกันทุกประการ เว้นแต่ ข้อความบางเรื่องที่ผมจะขออนุญาตขยายความให้กับท่านประธานได้รับทราบว่า มันแตกต่างกันอย่างไร ท่านประธานครับ ในการอนุมัติพระราชกำหนดผมต้องกราบเรียน เป็นเบื้องต้นนะครับว่ามันเป็นหน้าที่ของรัฐสภาในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เมื่อฝ่ายบริหารจะใช้กฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน เราในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องเป็นผู้ออกกติกาให้หรือตรากฎหมายให้ แล้วฝ่าย บริหารก็นำไปบังคับใช้ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบรัฐสภา เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน เราเป็นผู้ออกกฎ ท่านเอากฎไปใช้ แต่ท่านเองก็ต้องมารายงาน ต้องเปิดโอกาสให้เราที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจของท่าน การตรากฎหมายก็เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นว่าเราจะอนุญาต ไม่อนุญาต หรืออนุมัติ ไม่อนุมัติ แต่สิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กรณีเป็นเหตุฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนโดยมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ก็ให้ฝ่ายบริหารไปตรากฎหมายออกมาบังคับใช้เอง โดยการลงพระปรมาภิไธย ขององค์พระประมุขของประเทศแล้วก็มีการบังคับใช้ แต่ต้องนำมาให้สภาอนุมัติ ในโอกาสแรก นั่นหมายความว่าจะปฏิเสธการอนุญาต อนุมัติของสภามิได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน ๑ วันที่ผ่านมา รวมทั้ง ๑ คืนที่ผ่านมาด้วย สิ่งที่สมาชิกได้ยกขึ้นเป็นประเด็น เป็นเหตุผล ที่จะอนุมัติ ไม่อนุมัติ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่า

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุและผลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งผม จะลงรายละเอียดต่อไป

เรื่องที่ ๒ เป็นตัวเนื้อหาสาระของตัวพระราชกำหนด ๓ แผนงานที่ส่งเข้ามา ว่าจะสามารถตอบโจทย์ของการขออนุมัติได้หรือไม่ โจทย์ง่าย ๆ เลยครับ มาขอเพื่อไป แก้ปัญหาโควิด (COVID) และฟื้นเศรษฐกิจ โจทย์มีแค่นี้ครับ ถ้าตอบโจทย์ได้เราอนุมัติ แต่ถ้า ตอบโจทย์ไม่ได้เราไม่อนุมัติ เบื้องต้นอย่างนี้ก่อนนะครับ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เราต้องดูไปในรายละเอียดว่าการใช้เงินในพระราชกำหนด ฉบับแรกซึ่งมีลักษณะทำนองเดียวกัน ใช้เรื่องเดียวกัน เกิดประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่า แก้ปัญหาได้หรือไม่ เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะมากครับเรื่องนี้ ๑ วัน ๑ คืนที่ผ่านมา เรื่องนี้จะ เป็นเรื่องหลักเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องเติมเต็มต่อในเหตุผลที่ผมต้อง กราบเรียนก็คือว่า ความสามารถของผู้บริหารของการใช้เม็ดเงิน นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะ กราบเรียนท่านประธานท่าน ประธานครับในการอภิปรายครั้งนี้ ผมขออนุญาตท่านประธาน พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เหตุที่ผมต้องบอกว่าผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง เนื่องจาก อยากจะสะท้อนความรู้สึกของความเป็นประชาชนในประเทศนี้ให้กับท่านประธานได้รับรู้ รับทราบ เพื่อบอกไปยังสภาแห่งนี้ เพื่อจะได้พิจารณาว่าความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างไร ผมพูดแค่นี้ ผมดูแววตาท่านประธาน ผมรู้เลยท่านประธานคิดอะไร เห็นอะไร ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนยากลำบากมาก ชีวิตไร้ความหวัง ชีวิตไม่รู้จะเดินไป อย่างไร ทั้งคนป่วย คนใกล้ตาย คนที่ยังไม่ป่วยก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะติดเชื้อเมื่อไร เหตุการณ์ สด ๆ ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ ท่าน ส.ส. สิรินทร รามสูต ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่าน เพราะเป็น ส.ส. จังหวัดน่าน บ้านเดียวกับผม ท่านได้ข้อมูลมาจากข้อมูลจริง เลยครับ ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่จังหวัดน่าน ที่บ้านผม มีญาติ ด้วยความปรารถนาดีจะกลับไป เยี่ยม ติดโควิด (COVID) ครับ มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่รู้เนื้อรู้ตัว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในบ้านเมืองเราขณะนี้ ประชาชนมีความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ไร้อนาคต แต่ขณะที่เขาเอง กำลังจะเป็นผู้ที่จะบอกว่าจะให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะรัฐมนตรี กู้เงินในอนาคต เขาไปใช้ แล้วบอกว่าจะไปแก้ไขปัญหาให้เขา เยียวยาเขา ดูแลเขา อ้างเขาอย่างนั้น แต่ความรู้สึกนึกคิด ข้อเท็จจริงที่เขาเผชิญอยู่ขณะนี้เขาเห็นว่าสิ่งที่คุณยกขึ้นมาเป็นเหตุเป็น ผลนั้นมันแก้ปัญหาให้เขาไม่ได้ เยียวยาเขาก็ไม่ได้ และซ้ำร้ายที่สุดฟื้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้ พี่น้อง ประชาชนท้อแท้สิ้นหวังมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะประชาชน ในสภาแห่งนี้เป็น ที่ทำการแทนประชาชน เป็นสภาประชาชน เพราะฉะนั้นทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้คือ การพูดในนามประชาชน หัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีจะมาพูดในสภาแห่งนี้ก็คือพูด กับประชาชน แน่นอนครับ ข้อบังคับว่าต้องพูดกับท่านประธานสภา เพราะมันเป็น การอภิปราย ต้องมีคนกลาง การอภิปรายมันมีข้อขัดแย้งกัน ห้ามพูดต่อกันโดยตรง แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ เมื่อวานในฐานะที่ผมเป็นประชาชนผมหดหู่มากครับท่านประธาน ผู้นำประเทศนี้ที่มีชื่อว่า นายกรัฐมนตรีที่ตำแหน่งอันสูงส่ง เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารกลับใช้เวทีแห่งนี้มาบอกกับสภา ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีในลักษณะท่าทีที่มีลักษณะขึ้นเสียง ถกเถียง ก่นด่ากับการวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกในฐานะตัวแทนประชาชน ท่านคงเข้าใจว่า ท่านไม่ได้พูดกับประธาน พูดกับสมาชิกเลยออกกริยาท่าทางได้เต็มที่ สมแล้วครับ ที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ต้องลุกขึ้นทักท้วง ผมเลยกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องเตือนสมาชิกหรือรัฐมนตรีตลอดเวลาว่าการอภิปราย พูดกับประธานเท่านั้น การขู่ตะคอก การขึ้นเสียง นั่นคือการขึ้นเสียงกับท่านประธานครับ ถ้าเป็นผม ผมไม่ยอมครับ ผมจะบอกว่าท่านมีมารยาทหน่อย นี่คือสภาของประชาชน ผมฝากท่านประธานด้วยนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายของผม ถ้าจะพูดภาษา ทางเศรษฐศาสตร์ ยกเรื่องเศรษฐกิจ ยกตัวเลขขึ้นมา สมาชิกได้ยกไปเยอะ พูดเยอะมากครับ แต่ผมจะขออนุญาตท่านประธานเป็นการบอกกล่าวเปรียบเทียบเล่าเรื่องต่อเนื่องจากการ อภิปรายเพื่ออนุมัติเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เมื่อเดือนเมษายน ที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้พิจารณาไป ดอกเตอร์สุทิน คลังแสง ประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน เป็นผู้อภิปรายและยกเปรียบเทียบให้สภาแห่งนี้ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าการกู้เงินครั้งนั้น เหมือนกับการที่เราจะอนุญาตให้หมอที่ชื่อคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรักษาคนป่วย ดอกเตอร์สุทินได้เปรียบเปรยไว้ดีมาก ท่านประธานครับ คนป่วยคนนั้นเริ่มป่วยตั้งแต่ เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ จากโรคติดเชื้อโควิด (COVID) หมอที่รักษาอยู่ขณะนั้นตัดสินใจ ที่รักษาโดยใช้ยาแรง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ใช้ยาแรงปิดประเทศ ปิดบ้าน ปิดเมือง เมื่อเดือนมีนาคม ผมขออนุญาตเท้าความให้นิดหน่อยเองครับ คนป่วย จากโควิด (COVID) โดนผลกระทบจากการปิดบ้านปิดเมือง เป็นโรคไตวายครับ เป็นโรค ไตวายมีโรคแทรกซ้อนขึ้นก็คือภาวะเศรษฐกิจล้มเหลวเลย หลังจากนั้นหมอคนนี้ มาขออนุญาตกับเราว่าขอรักษาผู้ป่วย โดยขอเงินไป ๑ ล้านล้านบาท เอาเฉพาะเงินกู้ ที่ผ่านมาตรการการคลังที่เราจะอนุญาตได้ ไม่เกี่ยวกับซอฟต์โลน (Soft Loan) นะครับ อีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเรื่องของมาตรการการเงินที่จะไปเกี่ยวกับเรื่องพันธบัตร หรือแก้หนี้ให้กับสถาบันการเงินนั้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ หมอคนนั้น มาขออนุญาตเรา เราอนุญาตไปแล้วครับ ด้วยเหตุผลว่าจำเป็นเร่งด่วนมิอาจหลีกเลี่ยงได้ สภาแห่งนี้ ฝ่ายค้านด้วยครับ อนุมัติครับ จำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้เมื่อ ส.ส. จิราพร พูดได้ดีมากครับ เรื่องนี้ ก็เป็นข้อถกเถียงว่ามาครั้งนี้เป็นการกู้เพิ่มเติม มันจำเป็นรีบด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้จริงหรือเปล่า จริงหรือเปล่า แค่คำถามในกรรมาธิการงบประมาณบอกว่า คุณมีความจำเป็นต้องกู้เท่าไร แค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ภายใน เดือนกันยายน ๒๕๖๔ แค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และมันจำเป็นเร่งด่วนตรงไหน เม็ดเงิน ที่คุณกู้ยังไม่หมดมีอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะท่านกู้ ไปแค่ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ๗๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ที่กู้ไปแล้ว ไม่รวมโครงการที่อนุมัตินะครับ ท่านอย่าโครงการอนุมัติมาบอกว่าเป็นตัวเลข ตราบใดที่ยัง มีเงินที่ยังไม่กู้ ท่านสามารถปรับเปลี่ยนโครงการนั้นได้ตลอดถ้ามันเกิดวิกฤติเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนั้นเองเป็นการมาขออนุญาตจากสภาเราว่าจะเอาไปรักษา คนไข้ เราให้ครับ นั่นหมายถึงให้สรรพกำลังทุก ๆ อย่าง เพื่อให้คุณไปรักษาคนไข้ จุดประสงค์ของสภาที่อนุญาตขนาดนั้น คุณต้องระงับยับยั้งการระบาดของโรคให้ได้ ขอ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เราให้ครับ ไม่พอนะครับ ตอนงบประมาณปี ๒๕๖๔ ขออีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบกลางเราก็ให้ครับ เพื่อเอาไประงับยับยั้งการระบาดของโรค ไม่น้อยนะครับ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ งบรวมกัน แล้วขอบอกว่า ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาทจะเอาไปเยียวยาเพื่อเลี้ยงชีวิตของคนไข้ชื่อ นายประเทศไทยนี้ให้มันอยู่ได้ ไม่ตาย ประทังชีวิตไป เราให้ครับ แล้วฝันหวาน บอกว่า เผื่อว่าจะต้องฟื้นก็ขอไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อไปฟื้นเศรษฐกิจ ความคิดดีมาก ๓ กรอบนี่เป็นความคิดที่ดีมาก แต่ในข้อเท็จจริงมันใช้ไม่ได้ครับ ใช้ไม่ได้เพราะอะไร แล้วมัน มาเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ. เงินกู้ ฉบับที่ ๒ นี้อย่างไร เหมือนกันครับ ก็บอกว่าจะไประงับยับยั้ง แก้ปัญหาการติดเชื้อ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะขอไปเยียวยาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะขอไป ฟื้นฟูเศรษฐกิจอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมบอกว่ามันใช้ไม่ได้เพราะอะไร เพราะคุณเป็นหมอ คุณไม่สามารถรักษาผู้ป่วยให้ฟื้นอยู่เลย ทำท่าจะฟื้นครับท่านประธาน ตอนนั้นใช้ยาแรงมาก คนไข้กระดี๊กระด๊าขึ้นมา ยังไม่ถึงกับต้องใส่เครื่องหายใจในขณะนั้น เพราะป่วยแค่ ๓,๐๐๐ กระดี๊กระด๊าขึ้นมาทำมาหากินได้ โครงการต่าง ๆ เริ่มอัดเข้าไป บอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านประธานครับ หมอคนนี้รักษาคนไข้ด้วยวิธีการประมาท เลินเล่อ ผิดพลาด ปล่อยให้มีการติดเชื้อซ้ำ ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนธันวาคม เอาอยู่ครับ ตอนนั้น เอาอยู่เพราะมาตรการหมอเฝ้าอยู่ว่าถ้าติดเชื้อซ้ำเอาเลย บับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) ปิดพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามออก ล็อก ทำหน้าที่ตรงนั้นขยันขันแข็งจนท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดป่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดรอด หมอจึงรักษาดี เอาอยู่ครับ ขนาดระบาดซ้ำครั้งที่ ๒ หมอคนนี้ยังไม่สำเหนียกสำนึกว่าเชื้อมันมีอยู่รอบด้าน มันจะมาเมื่อไรก็ได้ ปล่อยปละละเลย เดือนเมษายนเท่านั้นเองติดเชื้อซ้ำ ครั้งที่ ๓ และด้วยความผิดพลาด จิตสำนึกที่ผิดปกติ การตัดสินใจที่คลาดเคลื่อน ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เกิดช่วงเดือนเมษายนคุณกลับไม่ใช้ มาตรการที่จะปิดกั้นไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย เขินอายจากการใช้ยาแรงเมื่อครั้งที่ ๑ ทำให้ ไตวาย ทำให้ตับวาย กลัวจะเป็นอย่างนั้นอีกก็เลยไม่ใช้มาตรการยาแรงในเฉพาะพื้นที่ที่ ระบาด ปล่อยให้แพร่กระจายไปทั้งประเทศ นี่ครับสมาชิกเราบอกได้คือการตัดสินใจ ที่ผิดพลาด หมอคนนี้ด้อยความรู้ความสามารถมาก ทำให้คนไข้ติดเชื้อซ้ำ ขณะนี้ใส่เครื่อง หายใจอยู่ในห้องผู้ป่วยฉุกเฉินครับ เป็นผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยกระดิกตัวได้ครับ กระดิกตัวได้ เรียกลืมตา หมอคนนี้บอกว่าเงินที่ผมได้มารักษาตอนแรกหมดแล้วครับ เหลือ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติไปหมดแล้ว สถานการณ์อาการผู้ป่วยย่ำแย่ ขอต่ออีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นมาถึงจุดนี้ละครับว่าเราจะอนุญาตให้หมอคนนี้ใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อไป หรือไม่ เพราะเงินก้อนนี้ ไม่ใช่เงินเราขณะนี้นะครับ มันเป็นเงิน ของลูกหลานในอนาคตที่ท่านต้องกู้มา เอามาใช้ ท่านประธานครับ ตรงนี้เองมันเป็นจุด ตัดสินใจได้ง่ายที่สุด โจทย์ที่ตั้งไว้หมอคนนี้มาขอกู้เงินไปอีกแสนล้านบาทเพื่ออะไรครับ บอกว่าเพื่อไปแก้ปัญหาระงับยับยั้งไม่ให้โรคระบาดต่อ เราจะเชื่อได้ไหมครับ เราให้เงินไป รวมงบกลาง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว เราให้ไป ๑ ล้านล้านบาท ใน พ.ร.ก. ฉบับนั้นบอกว่า สามารถที่จะเอาเงินจาก ๒ ไป ๑ ได้ แผน ๒ คือแผนเยียวยา ระงับยับยั้งไม่ให้เกิด การระบาด ทำได้ ถ้าไม่พอเอาแผน ๓ มาใส่ได้อีกคือการฟื้นฟู ท่านประธานครับ หมอคนนี้ ไม่ได้ดูในเรื่องนี้เลย เงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เราให้ไป พยายามใช้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพิ่งส่งเบิกครับ หมอคนนี้ใช้เงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ไปโดยเปล่าประโยชน์ทำให้มันเกิดการระบาด การป้องกันไม่ให้มีการระบาด ไม่ให้โรคกำเริบ ง่ายนิดเดียวครับ เสริมสร้างบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขให้เข้มแข็ง ตรวจค้นให้มาก พบเจอต้องเข้าไปดูแลจัดการ การตรวจมีมากขนาดไหนครับท่านประธาน ต่างจังหวัด มีน้อยมาก กรุงเทพฯ ก็มีน้อยมาก กลายเป็นจุดแพร่ระบาด เสริมสร้างบุคลากรทาง การแพทย์ให้มีความรู้ความสามารถเตรียมเตียงกัน ไม่ได้ทำครับ พอมาทำก็คือเกิดเหตุ เมื่อครั้งที่ ๓ นี่เอง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไร วัคซีนเป็นทางออก ในโลกนี้ ถ้าโรคนี้มันเกิดระบาดที่ประเทศไทยประเทศเดียว ผมจะไม่ว่าหมอประยุทธ์เลย ผมต้อง ขออนุญาตเรียกคุณหมอครับ เพราะคนไข้จะเรียกคุณหมอตลอด คุณหมอประยุทธ์ ถ้ามันระบาดที่ประเทศไทยประเทศเดียวนะครับ ผมจะไม่ว่าเลย แต่นี่มันระบาดทั้งโลก มีตัวอย่างให้เห็น การระบาดครั้งแรกก็ปล่อยให้มันเข้ามาทางเครื่องบิน มันมากับคน ท่านก็ปล่อยปละละเลยตรงนั้นอีก สังเกตไหมครับ จนมีสมาชิกท่านหนึ่งยกเลยบอกว่า ท่านนายกคะ ท่านนายกทำไมไม่ไปลอกการบ้านเขามา เขามีมาตรการที่ชัดเจน สมาชิกเรา ยกตัวอย่างให้เห็นเลยครับ ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ยุโรปเขากู้เงินเป็นมหาศาล เขา แก้ปัญหาได้ ตัวเลขแสดงชัดครับเมื่อวาน ถ้าท่านได้ติดตาม รัฐสภาอเมริกายินดีให้กู้เต็มที่ เพราะกู้ไปแล้วมันเกิดประโยชน์จริง ตอบโจทย์ได้ แต่หมอประยุทธ์ไม่ได้ไปดูสิ่งที่เกิดขึ้น รอบตัวเลย ปิดหูปิดตา เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกระทั่งบอกไปลอกการบ้านมาสิคะ ท่านไม่ต้องคิดเองทำเองหรอก เพราะท่านเองรับอยู่แล้วว่าเซลล์สมองท่านมี ๘๔,๐๐๐ เซลล์ ส.ส. ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ เอาคำสมาชิกมาพูดเปรียบเปรยให้เห็นชัด ๆ เงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท รู้อยู่ว่าวัคซีนคือ ทางออกของประเทศ กลับบริหารวัคซีนบอกว่าเป็นวาระแห่งชาติ บริหารวัคซีนให้เป็นภาระ แห่งชาติครับ ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเมื่อไร เป็นภาระแห่งชาติทุกที ท่านประธานครับ เรื่องวัคซีนสมาชิกพูดไปเยอะมาก แต่ประเด็นสำคัญที่สุด เมื่อรู้อยู่แล้วว่าวัคซีนเป็นทางออก ทำไมแผนบริหารวัคซีนถึงเป็นแบบนี้ ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเลือกเฉพาะซิโนแวค (Sinovac) ทำไมเลือกเฉพาะแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) กว่าจะรู้ตัวเปิดโอกาสก็สายเสียแล้วครับ มันสาย เสียแล้ว มันไม่ทันครับท่านประธาน พยายามประกาศว่าเรามีวัคซีนพร้อม ดีเลย์ (Delay) หรือดีเล ที่สมาชิกพูดไป ๗ มิถุนายน ท่านประธานครับโกลาหลอลหม่าน ทำได้ครับ ทำได้ เพราะคุณมี ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในมือ ผมถามว่าคุณเอา ๒๔๐,๐๐๐ มาจากไหน ช่วยตอบผมหน่อย คุณกั๊กไว้ใช่ไหม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ตอบว่าก็เป็นส่วนที่เก็บไว้ ใครเก็บไว้ครับ คุณแจ้งกับประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ ด้วยข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลย บอกมีเพียง ๑๑๗,๐๐๐ โดส (Dose) ฉีดหมดแล้ว แต่พอจะวันที่ ๗ หันซ้ายหันขวาไม่เจอ คงไปควักเอาสิ่งที่ท่านเก็บซ่อนไว้ เอามาบอกว่าหารยาว จังหวัดละ ๓,๖๐๐ โดส (Dose) ที่เหลือให้กรุงเทพฯ ท่านประธานครับ คือลักษณะอย่างนี้ นอกจากที่จะบริหารทำให้เกิดเป็นภาระแห่งชาติแล้ว สิ่งที่สะท้อน อย่างเจ็บปวด ผมในฐานะเป็นแพทย์ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเอง ปกติผมเคารพท่านนะครับ แต่สิ่งที่ท่านไป ทำลายระบบสาธารณสุข ผมต้องขออนุญาตว่า ผมไม่เคารพความสามารถท่าน สิ่งที่ท่านพูด สิ่งที่ท่านทำเป็นการทำลายระบบสาธารณสุขโดยรวมอย่างชัดแจ้งชัดเจน ฟังกระทรวง สาธารณสุข อย่าฟังโรงพยาบาล โรงพยาบาลทุกแห่งมีความจำเป็นต้องขึ้นป้ายเลื่อนการฉีด วัคซีน เพราะรู้อยู่ว่าวัคซีนได้มาแค่ ๓,๖๐๐ โดส (Dose) กลุ่มนัดหมายที่นัดหมายไว้แล้วจะ มาวันที่ ๗ ท่านไม่ประกาศเลื่อน เขาขึ้นรถมา เขามารอเต็มหน้าโรงพยาบาล เขาด่าใครครับ ด่าหมอ ด่าผู้อำนวยการ ด่าคนงาน ด่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้น ทุก ๆ คนโดนหมด ข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดก็ต้องบอกว่าวัคซีนยังไม่มา ขอเลื่อนไปก่อนนะ ถ้ามาก็ฉีด แต่ผู้บริหาร กระทรวงสาธารณสุขบอกว่าฟังกระทรวงสาธารณสุข อย่าไปฟังโรงพยาบาล ถ้าหมอคนไหน โรงพยาบาลไหนพูดอย่างนั้นจะสั่งสอบ สอบเลยครับ ผมอยากให้สอบมาก แล้วท่านจะเจอข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ท่านทำนั่นคือ การทำร้าย ทำลายระบบสาธารณสุข ขวัญกำลังใจที่เขามีอยู่อันน้อยนิดก็ถูกทำลาย ท่านปล่อยให้ชาวบ้านที่เป็นคนไข้มีการเผชิญหน้ากับแพทย์ พยาบาล อันนี้ตายแล้ว ท่านประธานครับ ไปไหนไม่ได้แล้ว จากคำว่า คุณหมอ เขาจะไม่เรียกคุณหมอนะครับ เขาจะเปลี่ยนเป็นคุณอย่างอื่นเลย หรือไม่มีคุณด้วยซ้ำไป ภาพอย่างนี้ปล่อยให้มันเกิดได้ อย่างไรครับท่านประธานครับ นี่เอาแค่ตัวอย่างการบริหารวัคซีนนะครับ ล้มเหลว ไร้ความสามารถ ท่านประธานครับ หมอประยุทธ์ได้เงินไปแล้ว เพื่อนสมาชิกเปรียบเทียบ ให้เห็นเลย ฝันหวาน ๓ ก้อน แต่สิ่งที่คุณทำคุณยังให้เขาเป็นผู้ป่วยอยู่ คุณจะฟื้นเศรษฐกิจ อย่างไรล่ะ แต่คุณก็บอกว่าโครงการสวยหรู คนละครึ่ง มีผลตอบแทน มีการเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจดีมาก ๑.๐๘-๑.๘๓ เท่า ๑ บาท ได้เพิ่มอีก ๑ บาท ๘๓ สตางค์ นั่นคือ ทฤษฎีครับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) นี่ล่ะบอกมา แต่ข้อเท็จจริงท่านประธานครับ คนละครึ่ง มันเป็นแนวคิดที่ดีมาก ผมชมคนคิดนะ แต่เสียดายแนวคิดนี้เอามาใช้ไม่ถูกที่ถูกเวลา คนมันไม่มีกำลังที่จะไปฟื้น แค่หยอดน้ำข้าวต้มให้แขนเขากระดิกได้ก็บุญแล้วครับ มันก็เลย ไหลมาอยู่เยียวยาหมดเลย ไหลมาอยู่เยียวยาหมด กระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นงบบอกว่าไปฟื้น เศรษฐกิจสุดท้ายเหลือแค่ ๒๗๐,๐๐๐ ครับ ๑ ล้านก้อนแรก ๒๗๐,๐๐๐ ก็เหมือนที่เพื่อน สมาชิกบอกไป เพื่อนสมาชิกบอกว่าไปเลี้ยงปลาดุก ไปทำโคก ไปทำหนอง ไปขุดน้ำ มันสร้าง รายได้ที่ไหนท่านประธานครับ มันสร้างรายได้ที่ไหน การเอาเงินไปอย่างนี้มันต้องทำให้เกิด รายได้ให้เร็วที่สุด เพราะคุณใช้ พ.ร.ก. ขอ ๑ ปี จำเป็นรีบด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ครั้งนี้ ก็เหมือนกัน ๑ ปีครับท่านประธาน แต่คุณทำเหมือนปีงบประมาณปกติเพิ่งมาอนุญาตอนุมัติ มันไม่มีเหตุอันควรเลยที่จะบอกว่าจำเป็นรีบด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อนสมาชิกเลยเรียกร้อง ว่านี่อย่างไรครับคุณหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หลีกเลี่ยงให้สภาเข้าไปดู พอสมาชิกพูดอย่างนี้ กลับโกรธครับ กลับโกรธ แสดงท่าทีที่เพื่อนสมาชิกคนหนึ่งบอกว่าไม่เป็นอารยะ ขอใช้ คำเพราะ ๆ นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือการกระทำของหมอประยุทธ์ ๒๗๐,๐๐๐ ที่อยู่ ในฟื้นฟู เม็ดเงินทั้งหมดโดยรวมแล้วบอกว่าจะฟื้นเศรษฐกิจ มูลค่า ๑ ล้านล้านบาท ประมาณร้อยละ ๖ ของจีดีพี (GDP) นะครับท่านประธาน ตัวเลขได้แค่ ๒ ๑ ล้านล้านบาท ได้แค่ ๒ ครั้งนี้ฝันหวานว่า ๕ ล้านล้านบาท ถ้าทำแล้วจะได้ประมาณ ๑.๕ ช่วงหลังเมื่อวาน มาลดเหลือ ๑-๑.๕ ตอนแรก ๑.๕-๒ นะครับ ๒.๕ ด้วยซ้ำไป ท่านประธานครับมันจะเกิดขึ้น ได้อย่างไร คนไข้ไม่มีแรงที่จะไปฟื้นฟู เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านมาขอขณะนี้ในฐานะที่เราจะให้ เงินแห่งอนาคตของลูกของหลานเราไปให้คุณไปใช้รักษาคนไข้ มันสมควรจะอนุมัติอนุญาต ไหมครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ให้ไปนี่ระงับการเกิดโควิด (COVID) ก็ไม่ได้ครับ ไม่มี ความมั่นใจ พูดเองครับผมทำดีที่สุดแล้ว ใครเก่งกว่านี้มาทำสิ ทำอย่างไรให้มันระงับ ทำอย่างไรให้ระงับ พูด ๒ ครั้งในสภาแห่งนี้ ง่ายมากครับ ไม่แปลกครับที่ผู้บริหารเก่ง ๆ อย่าง โทนี วูดซัม (Tony Woodsome) เขาบอกถ้าเขานี่เขาทำระงับได้ภายใน ๖ เดือน แล้วสามารถเริ่มฟื้นเศรษฐกิจได้เลย มันไม่ยากครับ แค่คุณกระจายวัคซีนเข้าไป ๕๐ ล้านคน ภายในเดือนกันยายนคุณก็ระงับการระบาดได้แล้ว ที่เหลือมันเป็นการติดเชื้อที่ไม่ระบาด มันเป็นการติดเชื้อธรรมดา ทุกอย่างกลับมา กิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มขับเคลื่อน แค่นี้ครับ ท่านประธาน คิดง่าย ๆ แต่คุณคิดเยอะมาก เอาของนักวิชาการ ของสภาพัฒน์ไปใช้แต่ใช้ ไม่เป็น ใช้ไม่เป็น โดยข้อเท็จจริงครับท่านประธาน เงินกู้ หรือ พ.ร.ก. เงินกู้มันจำเป็นอย่างนี้ จะตอบว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันต้องใช้เฉพาะใน ๑ ปีให้จบ แล้วเป็นกิจกรรมที่ชัดเจน เช่น ระงับยับยั้งการระบาด เยียวยา แค่นั้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจจำเป็นไหมครับ จำเป็นครับ แต่อย่ามา ใช้ในเงินกู้ เพราะอะไรครับ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติมาให้ข้อมูลเมื่อวาน ผมขอบคุณท่าน มากเลย ท่านสมาร์ต (Smart) มาก ยอมรับในแต่ละแผนงาน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานกลางไปกลั่นกรองเป็นระยะ ๆ แล้วส่งให้ ครม. นี่อย่างไรครับ ท่านประธาน นี่คือข้อผิดพลาด บกพร่องของการใช้เงินกู้ที่ไม่เกิดประโยชน์ มีคณะกรรมการ พิเศษขึ้นมาคิดว่าจะตอบโจทย์ได้ กลับไม่ตอบโจทย์ครับท่านประธาน ผมสงสาร คณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้มาก ทำแทบเป็นแทบตาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เกิดประโยชน์ อะไรเลย แล้วโครงการที่ส่งเข้ามา ๔๐,๐๐๐ กว่าโครงการ ท่านประธานทราบไหมครับว่า มาจากไหน ก็คือโครงการแผนงานที่อยู่ในแผนของแต่ละแห่งแต่ละส่วน รีบจับยัดเข้ามา เพราะท่านขอภายใน ๒ สัปดาห์ วงการแพทย์สาธารณสุขปั่นป่วนหมดครับ ต้องทำให้ทัน ภายในคืนนี้ ถ้าไม่ส่งถูกตัดยอด ก็คือเอาแผนงานปกติมาใส่ มันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรครับ ท่านประธาน อันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นจากหมอประยุทธ์เอาเงินก้อนแรกเราไปใช้ หมอประยุทธ์ เอาเงินก้อนแรกเราไปใช้เป็นอย่างนี้ ภาพเป็นอย่างนี้แล้วจะมาขอก้อนที่ ๒ ก้อนที่ ๒ โดยสมมุติฐานได้ไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็แก้ปัญหาไม่ได้ เอาไปแค่ระงับยับยั้งไม่ให้มีผู้ป่วย ไม่ให้มีการระบาดก็ทำไม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่มันเลวร้ายที่สุดก็คือว่าการทำลายระบบ สุขภาพเรา เมื่อสักครู่ผมบอกผ่านท่านประธานไปว่าทำลายไปถึงก้นลึกถึงผู้ทำงาน แต่ระบบ สุขภาพมันถูกทำลายโดยมาตรการ ผมต้องขออนุญาตใช้คำแรง ๆ ครับ ไร้จิตสำนึก ไร้ทิศไร้ทาง ไร้การบริหารที่ถูกต้อง ท่านไปมอบภาระให้กับแพทย์ พยาบาล โดยไม่จำเป็น และกระบวนการนี้ก็เกิดการปฏิเสธคนติดเชื้อ คนติดเชื้อถือว่าเป็นคนป่วย ทุกคนต้องเข้า โรงพยาบาล คิดแค่นี้ผิดแล้วท่านประธาน ศักยภาพที่เรามีอยู่ จำนวนเตียง จำนวนหมอ จำนวนโรงพยาบาลมันรับได้ไหม สุดท้ายวิ่งทำโรงพยาบาลสนาม ก็ไปหาหน่วยงานอื่นมา ทหารเก่งให้งบทหารไปทำโรงพยาบาลสนาม ท่านประธานครับ ไม่จำเป็นต้องเอาคนไข้ ที่ไม่ใช่เป็นผู้ป่วย เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการเข้าไปอยู่โรงพยาบาล เต็มเลยครับ ค่าใช้จ่าย มหาศาล นี่คือวิธีคิดที่ผิดของ ศบค. นอกจากจะปิดบังข้อมูลแล้วยังมีวิธีคิดผิดอีก ทำให้ แพทย์พยาบาลเหนื่อยโดยไม่จำเป็น คนที่ไม่มีอาการไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูแล รักษาหรอกครับ เขาก็ดูแลรักษาตัวเองได้ แต่คุณต้องมีกติกาให้ชัดว่าคุณจะกำกับดูแลเขา กักบริเวณไม่ให้ไปแพร่เชื้อได้อย่างไรเท่านั้น แต่คุณไม่ทำครับ คุณเลือกที่จะไปทำโรงพยาบาลสนาม เตียงละ ๒๕๐,๐๐๐ ใครได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเล่ามานี้หมอประยุทธ์ หรือทีมงานคุณหมอประยุทธ์มาแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ บริหารภาวะวิกฤติ ถามว่าทำไม มันล้มเหลว ทำไมมันแก้ปัญหาไม่ได้ เพื่อนสมาชิกหลายท่านตั้งข้อสังเกตเป็นข้อสังเกต ในสภาแห่งนี้ และข้อสังเกตของพี่น้องประชาชนนะครับ เขาบอกว่ามันน่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้จะต้องไปหาต่อครับ สภาแห่งนี้ต้องขุดคุ้ยแล้วเอามาใช้ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจให้ได้ มันน่าจะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ๑. ผลประโยชน์ทางการเมือง ๒. ผลประโยชน์ที่เป็นค่าตอบแทนทางเม็ดเงิน ท่านสังเกตครับ การเยียวยาช่วงแรกจ่าย เงินสดตรง ๕,๐๐๐ บาท ๓ เดือน ช่วงที่ ๒ มีวิธีคิดพิเศษ มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีบัตรคนจน นำแนวคิดนั้นมาใช้ในระยะที่ ๒ โครงการไทยชนะ เป๋าตังค์ คนละครึ่ง แจกฟรี ท่านประธาน รู้ไหมครับ การแจกฟรีนี้ทีดีอาร์ไอ (TDRI) เขาหาข้อมูลมาตัวคูณอยู่ที่ ๐.๘๕ ถือว่าดีครับ ถือว่าดียังพอกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ไม่เอาเงินคืนนะครับ อันนี้ขนาดจ่ายเป็นบัตรนะครับ ท่านประธาน ถ้าจ่ายเป็นเงินมากกว่านี้ เพราะเงินมันจะมีโอกาสหมุนอย่างน้อย ๓-๔ รอบ มูลค่ามันเพิ่มขึ้นถึง ๓ ถึง ๔ รอบ อันนี้หุ้นเพิ่มขึ้นไม่ถึงรอบครับ แค่ ๐.๘๕ ถ้าเป็นเงินสดครับท่านประธาน แต่สิ่งที่คุณคิดกันมาทำไม คุณก็รู้อยู่ว่ามันหมุนแค่ ๐.๘๕ ทำไมคุณใช้วิธีนี้ เอาล่ะคนละครึ่งคุณบอกว่าหมุนได้ประมาณ ๑.๘๓ มากสุดนะครับ คุณคิดวิธีนี้ แต่คุณหารู้ไม่คนละครึ่ง เขาไม่เติมครึ่งหรอกครับ เขายกให้คนที่สามารถเติม ให้เขาได้เอาไปใช้ประโยชน์ เขาก็ได้รับเพียงที่เขามีอยู่เท่านั้น หรือเขาต้องไปกู้เงินมาเติม ไปเป็นหนี้นอกระบบอีกท่านประธาน ในภาวะอย่างนี้มันเลยไม่ตอบโจทย์อย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือวิธีที่หมอประยุทธ์ทำ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมนำเรียน ท่านประธาน เอาแค่หมอประยุทธ์ทำไปแล้วผลเป็นอย่างนี้ ก้อนที่ ๒ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมบอกว่ามันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการขณะนี้ ที่เขาคิดเอามาอย่างน้อยต้อง ๒ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานนะครับ การกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาไม่ได้ติดใจในการเอาเงินไปใช้เพื่อโครงการนี้ กู้มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็อนุมัติครับ ถ้าประสิทธิภาพประสิทธิผลมันแก้ปัญหาได้จริง เยียวยาได้จริง และไปฟื้นเศรษฐกิจได้จริง เมื่อสักครู่ผมบอกท่านประธานว่า โครงการฟื้นฟูนี้ ไม่ควรอยู่ใน พ.ร.ก. เงินกู้ ผลออกมาเหมือนเฟส (Phase) แรก เหมือนก้อนแรก โครงการ ถมเข้ามา ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ไม่มีผลค่าตอบแทน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกระจายเบี้ยหัวแตก ท่านประธานครับถ้าเอาโครงการนี้เข้าสู่ งบประมาณปกติมันจะมีประโยชน์กว่าเยอะ มันทำได้ครับ ทำควบคู่กันไป แต่ท่านไม่ทำครับ ท่านเลือกจะขอที่ว่าตีเช็คเปล่าไปหาโครงการเพื่ออะไรครับ ก็เพื่อข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก ที่ตั้งไว้มีผลประโยชน์หรือเปล่า การอนุญาต อนุมัติโดยคนกลุ่มเดียว และได้อำนาจพิเศษด้วย นะครับท่านประธาน จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงที่ไปยกเว้นพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี ๒๕๖๐ ยกเว้นเลย ไม่ต้องอีบิดดิง (e-Bidding) ไม่ต้อง ประมูล เจาะจงเลือกเอาเลยผู้รับจ้าง ท่านยังบอกว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมันช้า มันเลยช้า ท่านได้อำนาจพิเศษนี้ไปตราบเท่าที่ยังประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินครับ มีผลไปอีก ๓ เดือน ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่หมอประยุทธ์จะเอาไปใช้ในก้อนที่ ๒ ซึ่งดูแล้วเรา เจ็บช้ำน้ำใจกับก้อนแรกมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องดูต่อไปก็คือว่า เราไม่เชื่อมั่น ในความโปร่งใส เราไม่สามารถตรวจสอบได้ ท่านประธานครับ เมื่อวานเพื่อนสมาชิก ท่านหนึ่งท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เป็นกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบการใช้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ถูกปิดกั้นขัดขวางตลอด ไม่มีเนื้องานมาให้สภาแห่งนี้ ได้เห็นเลย เสมือนเป็นตรายาง กรรมการกลั่นกรองด้านโน้นมาก็มาแจ้งกรรมาธิการ รับรู้ รับทราบได้แค่นี้ ถ้าจะตั้งต่อไปนะครับ กรรมาธิการชุดนี้ต้องมีความเข้มแข็งมาก ต้องสามารถลงลึก ไปถึงท่านก่อนที่กรรมการกลั่นกรองจะอนุมัติโครงการได้ด้วย ไม่อย่างนั้นไม่ต้องตั้งครับ ไม่มี ประโยชน์ใด ๆ ถ้าเขาอนุมัติมาแล้วท่านทำอะไรได้ครับ ทักท้วงก็ไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจเขา ให้เขาไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพื่อน สมาชิกทักท้วงมาเยอะมาก การที่จะขอเอาเงินอนาคตมาใช้ เขาเรียกว่า การกู้หนี้ การบริหารหนี้เป็นสิ่งที่พูดกันเยอะมากในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ พวกเราเสนอเรื่องหนี้ สาธารณะ เรื่องกรอบวินัยการเงินการคลัง ด้วยความเป็นห่วง ท่านบอกกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับขาดดุลงบประมาณอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ สมมุติฐานเราครับ เราเอาเดือนกันยายน ๒๕๖๕ กันยายน ๒๕๖๕ เงินกู้ ๒ ก้อนนี้ รวมกัน ๑.๒ ล้านล้านบาท หนี้สาธารณะมันขยับไปที่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์มันเกินกรอบ ท่านไม่ตอบ วันนี้ต้องตอบนะครับ จริงอยู่ท่านบอกว่าการนับหนี้สาธารณะมันนับ ณ ขณะที่กู้แล้ว ทยอยกู้ไป เข้าใจได้ครับ ท่านประธาน แต่ผมสมมุติฐานว่า วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ตัวเลขหนี้สาธารณะมันเกิน ท่านจะทำอะไร ท่านไม่ต้องตอบผม ผมก็รู้ครับ ท่านเตรียมจะขยายกรอบเพดาน หนี้สาธารณะขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ ๖๕ ถึง ร้อยละ ๗๐ นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์สนับสนุนท่านนะครับ ท่านจะทำ ท่านทำได้ แต่สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือว่าวินัยทางการเงินการคลัง ความล้มเหลวทางการคลังจะเกิดขึ้น อันนี้น่าเป็นห่วงนะ ท่านประธานครับ ทำไมเขามีกรอบ มีวินัยการเงินการคลังไว้ เขาห่วงว่าสิ่งที่ท่านทำขนาดนี้ การกู้หนี้ของท่านดูจากประสิทธิภาพประสิทธิผลในการใช้เงินอันแรก ท่านกู้หนี้มาเป็นหนี้ จริง ๆ ผมต้องยกตัวอย่างครับ โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) พูดในคลับเฮาส์ (Club House) การแก้ปัญหาเรื่องหนี้ ผมขออนุญาตยกมาพูดในสภาแห่งนี้ กู้ กู้ได้ครับ ใคร ๆ ก็กู้ได้ ถ้ากู้มาใช้เหมือนที่ท่านทำขณะนี้คือหนี้หายไป ๆ แต่ถ้ากู้มา มาทำให้เกิดก่อรายได้เขา เรียกทุน ท่านจะกู้หนี้หรือกู้ทุน ท่านตอบผมหน่อยสิครับ ท่านมีเม็ดเงินไปลงทุนแค่ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับอันใหม่อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง มันจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไรครับท่านประธาน และด้วยวิธีการจัดการอย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้ อนาคตลูกหลานเรามีความหวั่นวิตกตรงนี้เองครับ เพื่อนสมาชิกได้ ตักเตือนไป

ท่านประธานที่เคารพ หมอคนนี้รักษาคนไข้ทำให้คนไข้อาการแย่ไป จากปกติ อยู่หายใจได้ดี เดินเหินได้ ต้องใส่ท่อหายใจอยู่ในไอซียู (ICU) ขณะนี้จะเอาเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใส่ เราบอกว่ามันทำไม่ได้ มันไม่มีทางฟื้น เราไม่อนุมัติ แต่ด้วยเหตุผล อีกเรื่องหนึ่ง เหตุผลอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่สำคัญก็คือว่าเรามาพิจารณาของตัวผู้ใช้เงินคือ ตัวหมอ คุณสมบัติความเป็นผู้นำ ภาวะผู้นำ สภาพจิต วิถีคิด จิตนึกคิดของตัวผู้นำ เป็นอย่างไร เราเอามาประกอบกันที่จะอนุมัติให้กู้หรือไม่กู้นะครับท่านประธาน ซึ่งเป็น เหตุผลใหญ่ด้วย เมื่อวานถ้าท่านประธานสังเกต ผมจำเป็นต้องพูดซ้ำ อาการที่หมอประยุทธ์ แสดงออกเมื่อวานในฐานะผู้นำประเทศต่อหน้าท่านประธาน ต่อหน้าเพื่อนสมาชิก ต่อหน้า พี่น้องประชาชน ขึ้นเสียงก่นด่า ถากถาง เยาะเย้ย ผมขออนุญาตท่านประธานพูดซิโนแวค (Sinovac) เดี๋ยวจะถูกประท้วงผิดข้อบังคับ เจตนาเสียดสีสภาแห่งนี้ ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน เอ่ยชื่อบุคคลเท่านั้น ซิโนแวค (Sinovac) มันชื่อสินค้า ปัญญาท่านจะเสียดสีสภาแห่งนี้ต้องมี กึ๋นหน่อยครับ ต้องมีสมองหน่อย ๘๔,๐๐๐ เซลล์ ท่านทำไม่ได้ อย่างนี้คือเสียดสีครับ ลักษณะอย่างนี้มันทำให้พวกเราที่จะอนุมัติให้ท่านเป็นหมอต่อนี่เราไม่ไว้ใจ เราไม่เชื่อมั่น ในตัวท่านว่าท่านจะเป็นหมอที่ดีต่อไปได้หรือไม่ ในวงการแพทย์ครับอย่างนี้เขาจะถอน ใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพเลยล่ะครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าจากการทำงาน ของท่าน ท่านทำให้คนไข้ป่วยหนัก หลายคนตาย ๑,๓๐๐ รายตายภายในปีนี้ตั้งแต่เมษายน เป็นต้นมา แค่ ๒ เดือนครับท่านประธาน ๑,๓๐๐ ราย คนไข้สะสม ๑๘๐,๐๐๐ คน ท่านก็ไม่ยอมรับตัวเลขอีก บอกสะสม ก็สะสมอย่างไรครับ เราต้องบอกความจริงกับพี่น้อง ประชาชน สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ขาดก็คือขาดการบริหารข้อมูลที่เป็นจริงทำให้เกิดความสับสน พอสภาแห่งนี้มาเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าบุคลิกลักษณะ ภาวะผู้นำปรี๊ดแตกครับท่านประธาน ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกปรี๊ดแตก ลักษณะอย่างนี้ ผมเคยอภิปรายไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ภาวะอย่างนี้เขาเรียก นาร์ซิซิสติก เพอเซอนัลลิตี ดิสออเดอร์ (Narcissistic Personality Disorder) ภาษาอังกฤษครับ ท่านประธานภาษาไทยเขาแปลว่าโรคหลงตนเอง เชื่อมั่นตัวเองเก่งสูงยิ่ง ใครเสมอเทียบเท่า ไม่ได้ ไม่ฟังใคร ฉันเป็นที่ ๑ ผู้นำอย่างนี้มีลักษณะอย่างนี้ สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือจะพาประเทศ ไปลงเหวล่มจม วงการแพทย์เขาเลยต้องถอนใบอนุญาตนะครับ ตรวจสภาพจิตแล้ว คุณมีลักษณะเป็นเพอเซอนัลลิตี้ ดิสออเดอร์ (Personality Disorder) เขาต้องยกเลิก ใบอนุญาต ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้เราจะยกเลิกใบอนุญาตไม่ให้เขาเป็นหมอต่อไหมครับ ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่าถ้าทำให้เขาประกอบวิชาชีพต่อไปความสูญเสียจะเกิดขึ้น ประชาชนเจ็บป่วย ล้มตายเกิดโรคแทรกซ้อน ทั้งโรค ทั้งด้านเศรษฐกิจ โรคโควิด (COVID) โรคสัตว์ระบาด เป็นไปหมด เราจะปล่อยให้เขารักษาประเทศนี้ต่อไปหรือครับท่านประธาน ต้องถอน ใบอนุญาตครับท่านประธาน เพราะถ้าปล่อยไว้สิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่เคารพเลย ท่านสามารถใช้สิทธิในการร้องเอาผิดทางละเมิดได้ ให้เขาเยียวยาชดใช้เงินที่เยียวยาชดใช้ที่ท่านให้ไป ท่านทำตามกฎหมายที่เราบังคับให้ทำ แต่ความสูญเสียที่ขึ้นรายบุคคลนี้ท่านสามารถฟ้องร้องเป็นความประมาท เลินเล่อ ผิดพลาด บกพร่อง ท่านฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางละเมิด ไม่พอ ท่านประธานครับ ท่านทำให้คนตาย ท่านทำให้คนตายโดยไม่ถึงวัยอันควร จากการประมาทเลินเล่อการรักษา ของท่านนี้ หมอรักษาคนไข้จากประมาทเลินเล่อถูกยึดใบอนุญาต เช่นกันครับ เมื่อท่านทำให้ เขาตายทำให้เขาพิการ ทำให้เขาเจ็บป่วย ท่านย่อมมีคดีครับ เป็นอาญาแผ่นดิน ฟ้องครับ ผม ยุให้พี่น้องประชาชนฟ้องเป็นตัวอย่างเลย จะได้มีตัวอย่างว่าผู้นำรัฐบาล ผู้บริหารประเทศที่ ทำให้เกิดความเสียหาย พี่น้องประชาชนล้มตายถูกพี่น้องประชาชนฟ้อง ท่านเคยฟ้อง นายกรัฐมนตรีคนก่อน ๆ ท่านนกยกรัฐมนตรีคนก่อนเคยโดนฟ้อง ศาลออกมาหมดแล้ว พิสูจน์แล้ว แต่สิ่งที่ประจักษ์ชัดที่สุดนายกรัฐมนตรีคนนี้คือมันเห็น มันเห็นกับตาว่ามันตาย ท่านประธานครับ สิ่งที่หมอคนนี้ทำลายวัฏจักรของชีวิตมนุษย์อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่า ให้ฟัง ท่านประธานครับ ผมภูมิใจมากที่ผมได้เป็นคนแก่ เมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมานี้ ผมได้เป็นคน แก่ครับ อายุ ๖๐ ปี ผมภูมิใจมาก เพื่อนผมชาดาก็เมื่อวันที่ ๗ ก็ ๖๐ ปีแล้ว เขาก็ดีใจว่าเขา ได้แก่ เพราะอะไรครับ เพราะ พลเอก ประยุทธ์ หรือหมอประยุทธ์ไปตัดวงจรชีวิตของ วัฏสงสารของความเป็นมนุษย์ครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผมเกิด ผมแก่ครับ จะเจ็บจะตายมัน ตามมาทีหลัง ผมครบครับ แต่หลายคนที่ตาย ๑,๒๐๐ คนนี้ เกิด เจ็บ แล้วตายท่านประธาน ครับ ทำลายวงจรชีวิตมนุษย์ถือว่าไร้คุณธรรมมาก จากการผิดพลาดบกพร่องของท่าน บอกว่าไม่รู้ตัว ผมทำดีที่สุดแล้ว ทุ่มเทแล้ว จนกระทั่งสมาชิกท่านหนึ่งตอนอภิปราย งบประมาณบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีคะ อย่าขยันเลยนะคะ ถ้าท่านขยันประเทศจะ ขออภัยท่านประธาน ฉิบหาย ล่มจม มันไปตรง กับภาษิตว่า คนโง่แล้วขยันทำให้องค์กร เสียหายครับ โดยเฉพาะองค์กรที่ปล่อยให้คนคนนั้นมาเป็นเบอร์ ๑ ของประเทศ คนโง่ และขยันในองค์การทำงานเขาจัดไว้ในลำดับที่ ๓ ที่ ๔ ท่านประธานครับ ลำดับที่ ๓ ภายใต้ การกำกับอีก ๒ ชั้น ทำให้เม็ดงานเสียหาย มันขยันมอบงาน เขียนสั่งใบสั่งให้ทำ นี่ดีครับ แต่โง่แล้วขยันมาเป็นผู้บริหารเบอร์ ๑ แล้วใครจะมากำกับดูแล พวกเราก็ตรวจสอบไม่ได้ ประเทศวุ่นวายล่มจมเหมือนกับ ๗ ปีที่ผ่านมา ๗ ปีจน ๗ ปีเจ๊ง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งฉายา ไว้อย่างนี้เลยครับ ๗ ปีจน ๗ ปีเจ๊ง ถ้าต่อไป ๘ ปี ๙ ปี จะเป็นอย่างไร มันจะมีชื่อประเทศนี้ อยู่ในโลกนี้อยู่หรือเปล่าท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ หมอประยุทธ์ต้องถูกถอนใบอนุญาต ใบประกอบวิชาชีพด้วยนะครับ ไม่ใช่พักใช้เฉย ๆ ต้องถูกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเลย เพราะถ้าปล่อยไว้ความบิดเบี้ยวของบุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ การตัดสินใจ มันทำให้คนไข้ล้มตายเสียหายได้ นั่นคือประเทศชาติบ้านเมือง จะล้มตายเสียหาย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมใช้เวลาพอสมควรแต่ สิ่งที่จะสรุปสุดท้ายที่สภาแห่งนี้ได้บอกกล่าวกับท่านประธาน ว่าซีกฝ่ายค้านทั้งหมด ไม่เห็นชอบที่จะอนุมัติพระราชกำหนดฉบับนี้ หลายท่านบอกชัดเจนว่ากระดาษ ๕ หน้า ไม่เห็นหัวไม่เห็นค่าประชาชน ฉีกครับ ฉีกทิ้งเลย มันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ที่สภาสหรัฐอเมริกา ประธานสภา สหรัฐอเมริกาฉีกครับ เห็นชัดเจน ตอนที่ประธานาธิบดี ดอนัลด์ ทรัมป์ พูดรายการใด รายการหนึ่ง ท่านเห็นชัด นั่นคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสมาชิกกล้าหาญที่จะทำ อย่างนี้เพื่อบอกว่ามันไร้ค่าไม่เห็นหัวประชาชน คนที่ส่งเข้ามาจะได้มีจิตสำนึกบ้าง ท่านประธานครับ เมื่อมันไร้ค่าไม่เห็นหัวประชาชน สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนเป็นข้อสรุปว่า ๑. เราไม่เห็นชอบ เพราะเราให้ไปแล้วไม่สามารถระงับยับยั้งการแก้โรคระบาดได้ ไม่สามารถ ที่จะเยียวยาตรงประเด็นได้ ไม่สามารถจะฟื้นเศรษฐกิจได้ อันนี้คือข้อตัดสินข้อแรกสุด ข้อที่ ๒ ไม่ชอบด้วยเหตุผลของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนจนกระทั่ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลีกเลี่ยงได้ครับ แทนที่จะไปอยู่งบประมาณ ท่านกลับออกมาเป็นกฎหมาย พิเศษ เหตุผลบอกว่ากรอบวงเงินมันเติม ไปทำเป็นเม็ดเงินงบประมาณไม่ได้ จัดเก็บรายได้ ไม่ได้ ท่านฟ้องตัวเองอย่างไรครับ การฟ้องตัวเองก็ขายหน้าก็มาออกเป็นกฎหมายพิเศษ ท่านชาชินกับการบริหารประเทศนี้ด้วยกฎหมายพิเศษมาตลอด ทำตามกฎหมายปกติไม่เป็น ใช้กฎหมายพิเศษบริหารประเทศมาตลอด ทำตามปกติไม่เป็น ม. ๔๔ ออกมาตลอด กฎหมายพิเศษประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใช้มาตลอด สุดท้ายในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ออกกฎหมายพิเศษมาใช้ตลอดอีก แต่ผลการบริหารนี้กลับบริหารเหมือนกับปกติ อันนี้คือ เหตุผลข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เหตุผลข้อที่ ๓ เรื่องผลคุ้มค่าผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้น ตัวอย่างของ ๑ ล้านล้านบาท มีให้เห็นชัดเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ ข้อที่ ๔ เรื่อง จำเป็นต้องถอนใบอนุญาต ไม่ให้ทำหน้าที่ต่อ เพราะเรื่องของความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพ ภาวะผู้นำ ภาวะอารมณ์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้นำประเทศอย่างนี้ เราเองกำลังต้องการสร้างความเชื่อมั่นท่านประธานครับ เชื่อมั่นอย่างน้อยให้เชื่อมั่นใน ครม. ของท่าน เชื่อมั่นอย่างน้อยให้เชื่อมั่นในรัฐสภา เชื่อมั่นอย่างน้อยให้เชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน ในประเทศนี้ ไม่ต้องมากไปถึงต่างประเทศหรอกครับ เอาประเทศนี้ให้รอดให้เขามีความ เชื่อมั่นกับท่าน แต่ท่านกลับทำตรงข้าม นั่นคือเป็นเหตุผลข้อที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนไป ข้อที่ ๔ สุดท้ายครับท่านประธาน อันนี้ผมต้องกราบเรียนเลย ด้วยความเป็นห่วงท่านประธานครับ การที่จะฟื้นประเทศได้ การที่จะยับยั้งโรคระบาดได้ วิกฤติเศรษฐกิจได้นี้ การถอนใบอนุญาต หมายถึงการเปลี่ยนตัวผู้นำ ท่านสมาชิกหลายท่านบอกไม่ต้องท้า ไม่ต้องมาขู่ว่าเรื่องยุบสภา ยุบเลย ให้พี่น้องประชาชนตัดสินว่าจะเปลี่ยนตัวผู้นำเขาโดยวิธีการวิธีประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้งท่านยุบเลยครับ เพื่อนสมาชิกท้าเลย ไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่ท่านแพลมมานิด ๆ บอกว่าอีกประมาณสักปีนะ เสมือนเป็นสัญญาณ ผมก็มาไล่เรียงว่า เป็นไปได้ครับท่านประธาน บอกสภาแห่งนี้เลย เพราะอะไรครับ สัญญาณของการยื่น ร่างรัฐธรรมนูญเข้าไปแก้ไขแล้วไทม์ไลน์ (Time Line) มันจะจบประมาณนั้น เมื่อแก้ รัฐธรรมนูญเสร็จท่านจะยุบสภาไปเลือกตั้งตามเงื่อนไนรัฐธรรมนูญที่ท่านเสนอเข้ามา เพราะ ท่านคิดว่าท่านได้ประโยชน์สุดเราจะดูกัน หรือท่านประธานครับ แสดงความรับผิดชอบ โดยเร็วที่สุดคือการเปลี่ยนตัวเองออกจากตำแหน่ง พัก ถอนใบอนุญาตตัวเองเลยให้คนที่มี ความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน ลาออกสิครับ ไม่ได้ยากเลย ท่านลาออกจะเป็น คุณูปการกับประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้อย่างมาก ประชาชนจะยกย่องท่านเป็นวีรบุรุษครับ แต่ท่านดื้อดึงต่อไปท่านจะเป็นคนที่พี่น้องประชาชนเกลียดชังมากที่สุดถึงขนานนามว่าเป็น ทรราชนะครับ เพราะท่านเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน ออกเถอะครับ เพื่อบ้านเพื่อเมือง ท่านประธานด้วยความเคารพ ที่ผมได้นำเรียนท่านประธานมา เป็นเหตุและเป็นผลที่ผมเอง พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะอนุมัติให้พระราชกำหนดนี้ ไปให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดนี้ รวมทั้งองคาพยพ ที่เราเรียกว่ารัฐบาลนำเม็ดเงินก้อนนี้ไปใช้ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมา แล้วฝากสภาแห่งนี้ครับ ช่วยกันติดตาม ตรวจสอบ เท่าที่ทำได้ให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของบ้านของเมือง กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน